หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นัตโตะ อาหารญี่ปุ่นกลิ่นแรงกับเสน่ห์ของถั่วหมักที่ยืดเป็นใย คนชอบก็ช๊อบชอบกันไปเลยเน่อ

เขียนโดย dukedick

 

หากพูดถึงอาหารญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์จนสามารถทำให้คนหนึ่งคนหลงรักได้ตั้งแต่คำแรก ขณะที่อีกคนอาจถึงกับต้องถอยห่างตั้งแต่ยังไม่ได้ชิม “นัตโตะ” (Natto) คงเป็นหนึ่งในอาหารที่โดดเด่นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเบื้องหน้าคือถั่วเหลืองเม็ดเล็กสีน้ำตาลที่ดูเรียบง่าย แต่เมื่อใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันกลับเกิดเส้นใสเหนียว ๆ ยืดยาวออกมาราวกับใยแมงมุม พร้อมกลิ่นหมักที่เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นทั้งอาหารประจำโต๊ะของชาวญี่ปุ่นและอาหารที่ท้าทายประสาทสัมผัสของผู้ที่เพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก

นัตโตะเป็นอาหารที่เกิดจากการนำถั่วเหลืองมาต้มแล้วหมักด้วยแบคทีเรีย Bacillus subtilis var. natto กระบวนการหมักนี้ทำให้ถั่วเหลืองเปลี่ยนแปลงทั้งกลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส โดยเฉพาะสารประเภทโพลี-แกมมา-กลูตามิกแอซิด หรือ poly-γ-glutamic acid ที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างเส้นเมือกเหนียว ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของนัตโตะ เมื่อคนถั่วอย่างต่อเนื่อง เส้นเหล่านี้จะยืดยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนดูคล้ายใยแมงมุม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนที่สุดของอาหารชนิดนี้

แต่สิ่งที่ทำให้นัตโตะมีชื่อเสียงไม่แพ้ความเหนียวก็คือ “กลิ่น” กลิ่นของนัตโตะเกิดขึ้นจากสารระเหยหลายชนิดที่เกิดระหว่างการหมัก และอาจให้ความรู้สึกคล้ายกลิ่นแอมโมเนียหรือชีสที่มีความเข้มข้น สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย กลิ่นดังกล่าวอาจดูแรงและแปลกอย่างมาก แต่สำหรับคนญี่ปุ่นที่รับประทานนัตโตะมาตั้งแต่เด็ก กลิ่นนี้กลับเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์และความคุ้นเคยของอาหารเช้าแบบดั้งเดิม

ในแง่รสชาติ นัตโตะมีความเป็นถั่วค่อนข้างชัด มีความมัน รสอูมามิ และอาจมีรสขมเล็กน้อย เมื่อเปิดกล่องนัตโตะสำเร็จรูปที่พบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น มักจะมีซอสทาเระและมัสตาร์ดคาราชิให้เติมลงไป จากนั้นจึงใช้ตะเกียบคนถั่วจนเกิดฟองและเส้นเหนียว ก่อนนำไปราดบนข้าวสวยร้อน ๆ หลายคนยังนิยมเติมต้นหอมซอย ไข่ หรือสาหร่าย เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้รับประทานง่ายขึ้น

ความน่าสนใจของนัตโตะไม่ได้หยุดอยู่ที่รสชาติ เพราะกระบวนการหมักยังทำให้เกิดสารอาหารและสารประกอบบางชนิดที่มีความโดดเด่น โดยเฉพาะวิตามิน K2 ในรูป menaquinone-7 หรือ MK-7 ซึ่งนัตโตะถือเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารธรรมชาติที่มีปริมาณสูงมาก งานวิจัยในมนุษย์พบว่าการรับประทานนัตโตะสามารถทำให้ระดับ MK-7 ในเลือดเพิ่มขึ้น และวิตามิน K2 มีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับกระดูก

นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นัตโตะได้รับความสนใจในเรื่องสุขภาพกระดูก แม้ว่าจะไม่ควรมองว่าอาหารเพียงชนิดเดียวสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุนได้โดยตรง แต่หลักฐานในปัจจุบันชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคนัตโตะกับสถานะวิตามิน K2 และตัวชี้วัดด้านกระดูกบางชนิด ขณะเดียวกัน งานทบทวนล่าสุดก็ยังระบุว่าหลักฐานเกี่ยวกับผลต่อความหนาแน่นของกระดูกมีระดับความแน่นอนแตกต่างกัน และส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาเชิงสังเกต จึงควรตีความอย่างระมัดระวัง

อีกชื่อหนึ่งที่มักปรากฏคู่กับนัตโตะคือ “นัตโตไคเนส” (Nattokinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างขึ้นโดยแบคทีเรียระหว่างกระบวนการหมัก เอนไซม์ชนิดนี้มีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการสลายไฟบริน และถูกนำไปศึกษาเกี่ยวกับระบบการแข็งตัวของเลือดและความดันโลหิต อย่างไรก็ตาม การกล่าวว่านัตโตะหรือนัตโตไคเนสสามารถ “ป้องกันลิ่มเลือด” หรือ “ป้องกันโรคหัวใจ” ได้อย่างแน่นอนนั้นยังเป็นการกล่าวเกินกว่าหลักฐานทางคลินิกที่มีอยู่ในปัจจุบัน งานวิจัยจำนวนหนึ่งยังอยู่ในระดับที่ต้องศึกษาต่อ และไม่ควรนำอาหารหรือผลิตภัณฑ์นัตโตไคเนสมาใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง

นัตโตะยังเป็นอาหารที่มีโปรตีนจากถั่วเหลืองและสารอาหารอื่น ๆ อีกหลายชนิด จึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายและสมดุลได้ ส่วนเรื่อง “โปรไบโอติก” นั้นควรอธิบายอย่างระมัดระวัง เพราะแม้ Bacillus subtilis สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับนัตโตะจะได้รับการศึกษาถึงคุณสมบัติด้านจุลินทรีย์และสุขภาพลำไส้ แต่การเหมารวมว่านัตโตะเป็นแหล่งโปรไบโอติกที่รักษาหรือป้องกันปัญหาระบบทางเดินอาหารได้โดยตรงนั้นยังไม่ถูกต้องนัก

สำหรับชาวญี่ปุ่น นัตโตะมักปรากฏบนโต๊ะอาหารยามเช้าอย่างเรียบง่ายที่สุด เพียงนำถั่วหมักมาคลุกกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วรับประทานคู่กับซุปมิโซะ ปลา ผักดอง หรือเครื่องเคียงอื่น ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นัตโตะก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกินกับข้าวเท่านั้น เพราะสามารถนำไปประยุกต์กับอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโซบะ ซูชิ อาหารผัด หรือเมนูสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ ๆ

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องสำคัญที่คนทั่วไปควรรู้เกี่ยวกับนัตโตะ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาวาร์ฟาริน (warfarin) เพราะนัตโตะมีวิตามิน K2 ในปริมาณสูง ซึ่งสามารถมีผลต่อการควบคุมการแข็งตัวของเลือดและค่า INR ได้ งานวิจัยพบว่าการรับประทานนัตโตะทำให้ระดับ MK-7 ในเลือดเพิ่มขึ้น และมีการศึกษาถึงปัญหาดังกล่าวในผู้ที่ใช้วาร์ฟารินโดยเฉพาะ ดังนั้นผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มหรือลดการรับประทานนัตโตะอย่างมีนัยสำคัญ

ท้ายที่สุดแล้ว เสน่ห์ของนัตโตะอาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นอาหารที่ทุกคนจะชอบตั้งแต่คำแรก แต่คือการเป็นตัวอย่างอันน่าสนใจของภูมิปัญญาการหมักอาหารของมนุษย์ ถั่วเหลืองธรรมดาถูกเปลี่ยนผ่านจุลินทรีย์จนกลายเป็นอาหารที่มีกลิ่นเฉพาะตัว รสชาติอูมามิ เนื้อสัมผัสเหนียวเป็นใย และมีองค์ประกอบทางโภชนาการที่โดดเด่น จนสามารถยืนหยัดอยู่บนโต๊ะอาหารญี่ปุ่นมานานหลายชั่วอายุคน

สำหรับคนที่ไม่เคยลองนัตโตะมาก่อน ภาพของถั่วที่ถูกตะเกียบยกขึ้นแล้วมีเส้นเหนียว ๆ ยืดตามมาอาจดูแปลกในครั้งแรก แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป นัตโตะกลับเป็นอาหารที่สะท้อนแนวคิดสำคัญของอาหารหมักได้อย่างชัดเจน นั่นคือการใช้เวลาและจุลินทรีย์เปลี่ยนวัตถุดิบธรรมดาให้กลายเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ และนี่เองที่ทำให้นัตโตะยังคงเป็นหนึ่งในอาหารญี่ปุ่นที่ทั้งแปลก น่าสนใจ และมีเรื่องราวให้ค้นหาอยู่เสมอ

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 63 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบโรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนเปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาทสแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ดเปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแสใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
📷 5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพงทำไมเวลาตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิต สมองถึงชอบพาเราไปเชื่อคำแนะนำของคนแปลกหน้ามากกว่าคนในครอบครัว?6 สเกตบอร์ดแผ่นไม้ลายกราฟิตียุค 90s ที่ผ่านการเล่นมาแล้ว แต่ราคายังพุ่งแรง!ตัดสิ่งไม่จำเป็น แล้วเหลือแต่สิ่งสำคัญ เพราะชีวิตต้องคิดให้ง่าย "ไม่คิดยาก"
ตั้งกระทู้ใหม่