หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้จัก “สายบิด” เมื่อการไม่จ่ายหนี้ถูกทำให้ดูเท่ แต่สุดท้ายใครกันแน่ที่ต้องรับกรรม?

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งที่พูดถึงคำว่า “สายบิด” ซึ่งเป็นคำที่พบเห็นมากขึ้นในโลกออนไลน์ ใช้เรียกคนที่มีพฤติกรรมกู้ยืมเงินหรือซื้อสินค้าด้วยเครดิต แล้วเลือกที่จะไม่ชำระหนี้ หรือพยายามหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ โดยบางกระแสกลับนำเสนอเรื่องเหล่านี้ในลักษณะคล้ายเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องเท่ หรือเหมือนกับว่า “บิดได้ก็เก่ง”

อ่านแล้วผู้เขียนรู้สึกสะดุดใจไม่น้อยครับ

เพราะเรื่อง “เป็นหนี้แล้วไม่จ่าย” ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นค่านิยมสนุก ๆ ในโลกออนไลน์

แน่นอนว่า ผู้เขียนไม่ได้หมายความว่าคนที่เป็นหนี้ทุกคนเป็นคนไม่ดี เพราะชีวิตจริงมีคนจำนวนมากที่ไม่ได้ตั้งใจเบี้ยวหนี้ แต่เกิดปัญหารายได้ลด ตกงาน ธุรกิจขาดทุน เจ็บป่วย หรือมีภาระครอบครัวจนไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามกำหนด

กรณีเช่นนี้ สิ่งที่ควรทำคือ พูดคุยกับเจ้าหนี้และหาทางปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ใช่หลบหนี

ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็มีแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม หรือ Responsible Lending ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ก่อนก่อหนี้ ระหว่างเป็นหนี้ ไปจนถึงกรณีลูกหนี้มีปัญหาและกลายเป็นหนี้เสีย โดยมีเป้าหมายหนึ่งคือช่วยให้ลูกหนี้สามารถจัดการหนี้ได้อย่างเหมาะสมและส่งเสริมวินัยทางการเงิน

แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคนที่ “จ่ายไม่ไหว” คือคนที่ มีเจตนาจะไม่จ่ายตั้งแต่ต้น แล้วนำพฤติกรรมดังกล่าวมาทำให้ดูเป็นเรื่องเท่

เพราะคำว่า “บิด” อาจฟังดูสั้น ๆ ในโลกออนไลน์ แต่ในชีวิตจริง หนี้ไม่ได้หายไปเพียงเพราะเจ้าหนี้ตามตัวไม่เจอ

“ไม่จ่าย” ไม่ได้แปลว่า “จบ”

หากเป็นหนี้กับสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร ประวัติการชำระหนี้และสถานะบัญชีจะถูกจัดเก็บตามข้อเท็จจริง ซึ่งรวมถึงประวัติการชำระตรงเวลา การชำระล่าช้า และการผิดนัดชำระหนี้

พูดง่าย ๆ คือ วันนี้อาจรู้สึกว่า “ไม่จ่ายก็ไม่เห็นเป็นอะไร”

แต่ผลกระทบอาจไปปรากฏในวันที่ต้องการขอสินเชื่อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจ หรือขอสินเชื่อเพื่อแก้ปัญหาทางการเงินในอนาคต

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า เมื่อมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี แนวทางหนึ่งในการฟื้นประวัติคือชำระหนี้ที่ค้างให้หมดหรือเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และกลับมาชำระหนี้ให้ตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลใหม่ที่ชำระตรงเวลาจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ประวัติเดิม และประวัติค้างชำระจะทยอยหายจากฐานข้อมูลตามระยะเวลาที่กำหนด

ดังนั้น การ “บิด” จึงไม่ได้หมายความว่าเราชนะเจ้าหนี้

บางครั้งมันอาจเป็นเพียงการ เลื่อนปัญหาวันนี้ไปสร้างปัญหาใหญ่กว่าในวันหน้า

แล้วถ้าเจ้าหนี้ฟ้องล่ะ?

นี่คือส่วนที่คนพูดเรื่อง “สายบิด” อาจไม่ได้เล่ากันสนุกนัก

สำนักงานกิจการยุติธรรมระบุว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้สามารถฟ้องต่อศาลได้ และหากมีคำพิพากษาแล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เช่น การยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้

กรมบังคับคดียังอธิบายด้วยว่า การอายัดเงินเดือนในบางกรณีสามารถดำเนินต่อเนื่องจนกว่าจะชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบถ้วน ไม่ใช่ว่าครบระยะเวลาหนึ่งแล้วหนี้จะหายไปเอง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เขียนมองว่า การเบี้ยวหนี้ไม่ใช่เกม

ในโลกออนไลน์เราอาจเห็นคนหัวเราะกับเรื่อง “บิดหนี้” ได้ง่าย ๆ แต่ในชีวิตจริง เมื่อเรื่องไปถึงขั้นศาลและการบังคับคดี ความสนุกอาจหายไปทันที

แต่อีกด้านหนึ่ง เจ้าหนี้ก็ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้

เรื่องนี้ต้องพูดให้ครบด้วยครับ

การเป็นหนี้ไม่ได้ทำให้ลูกหนี้หมดสิทธิ์ตามกฎหมาย

ประเทศไทยมี พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทวงถามหนี้ และห้ามการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ ดูหมิ่น ใช้ความรุนแรง หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ต่อบุคคลอื่นโดยไม่ชอบ

ปัจจุบันกฎหมายยังกำหนดกรอบเวลาในการติดต่อทวงถามหนี้ด้วย โดยข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ระบุว่า โดยทั่วไปสามารถติดต่อได้ในวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00–20.00 น. และวันหยุดราชการ เวลา 08.00–18.00 น. และการติดต่อควรอยู่ในจำนวนครั้งที่เหมาะสม

ดังนั้น ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบหนี้ของตัวเอง ขณะเดียวกันเจ้าหนี้ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

สองเรื่องนี้ต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน

 

ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดไม่ใช่คำว่า “สายบิด” เอง แต่คือการที่สังคมออนไลน์สามารถทำให้พฤติกรรมบางอย่างดูเป็นเรื่องธรรมดาได้อย่างรวดเร็ว

คนหนึ่งอาจโพสต์ว่าไม่จ่ายหนี้แล้วชีวิตยังปกติดี

อีกคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “บิดไปเลย”

จากนั้นคนอื่น ๆ ก็อาจทำตามโดยไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมา

แต่ชีวิตจริงไม่ได้ทำงานเหมือนช่องคอมเมนต์ครับ

หนี้มีสัญญา มีหลักฐาน มีประวัติ และมีกระบวนการทางกฎหมายรองรับ

ถ้าจ่ายไม่ไหว การยอมรับความจริงแล้วเจรจาอาจเป็นทางออกที่เหนื่อยกว่าในระยะสั้น แต่มีโอกาสดีกว่าการหลบหน้าหลบตาแล้วปล่อยให้เรื่องบานปลาย

ยิ่งในปัจจุบันยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้หลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สำหรับลูกหนี้ตามเงื่อนไขของโครงการ เพื่อช่วยปรับโครงสร้างหนี้และเปิดโอกาสให้กลับเข้าสู่ระบบการเงินได้อีกครั้ง

เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้ใครกำลังมีปัญหาหนี้ สิ่งที่ควรคิดไม่ใช่

“จะบิดอย่างไรไม่ให้โดนตาม”

แต่ควรเปลี่ยนเป็น

“จะจัดการหนี้อย่างไรให้ตัวเองกลับมายืนได้อีกครั้ง”

ผู้เขียนเชื่อว่า คนวัยเราผ่านชีวิตมามากพอที่จะรู้ว่า เรื่องบางอย่างอาจดูสนุกตอนเริ่มต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสนุกไปจนถึงตอนจบ

เงินที่ยืมมาแล้วไม่คืน อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนชนะในวันนี้

แต่ถ้าต้องแลกกับเครดิตที่เสีย โอกาสทางการเงินที่หายไป การถูกฟ้องร้อง หรือปัญหาที่ลากยาวไปถึงครอบครัว

คำถามที่ควรถามตัวเองก็คือ

“สุดท้ายแล้ว เราชนะจริง ๆ หรือแค่เลื่อนวันที่ต้องจ่ายราคาออกไปเท่านั้น?”

 

แหล่งที่มาของข้อมูล :

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟทองคำยังน่าซื้อไหม? ทำไมคนไทยยังนิยมเก็บทอง แม้ราคาขึ้นมาสูงไทยกำลังเข้าสู่สังคมคนสูงวัยเต็มตัว แล้วคนวัยทำงานจะอยู่กันอย่างไร?3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวมเม็ดแมงลักช่วยอะไรกับร่างกาย?โฮเมอร์มีตัวตนจริงหรือเป็นชื่อที่เล่าต่อกันมางูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำจากเรือเพียง 13 ลำ สู่ชัยชนะที่สร้างตำนาน “อีซุนซิน”เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทยRule of Thumb มีที่มาอย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทองคำยังน่าซื้อไหม? ทำไมคนไทยยังนิยมเก็บทอง แม้ราคาขึ้นมาสูง7 วิธี เมื่อรถชน ป้องกันคู่กรณีหัวหมอ ด้วยหลักฐานที่ควรเก็บทันทีเม็ดแมงลักช่วยอะไรกับร่างกาย?วัคซีนมาลาเรียรุ่นใหม่กำลังช่วยเด็กแอฟริกาพ้นจากโรคร้ายโฮเมอร์มีตัวตนจริงหรือเป็นชื่อที่เล่าต่อกันมาRule of Thumb มีที่มาอย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ทองคำยังน่าซื้อไหม? ทำไมคนไทยยังนิยมเก็บทอง แม้ราคาขึ้นมาสูงไทยกำลังเข้าสู่สังคมคนสูงวัยเต็มตัว แล้วคนวัยทำงานจะอยู่กันอย่างไร?อากาศหนาวทุกคนต้องนึกถึง "เขาค้อพิษณุโลก" บรรยากาศที่หลายคนนั้นโหยหา"เห็ดวาสนา" ใครพบพานคนนั้นคือเจ้าของ อาหารหวานฉ่ำแกงอร่อย
ตั้งกระทู้ใหม่