9 อาชีพในอนาคตของไทย ที่อาจค่อยๆ หายไปเพราะ AI และระบบอัตโนมัติ
9 อาชีพในอนาคตของไทย ที่มีแนวโน้มเริ่มหายไปจากสังคมไทย
ในอนาคต “อาชีพที่หายไป” อาจไม่ได้หมายถึงการถูกยกเลิกทั้งหมด แต่หมายถึงจำนวนงานที่ลดลง เพราะบางหน้าที่ถูกแทนด้วย AI ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และบริการดิจิทัล โดยข้อมูลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ปี 2026 ระบุว่าในประเทศไทยมีงานเพียงราว 3–4% ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการถูกแทนที่ด้วย Generative AI ขณะที่งานส่วนใหญ่มีแนวโน้มถูก “เปลี่ยนรูปแบบ” มากกว่าจะหายไปทั้งหมด ดังนั้นรายชื่อต่อไปนี้ควรอ่านในฐานะ อาชีพที่มีแนวโน้มลดจำนวนหรือเปลี่ยนบทบาทอย่างมาก ไม่ใช่การฟันธงว่าจะหมดไปจากประเทศไทยในอนาคต
1. พนักงานคีย์ข้อมูล
งานคีย์ข้อมูลเป็นหนึ่งในกลุ่มงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากระบบดิจิทัลและ AI เพราะหน้าที่จำนวนมากเป็นการป้อนข้อมูลจากเอกสารหรือระบบหนึ่งไปยังอีกระบบหนึ่ง ซึ่งสามารถลดขั้นตอนได้ด้วยระบบ OCR, ระบบเชื่อมต่อฐานข้อมูล และ AI ที่อ่านและประมวลผลข้อมูลอัตโนมัติ กระทรวงแรงงานไทยระบุในปี 2026 ว่างานคีย์ข้อมูลเป็นหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงถูกลดหรือถูกแทนที่มากขึ้นจาก AI ขณะที่ World Economic Forum จัด Data Entry Clerks อยู่ในกลุ่มงานที่คาดว่าจะลดลงอย่างชัดเจนในช่วงถึงปี 2030 ดังนั้นตำแหน่งงานลักษณะนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนจากการ “ป้อนข้อมูลด้วยคน” ไปเป็นการตรวจสอบและควบคุมข้อมูลที่ระบบสร้างขึ้นแทน
2. พนักงานธุรการที่ทำงานเอกสารซ้ำ ๆ
งานธุรการบางประเภทมีความเสี่ยงลดลงอย่างมากเมื่อองค์กรนำระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โปรแกรมจัดการสำนักงาน และ AI เข้ามาช่วยสร้างเอกสาร สรุปข้อมูล จัดตาราง และประมวลผลคำสั่งพื้นฐาน กระทรวงแรงงานไทยระบุว่างานธุรการเป็นหนึ่งในกลุ่มงานที่มีแนวโน้มถูกลดหรือปรับเปลี่ยนจาก AI ขณะที่ World Economic Forum คาดการณ์ว่า Administrative Assistants และ Executive Secretaries เป็นหนึ่งในกลุ่มงานที่ลดลงเร็วที่สุดในระดับโลกภายในปี 2030 อย่างไรก็ตาม งานธุรการที่ต้องประสานงาน ตัดสินใจ และจัดการปัญหาซับซ้อนยังมีแนวโน้มคงอยู่ เพียงแต่จำนวนงานที่เป็นงานเอกสารซ้ำ ๆ จะลดลง
3. พนักงานรับชำระเงินหรือแคชเชียร์แบบดั้งเดิม
การชำระเงินผ่าน Mobile Banking, QR Payment, ตู้บริการอัตโนมัติ และระบบ Self-checkout ทำให้ผู้บริโภคสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านพนักงานทุกครั้ง แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับรายงาน Future of Jobs 2025 ของ World Economic Forum ซึ่งจัด Cashiers and Ticket Clerks ไว้ในกลุ่มอาชีพที่คาดว่าจะลดลงเร็วที่สุดจากการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติ สำหรับประเทศไทยจึงมีแนวโน้มเห็น “แคชเชียร์แบบเดิม” ลดจำนวนลง โดยพนักงานที่ยังอยู่จะถูกปรับบทบาทไปทำหน้าที่บริการลูกค้า แก้ปัญหา และดูแลระบบมากขึ้น
4. พนักงานธนาคารที่ทำธุรกรรมพื้นฐานหน้าเคาน์เตอร์
การโอนเงิน ฝากเงิน ตรวจสอบยอด และบริการทางการเงินจำนวนมากสามารถทำผ่าน Mobile Banking, Internet Banking, ATM และระบบดิจิทัลได้แล้ว ทำให้ความจำเป็นของพนักงานที่ทำธุรกรรมซ้ำ ๆ หน้าเคาน์เตอร์มีแนวโน้มลดลง รายงาน Future of Jobs 2025 ระบุว่า Bank Tellers and Related Clerks เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่คาดว่าจะลดลงเร็วที่สุดในช่วงถึงปี 2030 โดยแรงขับสำคัญมาจากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม สาขาธนาคารยังมีบทบาทสำหรับสินเชื่อ การลงทุน การให้คำปรึกษา และธุรกรรมที่ซับซ้อน ดังนั้นสิ่งที่มีแนวโน้มหายไปคือ “งานธุรกรรมพื้นฐานแบบเดิม” มากกว่าวิชาชีพธนาคารทั้งหมด
5. พนักงานรับโทรศัพท์และ Call Center ที่ตอบคำถามซ้ำ ๆ
AI Chatbot, Voicebot และระบบตอบคำถามอัตโนมัติมีศักยภาพเข้ามารับงานบริการลูกค้าที่เป็นคำถามซ้ำ ๆ เช่น ตรวจสอบสถานะบริการ แจ้งข้อมูลทั่วไป นัดหมาย หรือแก้ปัญหาเบื้องต้น กระทรวงแรงงานไทยระบุว่างานบริการลูกค้าแบบซ้ำ ๆ เช่น Call Center มีความเสี่ยงถูก AI แทนที่บางส่วน และประเมินว่ามีโอกาสถูกทดแทนในระดับ 20–25% ขณะที่ ILO ชี้ว่างานกลุ่ม clerical support เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงจาก Generative AI สูงกว่าหลายกลุ่มอาชีพ ดังนั้นในอนาคตพนักงาน Call Center อาจไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่จะเหลือคนสำหรับกรณีซับซ้อน การเจรจา และการดูแลลูกค้าที่ต้องใช้ความเข้าใจเชิงมนุษย์มากขึ้น
6. พนักงานบัญชีที่ทำงานบันทึกบัญชีและตรวจเอกสารขั้นพื้นฐาน
— ระบบบัญชีออนไลน์ โปรแกรม ERP และ AI สามารถช่วยบันทึกรายการ ตรวจเอกสาร จัดหมวดหมู่ธุรกรรม และสร้างรายงานพื้นฐานได้มากขึ้น ทำให้แรงงานที่ทำงานซ้ำ ๆ ในกระบวนการบัญชีมีแนวโน้มลดลง World Economic Forum จัด Accounting, Bookkeeping and Payroll Clerks รวมถึง Accountants and Auditors บางส่วนไว้ในกลุ่มงานที่มีแนวโน้มลดลง โดยแรงขับสำคัญมาจาก AI และเทคโนโลยีประมวลผลข้อมูล แต่ไม่ได้หมายความว่า “นักบัญชีจะหายไป” เพราะงานวิเคราะห์ การวางแผนภาษี การตรวจสอบเชิงลึก และการให้คำปรึกษายังคงต้องใช้ความรู้และการตัดสินใจของมนุษย์
7. พนักงานโรงงานที่ทำงานซ้ำ ๆ กับเครื่องจักร
ภาคการผลิตของไทยกำลังเข้าสู่ระบบอัตโนมัติมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่มีขั้นตอนซ้ำ ๆ และสามารถกำหนดมาตรฐานได้ เช่น การประกอบ การคัดแยก การตรวจสอบสินค้า และการขนย้ายภายในโรงงาน กระทรวงแรงงานไทยระบุว่าโรงงานในอนาคตมีแนวโน้มเปลี่ยนไปสู่ระบบอัตโนมัติมากขึ้น และแรงงานที่ยังจำเป็นจะต้องมีทักษะด้านเทคนิคเพื่อควบคุมและดูแลเครื่องจักร ขณะที่ ILO เคยประเมินว่าแรงงานทักษะต่ำและกึ่งทักษะในภาคยานยนต์ไทยมีความเสี่ยงจากระบบอัตโนมัติสูง ดังนั้นงาน “คนยืนทำซ้ำอยู่หน้าเครื่องจักร” มีแนวโน้มลดลง แต่จะเกิดความต้องการช่างเทคนิค วิศวกร และผู้ควบคุมระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้นแทน
8. พนักงานคัดแยกและตรวจสอบสินค้าแบบใช้แรงงานคนซ้ำ ๆ
การใช้สายพานอัตโนมัติ กล้อง Machine Vision เซนเซอร์ และหุ่นยนต์สามารถทำงานคัดแยกและตรวจสอบสินค้าบางประเภทได้รวดเร็วและต่อเนื่องกว่าการใช้แรงงานคน โดย World Economic Forum ระบุว่า Robotics and Autonomous Systems เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดงานบางประเภท และงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากกว่างานที่ต้องใช้การตัดสินใจซับซ้อน สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดมากขึ้นในภาคอุตสาหกรรม คลังสินค้า และโลจิสติกส์ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนจะหายจากระบบทั้งหมด เพราะจะมีงานใหม่ด้านควบคุมเครื่องจักร ซ่อมบำรุง วิเคราะห์ข้อมูล และจัดการระบบเพิ่มขึ้น
9. พนักงานพิมพ์เอกสารและงานสิ่งพิมพ์บางประเภท
การเปลี่ยนจากเอกสารกระดาษไปสู่เอกสารดิจิทัล ประกอบกับระบบจัดทำเอกสารอัตโนมัติและ AI สร้างข้อความ ทำให้ความต้องการงานพิมพ์เอกสารซ้ำ ๆ และสิ่งพิมพ์บางประเภทมีแนวโน้มลดลง World Economic Forum ระบุว่า Printing and Related Trades Workers อยู่ในกลุ่มงานที่มีแนวโน้มลดลง โดยได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของดิจิทัล AI และระบบอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม งานพิมพ์คุณภาพสูง บรรจุภัณฑ์ สื่อโฆษณา และงานเฉพาะทางยังคงมีตลาดอยู่ ดังนั้นสิ่งที่มีแนวโน้มลดลงคือ “งานพิมพ์แบบเดิมที่ทำซ้ำจำนวนมาก” มากกว่าการที่อุตสาหกรรมการพิมพ์จะหายไปทั้งหมด
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดแรงงานไทยไม่ใช่เพียงเรื่อง “AI จะมาแย่งงานคน” แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างของงานจาก งานที่ทำซ้ำ → งานที่ต้องควบคุม วิเคราะห์ ตัดสินใจ และใช้เทคโนโลยี ILO ระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าการนำ GenAI ไปใช้ทำให้เกิดการสูญเสียงานจำนวนมหาศาลในอาเซียน และงานส่วนใหญ่มีแนวโน้มถูกปรับเปลี่ยนมากกว่าถูกลบทิ้งทั้งหมด ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานไทยมองว่า AI ระบบอัตโนมัติ สังคมสูงวัย และเศรษฐกิจสีเขียวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดแรงงานไทยในช่วง 10 ปีข้างหน้า ดังนั้น “อาชีพที่หายไป” อาจเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเรื่อง เพราะอีกครึ่งหนึ่งคือ อาชีพใหม่ที่จะเกิดขึ้นเพื่อดูแล AI หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ข้อมูล และเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
แหล่งอ้างอิงหลัก: องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO), กระทรวงแรงงานไทย, World Economic Forum (Future of Jobs Report 2025) และรายงานด้านการเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะข้อมูลล่าสุดของ ILO ปี 2026 ซึ่งประเมินผลกระทบของ Generative AI ต่อแรงงานในอาเซียนและประเทศไทย
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
พฤติกรรมแบบไหนที่น้องหมาอาจไล่กัดและสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
OMG ย่อมาจาก Oh my God และเริ่มใช้ในภาษาอังกฤษก่อนเข้าสู่ภาษาไทย
เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569
เปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทย
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ปู่ย่าตายายรักหลานมากกว่าลูกจริงไหม ความผูกพันนั้นมีเหตุผล
เลขปฏิทินจีน งวด 1 กันยายน 2569 เจาะสถิติความถี่ 0–9 ผ่าฤกษ์วันอังคารคัดชุดเด่น 3 ตัวตรง
แมลงยังเข้าบ้านทั้งที่มีมุ้งลวด? ลองเช็ก 6 จุดใกล้ตัว
ฉีดน้ำส้มสายชูใส่ “กุญแจ” ดีจริงหรือ?
10 อะไหล่รถที่เห็นบิลแล้วมีสะดุ้ง เครื่องยนต์ยังไม่ใช่ของแพงที่สุด!
OMG ย่อมาจาก Oh my God และเริ่มใช้ในภาษาอังกฤษก่อนเข้าสู่ภาษาไทย
พฤติกรรมแบบไหนที่น้องหมาอาจไล่กัดและสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุ
ปู่ย่าตายายรักหลานมากกว่าลูกจริงไหม ความผูกพันนั้นมีเหตุผล
10 อะไหล่รถที่เห็นบิลแล้วมีสะดุ้ง เครื่องยนต์ยังไม่ใช่ของแพงที่สุด!
Questions to Ask Before Saying Yes to a Pet Adoption












