หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค่าไฟใหม่ ก.ย. 69 บ้านใช้เยอะต้องจ่ายแพงขึ้นจริงหรือ?

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 



เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการปรับอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับบ้านอยู่อาศัย ซึ่งมีกำหนดเริ่มใช้กับค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป แล้วเห็นว่ามีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีการแชร์ภาพตารางอัตราค่าไฟใหม่กันอย่างกว้างขวาง จนทำให้หลายคนเข้าใจว่า ต่อจากนี้ หากบ้านไหนใช้ไฟเกิน 150 หน่วย จะต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นทันที


แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดของโครงสร้างอัตราไฟฟ้าแล้ว เรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่านั้น และตัวเลขบางตัวที่เห็นในตารางก็ ไม่ใช่ยอดค่าไฟที่ประชาชนต้องจ่ายจริงทั้งหมด
สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อน คืออัตราที่ปรากฏในตาราง เช่น 2.3488 บาท, 2.9882 บาท, 3.0000 บาท, 4.1584 บาท และ 4.3583 บาทต่อหน่วย เป็นอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าตามโครงสร้างใหม่ ไม่ใช่การนำจำนวนหน่วยทั้งหมดไปคูณด้วยตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งแล้วจะได้ยอดสุดท้ายทันที

สำหรับบ้านอยู่อาศัยประเภท 1.1.1 ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน อัตราค่าพลังงานไฟฟ้าจะแบ่งเป็นขั้น ได้แก่ 0–15 หน่วย อยู่ที่ 2.3488 บาทต่อหน่วย, 16–25 หน่วย อยู่ที่ 2.9882 บาทต่อหน่วย, 26–200 หน่วย อยู่ที่ 3 บาทต่อหน่วย, 201–400 หน่วย อยู่ที่ 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไปอยู่ที่ 4.3583 บาทต่อหน่วย


ตรงนี้มีเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้ไฟควรจำให้แม่น เพราะ อัตราก้าวหน้าไม่ได้หมายความว่า เมื่อใช้ไฟถึงขั้นสูงแล้ว ทุกหน่วยจะถูกคิดในราคาเดียวกับขั้นสูงสุด


ยกตัวอย่างง่าย ๆ หากบ้านหนึ่งใช้ไฟ 100 หน่วย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะนำ 100 หน่วยไปคูณ 3 บาททั้งหมด แต่จะคิดแยกตามช่วงของหน่วยไฟที่ใช้ กล่าวคือ หน่วยแรก ๆ จะคิดตามอัตราขั้นแรก จากนั้นหน่วยในช่วงถัดไปจึงคิดตามอัตราของช่วงนั้น

 


ส่วนบ้านที่อยู่ในประเภท 1.1.2 ซึ่งใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือน โครงสร้างค่าพลังงานไฟฟ้าจะอยู่ที่ 3 บาทต่อหน่วยสำหรับ 0–200 หน่วย, 4.1584 บาทต่อหน่วยสำหรับ 201–400 หน่วย และ 4.3583 บาทต่อหน่วยตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป


ดังนั้นคำพูดที่ว่า “บ้านใช้ไฟเยอะ เตรียมจ่ายแพงขึ้น” จึงต้องฟังอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านที่ใช้ไฟเกิน 150 หน่วยจะถูกนำไฟทุกหน่วยไปคิดในอัตราแพงที่สุดทันที


ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ช่วงตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป ไม่ได้ถูกปรับขึ้นตามที่หลายคนอาจเข้าใจ


ตามข้อมูลที่ระบุ การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีการนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสาธารณะออกจากต้นทุนค่าไฟของผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ในอัตรา 0.0634 บาทต่อหน่วยสำหรับการใช้ไฟตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป


ผลที่ตามมาคือ อัตราช่วง 201–400 หน่วย ลดจาก 4.2218 บาท เหลือ 4.1584 บาทต่อหน่วย ขณะที่ช่วงตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป ลดจาก 4.4217 บาท เหลือ 4.3583 บาทต่อหน่วย


จุดนี้ถือเป็นรายละเอียดที่ควรทำความเข้าใจ เพราะหากดูเฉพาะตัวเลขโดยไม่อ่านโครงสร้างทั้งหมด อาจเกิดความเข้าใจว่า “ใช้ไฟมากขึ้น = รัฐขึ้นค่าไฟ” ทั้งที่ความจริงของการปรับครั้งนี้มีทั้งส่วนที่เพิ่มและส่วนที่ลดตามโครงสร้างของอัตรา


อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ตัวเลขในตารางยังไม่ใช่ค่าไฟที่ต้องจ่ายในใบแจ้งหนี้ทั้งหมด


ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายจริงยังมีองค์ประกอบอื่น เช่น ค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ หรือค่า Ft ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่มตามประเภทผู้ใช้ไฟ
สำหรับค่า Ft งวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 มีการกำหนดไว้ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ขณะที่ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทอยู่ที่ประมาณ 3.86 บาทต่อหน่วย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม


แต่ต้องย้ำว่า ตัวเลข 3.86 บาทนี้เป็น ค่าเฉลี่ย ไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนจะเสียค่าไฟหน่วยละ 3.86 บาทเท่ากัน เพราะยอดเงินจริงของแต่ละบ้านขึ้นอยู่กับประเภทผู้ใช้ไฟ ปริมาณการใช้ไฟ และองค์ประกอบอื่น ๆ ในใบแจ้งค่าไฟ


อีกประเด็นที่ผู้ใช้ไฟควรระวังคือเรื่อง “150 หน่วย”


การแบ่งประเภทผู้ใช้ไฟไม่ได้หมายความว่า หากเดือนหนึ่งใช้ 149 หน่วย แล้วเดือนถัดมาใช้ 151 หน่วย จะถูกเปลี่ยนประเภทผู้ใช้ไฟทันทีโดยอัตโนมัติในทุกกรณี เพราะยังมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเครื่องวัดไฟและประวัติการใช้ไฟตามเงื่อนไขของการไฟฟ้า


ดังนั้น หากใครกำลังสงสัยว่าบ้านของตัวเองอยู่ในประเภท 1.1.1 หรือ 1.1.2 ทางที่ดีที่สุดคือดูประเภทผู้ใช้ไฟที่ระบุอยู่ในใบแจ้งค่าไฟของตนเอง หรือสอบถามการไฟฟ้าที่ให้บริการโดยตรง จะชัดเจนกว่าการดูเพียงจำนวนหน่วยของเดือนใดเดือนหนึ่ง

ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องค่าไฟเป็นเรื่องที่ไม่ควรอ่านเฉพาะตัวเลขใหญ่ ๆ ในภาพที่แชร์ต่อกัน เพราะตัวเลขเพียงตัวเดียวสามารถทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่อง “ใช้เกิน 150 หน่วยแล้วจะแพงขึ้นทันที”
ความจริงแล้วระบบค่าไฟมีทั้งค่า

พลังงานไฟฟ้า ค่า Ft ค่าบริการ และภาษี รวมถึงการคิดแบบขั้นบันไดในบางประเภท การจะรู้ว่าบ้านของเราจ่ายเพิ่มหรือลดจริงหรือไม่ จึงควรดูจาก ประเภทผู้ใช้ไฟและจำนวนหน่วยที่ใช้จริง มากกว่าการนำตัวเลขอัตราใดอัตราหนึ่งไปคูณแบบตรง ๆ


ผู้เขียนมองว่า สิ่งที่ประชาชนควรทำมากที่สุดในช่วงนี้ไม่ใช่การตื่นตระหนกกับคำว่า “ค่าไฟใหม่” แต่ควรเปิดใบแจ้งค่าไฟของตัวเองขึ้นมา แล้วดูว่าบ้านเราอยู่ในประเภทใด ใช้ไฟเดือนละกี่หน่วย และมีค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง


เพราะท้ายที่สุดแล้ว ค่าไฟของแต่ละบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขบนตารางเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟของเราเองด้วย
บ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง เปิดเครื่องทำน้ำอุ่น ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงเป็นเวลานาน ย่อมมีโอกาสใช้ไฟมากกว่าบ้านที่ควบคุมการใช้ไฟอย่างประหยัด


ดังนั้น ค่าไฟรอบใหม่ในเดือนกันยายน 2569 จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะ “ใช้ไฟมากไม่ได้แปลว่าทุกหน่วยจะแพงขึ้นทันที” และ “ตัวเลขในตารางไม่ใช่ยอดสุทธิที่ต้องจ่าย”


รู้โครงสร้างให้ชัด ดูใบแจ้งค่าไฟของตัวเองให้เป็น และใช้ไฟอย่างมีประสิทธิภาพ น่าจะเป็นวิธีรับมือกับค่าไฟที่ดีที่สุดสำหรับทุกครัวเรือน

แหล่งที่มาของข้อมูล :


1.สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

2. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านเลขเด็ด "คำชะโนด" งวดวันที่ 1 กันยายน 69..เลขเด่น 1 มาแรง!เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันเปิด 5 น้ำตกที่อลังการที่สุดในไทย ใครชอบธรรมชาติต้องไปสักครั้งเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากเหรียญ 1 เซนต์ ต้นทุนพุ่งเกือบ 4 เท่าของราคา! รัฐบาลยังผลิตต่อทำไม คำตอบไม่ธรรมดางูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำรู้หรือไม่? “สับปะรดศรีราชา” มีต้นกำเนิดจากพันธุ์ที่เดินทางข้ามทวีป ก่อนกลายเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของไทย"เลือดเนื้อเชื้อไข" สำนวนไทย 4 คำโบราณ ที่คนต่างชาติเรียนภาษาไทยฟังแล้วมีงง!7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศนาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริงมาม่าซองหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหน? เปิดอายุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลก บางประเทศไม่ถึงปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เลือดเนื้อเชื้อไข" สำนวนไทย 4 คำโบราณ ที่คนต่างชาติเรียนภาษาไทยฟังแล้วมีงง!เปิด 5 น้ำตกที่อลังการที่สุดในไทย ใครชอบธรรมชาติต้องไปสักครั้งทำไมผิวหนังจึงเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดและหนักที่สุดของมนุษย์เมื่อรวมทั้งร่างกายมาม่าซองหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหน? เปิดอายุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลก บางประเทศไม่ถึงปีทำไมยอดเขาชิมโบราโซจึงอยู่ไกลจากศูนย์กลางโลกกว่าเอเวอเรสต์ทั้งที่สูงน้อยกว่าแฝดเอมีและเคทีคลอดห่างกัน 87 วัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
มาม่าซองหนึ่งอยู่ได้นานแค่ไหน? เปิดอายุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วโลก บางประเทศไม่ถึงปีเหรียญ 1 เซนต์ ต้นทุนพุ่งเกือบ 4 เท่าของราคา! รัฐบาลยังผลิตต่อทำไม คำตอบไม่ธรรมดาไทยติดอันดับ 3 ของโลก! ต่างชาติยกให้ “เมืองไทย” น่าอยู่ขุมทองในกองขยะ! มือถือเก่า 1 ตัน ซ่อนทองมหาศาล เปิดโลก “เหมืองในเมือง”
ตั้งกระทู้ใหม่