หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

6 เรื่องของเดอะบีเทิลส์ที่คนยังเข้าใจผิด

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

ชื่อของเดอะบีเทิลส์ถูกเล่าซ้ำมานานจนหลายเรื่องกลายเป็นความจริงในหัวคนฟังไปแล้ว ทั้งภาพวงหนุ่มหน้ามนที่ถูกปั้นขึ้นมาอย่างเป็นระบบ เรื่องโยโกะ โอโนะทำวงแตก หรือความเชื่อว่าพวกเขาสร้างทุกอย่างขึ้นเป็นคนแรกของโลก แต่พอค่อยๆ แกะดู จะเห็นภาพของวงดนตรีสี่คนที่ยุ่งเหยิงกว่าเดิมมาก มีทั้งฝีมือ การซ้อมหนัก ความบังเอิญ ผู้จัดการ โปรดิวเซอร์ ธุรกิจ และมิตรภาพที่ไม่ได้ขาวหรือดำไปด้านเดียว เรื่องพวกนี้ไม่ได้ทำให้ตำนานของวงเล็กลงเลย กลับทำให้เห็นว่าความสำเร็จระดับโลกไม่ได้เดินมาเป็นเส้นตรง และคนสี่คนที่อยู่กลางพายุชื่อเสียงก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดา มีรสนิยมต่างกัน ทะเลาะกัน เหนื่อยกัน และยังแอบยื่นมือช่วยกันอยู่ในหลายช่วงเวลา

1. เดอะบีเทิลส์ไม่ใช่บอยแบนด์ที่ค่ายปั้นจนดัง

ภาพสูทเรียบ ทรงผมเหมือนกัน และเพลงรักติดหูยุคแรกทำให้คนรุ่นหลังมองพวกเขาเหมือนสินค้าเพลงป๊อปที่ถูกแพ็กมาแล้วพร้อมขาย ความจริงก่อนจะมีภาพนั้น จอห์น เลนนอน พอล แม็กคาร์ตนีย์ จอร์จ แฮร์ริสัน และต่อมาคือ ริงโก สตาร์ ผ่านเวทีเล็กๆ มาไม่น้อย พวกเขาเล่นตามคลับในลิเวอร์พูลและฮัมบูร์กจนชั่วโมงบินแน่น เล่นคืนละหลายเซ็ต เจอทั้งคนฟังที่เมินและคนเมาที่ส่งเสียงแข่งกับวง ไบรอัน เอปสไตน์ช่วยขัดภาพลักษณ์ให้ดูเป็นระเบียบ จอร์จ มาร์ตินช่วยเปิดทางในห้องอัด ทั้งคู่สำคัญมาก แต่ไม่ได้หยิบเด็กสี่คนมาประกอบร่างแล้วกดปุ่มให้ดัง เพลงคัฟเวอร์ในช่วงแรกมีอยู่จริง ทว่าวงฝึกเล่น ฝึกฟัง และเขียนเพลงของตัวเองมานาน พอเวลาผ่านไปไม่กี่ปี เส้นทางก็พุ่งจากร็อกแอนด์โรลแบบกระชับไปถึงงานอัดเสียงที่ซับซ้อน แปลกใหม่ และกล้าเล่นกับเสียงจนคนร่วมยุคตามไม่ทัน

2. รายการทีวีดังไม่ได้พาพวกเขาเข้าตลาดอเมริกาเป็นครั้งแรก

คืนที่เดอะบีเทิลส์ขึ้น The Ed Sullivan Show ในปี 1964 ถือเป็นภาพจำระดับประวัติศาสตร์ คนดูโทรทัศน์นับสิบล้านเห็นสี่หนุ่มจากอังกฤษเล่นต่อหน้าจอพร้อมกัน บ้านไหนมีทีวีก็แทบพูดถึงเรื่องเดียวกัน แต่การเล่าว่านั่นคือคืนแรกที่อเมริการู้จักพวกเขา ทำให้เรื่องจริงหายไปครึ่งหนึ่ง ก่อนขึ้นเวที เพลงของวงเริ่มถูกเปิดทางวิทยุแล้ว แผ่นเสียงขายได้และชื่อของวงขึ้นชาร์ตในสหรัฐฯ อยู่ก่อน สนามบินนิวยอร์กวันพวกเขามาถึงจึงเต็มไปด้วยแฟนเพลง ไม่ใช่คนที่ยังไม่รู้ว่าใครกำลังลงจากเครื่อง รายการทีวีทำหน้าที่คล้ายแรงระเบิดลูกใหญ่ มันเร่งกระแสที่กำลังร้อนให้กลายเป็น Beatlemania ทั่วประเทศในเวลาอันสั้น ไม่ได้สร้างความสนใจจากศูนย์

3. เสียงหอนจากกีตาร์ไม่ใช่ของใหม่ที่วงนี้คิดขึ้น

เพลง I Feel Fine เปิดมาด้วยเสียงกีตาร์หอนสั้นๆ จนคนฟังยุคนั้นสะดุดหู และเรื่องเล่าก็พาวงไปไกลถึงขั้นว่าเดอะบีเทิลส์เป็นผู้คิดค้น guitar feedback ความจริงเสียงแบบนี้เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างกีตาร์กับแอมป์ นักดนตรีบลูส์และร็อกแอนด์โรลบางคนเล่นกับมันมาก่อนแล้วตั้งแต่ทศวรรษ 1930 และ 1940 สิ่งที่วงทำได้โดดเด่นกว่าคือเอาเสียงที่เคยถูกมองเป็นอุบัติเหตุหรือเสียงรบกวน มาใส่ในแผ่นเสียงป๊อปอย่างตั้งใจ มันจึงดังไปถึงหูคนจำนวนมหาศาล ความต่างระหว่างคำว่า ‘คิดคนแรก’ กับ ‘ทำให้ทั้งโลกได้ยิน’ อยู่ตรงนี้พอดี ในประวัติศาสตร์ดนตรี ชื่อที่ถูกจำบ่อยครั้งมักเป็นคนที่พาสิ่งเดิมไปอยู่ในที่ใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเริ่มคนแรกเสมอไป

4. เพลงของวงไม่ได้เกิดจากการนั่งเขียนแยกคนละห้องเสมอ

ชื่อ Lennon McCartney บนหน้าปกแผ่นเสียงทำให้หลายคนจินตนาการว่าเพลงหนึ่งเพลงต้องมีเจ้าของชัดเจน คนหนึ่งเขียนคำ อีกคนแต่งทำนอง แล้วจบกันที่ตรงนั้น แต่ห้องซ้อมและห้องอัดของเดอะบีเทิลส์เต็มไปด้วยการโยนไอเดียให้กัน ท่อนหนึ่งอาจหอบมาจากบ้าน อีกคนช่วยเปลี่ยนคอร์ด เติมคำ จัดจังหวะ หรือเสนอเสียงเครื่องดนตรีที่ทำให้เพลงพลิกหน้าตา จอร์จก็เขียนเพลงที่มีลายเซ็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ส่วนริงโกมีเพลงของตัวเองเช่นกัน การให้เครดิตแบบคู่นั้นจึงบอกได้เพียงบางส่วน ไม่ได้อธิบายชีวิตจริงของเพลงทั้งเพลง การฟังเดอะบีเทิลส์จึงน่าสนุกตรงร่องรอยเล็กๆ เหล่านี้ บางเพลงได้ยินความชอบของพอลชัด บางเพลงมีมุมแหลมคมแบบจอห์น บางเพลงมีสีตะวันออกของจอร์จ และหลายเพลงคงไม่ออกมาอย่างที่เป็น หากไม่มีคนอื่นในวงช่วยขยับอีกนิดเดียว

5. โยโกะ โอโนะไม่ใช่คนเดียวที่ทำให้วงแยกทาง

นี่คงเป็นเรื่องที่เล่าง่ายที่สุดและไม่ยุติธรรมที่สุดด้วย โยโกะ โอโนะมักกลายเป็นตัวละครผู้ร้ายในเรื่องเดอะบีเทิลส์ เพราะเธออยู่ใกล้จอห์นในช่วงปลายวงและเข้ามาอยู่ในบรรยากาศการทำงานที่แฟนเพลงไม่คุ้นเคย แต่รอยร้าวเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว หลังไบรอัน เอปสไตน์เสียชีวิต วงขาดคนกลางที่เคยคอยจัดการเรื่องธุรกิจและรับแรงปะทะไว้ ต่อมาสมาชิกเห็นต่างกันเรื่องผู้บริหาร เงิน และทิศทางงาน พอลไม่เห็นด้วยกับการดึงอัลเลน ไคลน์เข้ามาดูแล ขณะคนอื่นเลือกอีกทาง การทำอัลบั้ม Let It Be ยังมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องเสียงและวิธีเรียบเรียง เพลงที่ควรเป็นเรื่องของดนตรีจึงพ่วงด้วยทนาย สัญญา และความระแวง โยโกะเป็นส่วนหนึ่งของบริบทช่วงนั้นแน่นอน แต่ถ้าโยนความพังทั้งหมดลงบนคนคนเดียว ก็เท่ากับมองข้ามปัญหาใหญ่ที่สะสมอยู่ในวงมาหลายปี ความสัมพันธ์ของคนสี่คนกำลังตึงจนแทบขยับตัวไม่ได้อยู่แล้ว

6. หลังแยกวง พวกเขาไม่ได้ตัดขาดกันจนกลายเป็นศัตรูตลอดชีวิต

ภาพการแตกวงในปี 1970 มักถูกวาดให้เหมือนประตูปิดตาย สมาชิกทั้งสี่เดินคนละทางและไม่อยากเห็นหน้ากันอีก แต่ชีวิตหลังจากนั้นมีรายละเอียดอ่อนโยนกว่าข่าวพาดหัว ความสัมพันธ์มีช่วงห่าง มีช่วงหงุดหงิด และมีเรื่องให้เจ็บใจอยู่จริง กระนั้นชื่อของอดีตเพื่อนร่วมวงยังโผล่ในงานของกันและกันอยู่เสมอ อัลบั้มเดี่ยวของริงโกในปี 1973 มีอดีตเพื่อนทั้งสามมาร่วมร้องหรือเล่นดนตรี จอห์นกับพอลที่เคยมีคำพูดแทงใส่กันผ่านสื่อ ก็กลับมาพบและเล่นดนตรีกันแบบไม่ได้วางแผนในปี 1974 พวกเขาไม่ได้รวมวงกลับมาเป็นเดอะบีเทิลส์ชุดเดิม และความสัมพันธ์คงไม่มีวันย้อนเป็นเหมือนสมัยเริ่มต้น แต่คำว่าเกลียดกันตลอดไปก็ดูจะง่ายเกินไปสำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตวัยหนุ่ม สร้างเพลง และแบกชื่อวงเดียวกันมาด้วยกัน

ตำนานมักชอบคำอธิบายสั้นๆ เพราะจำง่าย วงดังเพราะโชค รายการทีวีทำให้ดัง โยโกะทำวงแตก หรือสมาชิกเลิกคบกันหมด แต่เดอะบีเทิลส์ไม่เคยเป็นเรื่องสั้นแบบนั้น พวกเขาเป็นวงที่ทั้งเก่ง ทั้งโชคดี ทั้งดื้อ ทั้งเหนื่อย และมีปัญหาจริงเหมือนกลุ่มคนทำงานร่วมกันทุกกลุ่ม เพียงแต่ทุกการตัดสินใจของพวกเขาดังพอจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ ยิ่งตัดเรื่องเล่าที่ง่ายเกินไปออก ก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ของวงชัดขึ้น เด็กหนุ่มที่เล่นตามคลับเล็กๆ กลายเป็นคนที่ผลักดันเพลงป๊อปไปไกลกว่าเดิมได้อย่างไร เพื่อนร่วมวงที่เคยรักและรำคาญกันในเวลาเดียวกัน รับมือกับโลกทั้งใบที่จับจ้องอย่างไร เรื่องจริงไม่จำเป็นต้องสะอาดหมดจด ถึงจะน่าฟัง และบางทีความไม่เรียบร้อยนี่เองที่ทำให้เพลงของพวกเขายังมีชีวิตอยู่ในหูคนฟังมาหลายรุ่น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นธารน้ำแข็งละลายเผยร่องรอย นักปีนเขาเบลเยียมที่หายไปตั้งแต่ปี 1992วัคซีนมะเร็ง ข่าวใหม่ที่กำลังเปลี่ยนความหวังในการรักษามะเร็ง7 จังหวัดที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักที่สุดในช่วงฤดูฝุ่นเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม10 อาหารไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักมากที่สุด จากเมนูท้องถิ่นสู่ระดับโลกค่าตัวพิธีกรรายการดัง คิดกันอย่างไร ได้มากกว่าที่คนดูคาดหรือไม่ทดลองลดหวาน 14 วัน อะไรอาจเกิดขึ้นและอะไรยังฟันธงไม่ได้งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ5 สะพานไทยที่มีความยาวมากที่สุด และสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไร6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ครูเหม เวชกร: จากจิตกรเอกมือเทวดาสู่บรมครูเรื่องผีแห่งสยามประเทศวัคซีนมะเร็ง ข่าวใหม่ที่กำลังเปลี่ยนความหวังในการรักษามะเร็งเก๋าสุดในรุ่น “หัสดิน” แบรนด์รถคนไทยยุค 606 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ7 วิธี เมื่อรถชน ป้องกันคู่กรณีหัวหมอ ด้วยหลักฐานที่ควรเก็บทันที
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
7 เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนไทยเร็วที่สุดในช่วงไม่กี่สิบปีชามตราไก่ลำปางกำลังถูกสินค้าจีนตีตลาด? เกิดอะไรขึ้นกับเซรามิกไทย7 วิธี เมื่อรถชน ป้องกันคู่กรณีหัวหมอ ด้วยหลักฐานที่ควรเก็บทันที7 จังหวัดที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักที่สุดในช่วงฤดูฝุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่