หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Hellfire Club ชมรมลับที่ผูกพันกับข่าวฉาวในอังกฤษศตวรรษที่ 18

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ชื่อ Hellfire Club ฟังเหมือนองค์กรที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาปีศาจ แต่ประวัติจริงกลับซับซ้อนกว่าภาพจำจากนิยาย ภาพยนตร์ และเรื่องเล่าลึกลับที่แพร่ต่อกันมาหลายร้อยปี คำนี้ใช้เรียกกลุ่มสังสรรค์ของชนชั้นสูงในบริเตนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งมีทั้งขุนนาง นักการเมือง นักเขียน และคนมีฐานะเข้ามาเกี่ยวข้อง สมาชิกชอบเสียดสีศาสนา ล้อเลียนพิธีกรรมของคริสต์ศาสนา ดื่มหนัก เล่นพนัน รับประทานอาหารฟุ่มเฟือย และสนทนาเรื่องที่สังคมมองว่าไม่เหมาะสม

เรื่องเล่าที่ผู้ชมยุคหลังคุ้นเคย มักรวมเหตุการณ์หลายกลุ่มเข้าด้วยกันราวกับเป็นชมรมเดียว สมาชิกกลุ่มหนึ่งพบปะกันในลอนดอน อีกกลุ่มหนึ่งเชื่อมโยงกับเซอร์ฟรานซิส แดชวูดและพื้นที่ชนบทแถบเวสต์ไวคอมบ์ ส่วนถ้ำ Hellfire Caves ก็กลายเป็นฉากสำคัญของตำนานในเวลาต่อมา ความจริงจึงควรเริ่มจากการแยกชื่อ กลุ่มบุคคล สถานที่ และช่วงเวลาออกจากกัน

จุดเริ่มต้นจากชมรมของดยุกแห่งวอร์ตัน

กลุ่มที่มีหลักฐานกล่าวถึงชัดเจนในระยะแรกก่อตั้งขึ้นราวปี 1718 โดยฟิลิป วอร์ตัน ดยุกแห่งวอร์ตัน นักการเมืองและขุนนางผู้มีชื่อเสียงด้านชีวิตสุดโต่ง ชมรมของวอร์ตันพบปะกันตามโรงเตี๊ยม บ้านส่วนตัว หรือสถานที่นัดหมายของสมาชิกในลอนดอน ลักษณะสำคัญไม่ใช่การประกอบพิธีมนตร์ดำอย่างเป็นระบบ แต่เป็นการสร้างภาพยั่วยุสังคมที่เคร่งศาสนาในเวลานั้น

สมาชิกแสดงท่าทีเยาะเย้ยสถาบันศาสนา ใช้ชื่อเรียกเชิงเสียดสี และจัดมื้ออาหารหรือกิจกรรมที่เลียนแบบภาษาศาสนา เมนูบางอย่างมีชื่อพาดพิงเทพเจ้า เรื่องเพศ และปีศาจ การกระทำเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นทั้งความบันเทิงและการแสดงอำนาจของชนชั้นนำ เพราะสมาชิกมีฐานะพอจะเล่นกับเส้นแบ่งทางศีลธรรมโดยไม่ต้องใช้ชีวิตแบบสามัญชนทั่วไป

ชมรมระยะแรกจบลงไม่นานนัก เมื่อบรรยากาศทางการเมืองและแรงกดดันจากฝ่ายต่อต้านเพิ่มขึ้น ประเด็นความเสื่อมทรามทางศีลธรรมกลายเป็นเครื่องมือโจมตีวอร์ตัน การรวมกลุ่มจึงมีความหมายทางการเมืองพอ ๆ กับความหมายด้านความสำมะเลเทเมา ชื่อ Hellfire Club เองก็ไม่ได้เป็นชื่อทางการของทุกกลุ่มที่ภายหลังได้รับการเรียกด้วยชื่อนี้

กลุ่มของเซอร์ฟรานซิส แดชวูดกับถ้ำใต้เนินเขา

บุคคลที่ทำให้ตำนาน Hellfire Club โด่งดังที่สุดคือเซอร์ฟรานซิส แดชวูด นักการเมือง เจ้าของที่ดิน และผู้สนใจศิลปะจากตระกูลมั่งคั่ง แดชวูดมีเครือข่ายเพื่อนในแวดวงชนชั้นสูงและนักคิดร่วมสมัย จึงจัดกลุ่มสังสรรค์ที่ใช้ชื่อหลายแบบ เช่น Order of the Friars of St Francis of Wycombe หรือกลุ่มพระแห่งเมดเมนแฮม ชื่อเหล่านี้มีน้ำเสียงล้อเลียนศาสนาและสร้างบรรยากาศกึ่งละครเวทีให้กับการพบปะ

ช่วงหนึ่งกลุ่มของแดชวูดเชื่อมโยงกับเมดเมนแฮมแอบบีย์ อดีตสำนักสงฆ์ริมแม่น้ำเทมส์ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ในสไตล์โกธิกฟื้นฟู ภายในมีสัญลักษณ์จากโลกคลาสสิก เช่น เทพแบคคัส เทพีวีนัส ภาพเปลือยเชิงศิลปะ และองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงพิธีกรรมโบราณ คำขวัญภาษาฝรั่งเศส Fais ce que tu voudras หรือจงทำตามความปรารถนา สะท้อนแนวคิดเสรีนิยมแบบยั่วล้อของกลุ่มได้ดี

ต่อมาเรื่องเล่าจำนวนมากเชื่อมกลุ่มนี้เข้ากับถ้ำที่เวสต์ไวคอมบ์ในบักกิงแฮมเชียร์ ถ้ำดังกล่าวมีทางเดินและห้องโถงใต้เนินเขา สร้างขึ้นในช่วงประมาณปี 1748–1752 เดิมงานขุดมีส่วนช่วยจัดหาวัสดุสำหรับถนนและสร้างรายได้ให้แรงงานท้องถิ่นในช่วงผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ภายในมีห้องจัดเลี้ยง ห้องโถงขนาดใหญ่ ทางเดินแคบ และพื้นที่ที่ภายหลังเรียกว่า Inner Temple โครงสร้างลึกลับเช่นนี้เหมาะกับการกลายเป็นฉากของตำนาน แม้หลักฐานเรื่องการใช้งานแต่ละห้องในทุกค่ำคืนจะไม่สมบูรณ์

ชื่อของสมาชิกหลายรายปรากฏในหนังสือ บันทึก หรือเรื่องเล่าภายหลัง แต่รายชื่อทั้งหมดไม่อาจยืนยันได้เท่ากัน บางชื่อมีความเกี่ยวข้องทางสังคมจริง บางชื่อเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และบางชื่ออาจเกิดจากการนำบุคคลที่มีชื่อเสียงมาผูกเข้ากับเรื่องอื้อฉาวในภายหลัง เบนจามิน แฟรงคลินมีความสนิทสนมกับแดชวูดและเคยไปเยือนเวสต์ไวคอมบ์ แต่ความสนิทสนมดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานเพียงพอให้จัดแฟรงคลินเป็นสมาชิก Hellfire Club

ชุดนักบวช แม่ชี และพิธีนอกรีตในเรื่องเล่า

ภาพสมาชิกสวมชุดพระหรือชุดนักบวชปรากฏอยู่ในคำบรรยายหลายสาย บางแหล่งกล่าวถึงการเรียกสมาชิกชายว่าพี่น้องหรือภราดา และให้หัวหน้ากลุ่มรับบทเป็นเจ้าอาวาส ส่วนแขกหญิงในเรื่องเล่ารุ่นหลังได้รับสมญาว่าแม่ชี รายละเอียดเหล่านี้มีส่วนช่วยสร้างความรู้สึกว่าการรวมตัวเป็นพิธีลับ แต่ยังแยกได้ยากระหว่างกฎปฏิบัติจริง มุกตลกในงานเลี้ยง และคำบรรยายที่ฝ่ายตรงข้ามแต่งเติมเพื่อประณามกลุ่ม

การล้อเลียนศาสนาไม่ใช่เรื่องเล็กในอังกฤษศตวรรษที่ 18 เพราะศาสนจักรยังมีอิทธิพลต่อกฎหมาย ชีวิตครอบครัว การศึกษา และภาพลักษณ์ทางการเมือง การจัดฉากให้ขุนนางนั่งร่วมโต๊ะใต้รูปเทพเจ้ากรีกหรือใช้ถ้อยคำคล้ายพิธีศาสนา จึงมีพลังยั่วยุสูง การแสดงแบบนี้อาจเป็นความบันเทิงของคนวงใน ขณะเดียวกันก็เป็นการประกาศว่ากลุ่มตนมีอิสระจากกฎศีลธรรมที่ใช้ควบคุมคนทั่วไป

ส่วนคำกล่าวเรื่องการเสพยา ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เอกสารที่กล่าวถึงกลุ่ม Hellfire มักพูดถึงเหล้า อาหาร การพนัน เรื่องเพศ และสิ่งพิมพ์ลามก มากกว่าจะให้หลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ยาเสพติดตามความหมายสมัยใหม่ การนำคำว่าเสพยาไปใส่ในเรื่องเล่าปัจจุบันอาจเกิดจากการผสมภาพจำของงานเลี้ยงสุดโต่งกับวัฒนธรรมปาร์ตี้ในยุคหลัง จึงไม่ควรเขียนเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

ข่าวลือเรื่องการร่วมเพศหมู่หรือปาร์ตี้มั่วสุมก็อยู่ในพื้นที่เดียวกัน หลักฐานร่วมสมัยบางชิ้นใช้ถ้อยคำรุนแรง กล่าวหาว่ากลุ่มดื่มกินและมีพฤติกรรมทางเพศอย่างเสื่อมทราม ขณะที่นักประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งเห็นว่าแดชวูดและสหายมีพฤติกรรมเจ้าสำราญจริง รวมถึงชื่นชอบภาพและสัญลักษณ์ทางเพศ แต่ระดับของกิจกรรมที่เกิดขึ้นในถ้ำหรือแอบบีย์ยังไม่อาจวัดจากข่าวลือได้ทั้งหมด เรื่องอื้อฉาวมักเดินทางได้ไกลกว่าบันทึกการประชุมจริง โดยเฉพาะเมื่อบุคคลในกลุ่มมีตำแหน่งทางการเมืองและมีศัตรูจำนวนมาก

ทำไมตำนานจึงอยู่ได้นานกว่าสมาชิกชมรม

Hellfire Club มีองค์ประกอบที่ทำให้เรื่องเล่าดำรงอยู่ได้ยาวนาน ทั้งชื่อที่ฟังน่ากลัว สมาชิกจากชนชั้นปกครอง การเสียดสีศาสนา อุโมงค์ใต้ดิน ศิลปะเชิงกามารมณ์ และความไม่ชัดเจนของหลักฐาน เมื่อข้อมูลขาดหาย ช่องว่างมักเปิดทางให้ผู้เล่าเติมรายละเอียดที่รุนแรงขึ้น บางยุคใช้ตำนานนี้เป็นคำเตือนเรื่องชนชั้นสูงเสื่อมศีลธรรม บางยุคมองเป็นเรื่องผจญภัยลึกลับ และวัฒนธรรมสมัยใหม่ก็นำชื่อไปใช้กับนิยาย เกม ภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์

ประเด็นทางประวัติศาสตร์จึงไม่ได้อยู่ที่การตัดสินว่าทุกเรื่องเป็นจริงหรือเท็จในทันที แต่ควรมองว่า Hellfire Club เป็นผลผลิตของสังคมที่มีทั้งความเคร่งศาสนา การเมืองแบบใส่ร้าย และวัฒนธรรมการสังสรรค์ของชนชั้นนำอยู่พร้อมกัน กลุ่มของวอร์ตันมีรากในลอนดอนช่วงต้นศตวรรษ ส่วนกลุ่มแดชวูดเกิดขึ้นภายหลังและเชื่อมโยงกับเมดเมนแฮมกับเวสต์ไวคอมบ์ การรวมทุกอย่างเป็นชมรมเดียวที่มีพิธีลับในถ้ำทุกคืน จึงทำให้ภาพประวัติศาสตร์คลาดเคลื่อน

หลักฐานที่ปลอดภัยกว่าคือ ชนชั้นสูงบางกลุ่มในอังกฤษศตวรรษที่ 18 สนุกกับการเสียดสีศาสนา ดื่มกิน ฟุ่มเฟือย และเล่นกับสัญลักษณ์ทางเพศจริง กลุ่มของแดชวูดมีสถานที่และภูมิทัศน์ที่ออกแบบให้ชวนพิศวงจริง ส่วนเรื่องซาตาน ยาเสพติด และพิธีกรรมทางเพศแบบสุดขั้ว ควรวางไว้ในหมวดข่าวลือ คำกล่าวหา หรือการขยายความของคนรุ่นหลัง การแยกชั้นข้อมูลเช่นนี้ทำให้เรื่องของ Hellfire Club ยังน่าติดตาม โดยไม่ต้องพึ่งรายละเอียดเกินหลักฐาน

ถ้ำ Hellfire Caves จึงมีคุณค่าในฐานะสถานที่จริงที่สะท้อนรสนิยม ความทะเยอทะยาน และการสร้างภาพลักษณ์ของแดชวูด ขณะเดียวกันชื่อ Hellfire Club ก็เป็นบทเรียนเรื่องพลังของข่าวฉาว เมื่อความลับบางส่วนหายไป เหลือเพียงสถานที่แปลกตา ชื่อบุคคลมีอำนาจ และคำบอกเล่าที่เล่าซ้ำ ความจริงกับตำนานจึงค่อย ๆ ซ้อนทับกัน จนคนรุ่นหลังต้องย้อนกลับไปตรวจสอบทีละชั้นว่า คืนหนึ่งในถ้ำเคยเกิดอะไรขึ้นจริง และรายละเอียดใดเป็นเพียงเงาของเรื่องเล่า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตั๊กแตนตำข้าวบางชนิดกินตัวผู้ระหว่างผสมพันธุ์ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งแมลงวันเต้นรำบางชนิดใช้ก้อนไหมล่อคู่ผสมพันธุ์ ส่วนแมงมุมบางชนิดส่งของขวัญไร้อาหารประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำแองเกลอร์ฟิชตัวผู้บางชนิดหลอมรวมกับตัวเมียเพื่อสืบพันธุ์เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันอังคาร ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 กันยายน 2569Cortigiana Onesta คือโสเภณีชั้นสูงแห่งเวนิสผู้ใช้ความรู้สร้างอำนาจ“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้าเปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?ไรขนตาอาศัยอยู่ในรูขุมขนและออกหากินยามค่ำคืนเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เป็ดบางชนิดมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่วิวัฒน์เป็นเกลียวสวนทางกันแองเกลอร์ฟิชตัวผู้บางชนิดหลอมรวมกับตัวเมียเพื่อสืบพันธุ์ตั๊กแตนตำข้าวบางชนิดกินตัวผู้ระหว่างผสมพันธุ์ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งแมลงวันเต้นรำบางชนิดใช้ก้อนไหมล่อคู่ผสมพันธุ์ ส่วนแมงมุมบางชนิดส่งของขวัญไร้อาหารCortigiana Onesta คือโสเภณีชั้นสูงแห่งเวนิสผู้ใช้ความรู้สร้างอำนาจ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อายุขัยและความสูงของพระพุทธเจ้าทั้งหมดแองเกลอร์ฟิชตัวผู้บางชนิดหลอมรวมกับตัวเมียเพื่อสืบพันธุ์รอยแผล 167 จุดบนโครงกระดูก: หลักฐาน "เหยื่อรายแรก" ของเครื่องยิงหินยักษ์ในประวัติศาสตร์!ตั๊กแตนตำข้าวบางชนิดกินตัวผู้ระหว่างผสมพันธุ์ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง
ตั้งกระทู้ใหม่