หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

8 อาการของร่างกายที่ถี่เกินไป จนไม่ควรปล่อยผ่าน

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

ร่างกายมีพฤติกรรมเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันจนแทบไม่ทันสังเกต บางครั้งเป็นเพียงการตอบสนองชั่วคราวจากการกินเร็ว ดื่มกาแฟ นอนน้อย เครียด หรืออยู่ในอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าอาการเดิมเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ รบกวนการนอน การทำงาน หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย จุดนั้นควรหยุดเดาเองแล้วเริ่มจดจำรายละเอียดให้ชัด

คำว่า “บ่อยเกินไป” ไม่มีตัวเลขเดียวใช้กับทุกคน เพราะอายุ ปริมาณน้ำ อาหาร ยา โรคประจำตัว และพฤติกรรมประจำวันทำให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่จำนวนครั้ง แต่คืออาการเปลี่ยนจากเดิมหรือไม่ รุนแรงขึ้นหรือไม่ และมีสัญญาณเตือนอะไรแทรกมาด้วย

1) สะอึกนานเกิน 48 ชั่วโมง หรือกลับมาเป็นซ้ำจนใช้ชีวิตลำบาก

สะอึกเป็นการหดตัวโดยไม่ตั้งใจของกล้ามเนื้อกระบังลม มักเกิดหลังรับประทานอาหารเร็ว ดื่มเครื่องดื่มมีแก๊ส อิ่มมาก หัวเราะหรือมีความเครียด และส่วนใหญ่หายเองในเวลาไม่นาน แต่ถ้าสะอึกต่อเนื่องเกิน 48 ชั่วโมง หรือหายแล้วกลับมาเป็นบ่อยจนกินอาหาร นอนหลับ หรือพูดคุยลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อน การระคายเส้นประสาท ยาบางชนิด หรือความผิดปกติในระบบอื่นของร่างกาย

ถ้าสะอึกร่วมกับหายใจลำบาก กลืนลำบาก สับสน อ่อนแรง เจ็บหน้าอก หรือเกิดหลังอุบัติเหตุบริเวณศีรษะ ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

2) ปัสสาวะบ่อยจนต้องเข้าห้องน้ำวันละ 8 ครั้งขึ้นไป หรือตื่นกลางคืนตั้งแต่ 2 ครั้ง

จำนวนครั้งเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่ามีโรคเสมอไป ถ้าดื่มน้ำมาก ดื่มกาแฟ ชา แอลกอฮอล์ หรือใช้ยาขับปัสสาวะก็อาจเข้าห้องน้ำถี่ขึ้นได้ จุดที่ควรสังเกตคือปัสสาวะบ่อยทั้งที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาก ปวดปัสสาวะฉับพลัน กลั้นไม่อยู่ ปัสสาวะออกทีละน้อย หรืออาการเริ่มเปลี่ยนจากปกติ

ถ้ามีแสบขัด ปวดท้องน้อย ปวดเอว ไข้ ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือด อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อหรือระบบทางเดินปัสสาวะ หากปัสสาวะบ่อยร่วมกับกระหายน้ำมาก น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย หรือปัสสาวะออกปริมาณมากผิดปกติ ควรตรวจระดับน้ำตาลและการทำงานของไตตามคำแนะนำของแพทย์

3) ถ่ายอุจจาระเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวัน หรือถี่กว่าปกติของตัวเองชัดเจน

คนที่ถ่ายอุจจาระเป็นก้อนวันละ 1–3 ครั้ง หรือบางคนถ่ายทุกสองสามวัน อาจยังอยู่ในช่วงปกติ หากเป็นรูปแบบเดิมและไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือการถ่ายเหลวหรือเป็นน้ำหลายครั้งแบบที่ไม่เคยเป็น โดยเฉพาะเมื่อมีปวดบิด อ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรือกลั้นไม่อยู่

ถ่ายเหลวต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ถือว่ายืดเยื้อ และถ้านานตั้งแต่ 4 สัปดาห์ขึ้นไปเข้าข่ายท้องเสียเรื้อรัง ควรตรวจหาสาเหตุ เช่น การติดเชื้อ การแพ้อาหาร ผลข้างเคียงจากยา หรือโรคของระบบทางเดินอาหาร หากถ่ายเหลว 6 ครั้งขึ้นไปในวันเดียว มีไข้สูง ปวดท้องรุนแรง อุจจาระดำเหมือนยางมะตอย มีเลือดหรือหนอง ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะ ต้องรีบพบแพทย์

4) กระพริบตาถี่มากจนรบกวนการอ่าน การขับรถ หรือมีอาการตาร่วม

การกระพริบตาไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ตัดสินว่าอันตราย เพราะความถี่เปลี่ยนตามความแห้งของอากาศ ฝุ่น แสง หน้าจอ ความเครียด และการพักผ่อน หากกระพริบถี่ขึ้นชั่วคราวหลังจ้องจอนานหรืออยู่ในที่มีลม อาจเริ่มจากการระคายเคืองหรือตาแห้งได้

แต่ถ้าเป็นต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ กระพริบแรง ขยี้ตาร่วมด้วย หรือมีตาแดง คัน แสบ เจ็บ แพ้แสง ตามัว หนังตากระตุกข้างเดียว หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรตรวจตา สาเหตุอาจเกี่ยวกับกระจกตา เปลือกตา ค่าสายตา ภูมิแพ้ หรือพฤติกรรมกระตุกที่ต้องประเมินแยกกัน อย่าหยอดยาที่มีส่วนผสมไม่ทราบแน่ชัดต่อเนื่องเอง

5) ไอเกิน 3 สัปดาห์ หรือไอเรื้อรังเกิน 8 สัปดาห์

ไอหลังเป็นหวัดอาจค่อยๆ ลดลงได้ แต่ถ้าไอยังอยู่เกิน 3 สัปดาห์ควรเข้ารับการประเมิน โดยเฉพาะถ้าไม่ได้มีอาการติดเชื้อชัดเจน ไอเรื้อรังอาจมาจากน้ำมูกไหลลงคอ โรคหืด กรดไหลย้อน การสูบบุหรี่ ฝุ่นควัน หรือผลจากยาบางชนิด ไม่ควรรีบสรุปว่าเป็นภูมิแพ้ทุกครั้ง

ถ้าไอจนหยุดไม่ได้ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไข้สูง น้ำหนักลด หรือมีเลือดปนในเสมหะ ควรพบแพทย์แบบเร่งด่วน ส่วนผู้ที่มีโรคปอด โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเป็นผู้สูงอายุ ควรใช้เกณฑ์ระมัดระวังมากขึ้น

6) ใจสั่นเกิดซ้ำบ่อยขึ้น นานขึ้น หรือเกิดตอนพักเฉยๆ

ใจสั่นอาจรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรง เต้นเร็ว เต้นสะดุด หรือสั่นอยู่ในอก บางครั้งเกิดหลังออกกำลังกาย ตกใจ เครียด ดื่มคาเฟอีน หรือพักผ่อนน้อยแล้วหายไปเอง แต่ถ้าเกิดซ้ำมากขึ้น ระยะเวลานานขึ้น หรือเกิดโดยไม่มีตัวกระตุ้น ควรจดเวลา ระยะเวลาที่เป็น ชีพจรโดยประมาณ อาหาร เครื่องดื่ม และยาที่ใช้ แล้วนำข้อมูลไปพบแพทย์

ใจสั่นที่มาพร้อมเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หน้ามืด จะเป็นลม หรือเป็นลมหมดสติ ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉิน ไม่ควรรอดูอาการเอง เพราะอาจเกี่ยวข้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ

7) แสบร้อนกลางอกหรือเรอเปรี้ยวเกือบทุกวัน

อาการแสบร้อนหลังรับประทานอาหารเป็นครั้งคราวพบได้ในหลายคน โดยเฉพาะหลังมื้อใหญ่ อาหารมัน อาหารเผ็ด กาแฟ หรือการนอนทันทีหลังอาหาร แต่ถ้าเกิดเกือบทุกวัน ต้องใช้ยาลดกรดเป็นประจำ หรือมีอาหารและน้ำเปรี้ยวไหลย้อนขึ้นคอซ้ำๆ ควรประเมินเรื่องกรดไหลย้อนและปัจจัยอื่นที่ทำให้อาการเรื้อรัง

สัญญาณที่ควรไปตรวจเร็วขึ้น ได้แก่ กลืนติดหรือกลืนเจ็บ อาเจียนบ่อย น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ อุจจาระดำ อาเจียนเป็นเลือด หรือเจ็บหน้าอกแบบผิดปกติ หากอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง แน่นเหมือนถูกบีบ หรือร่วมกับหายใจลำบาก ควรถือเป็นเหตุฉุกเฉินก่อนคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน

8) เลือดกำเดาไหลกลับมาเป็นประจำ หรือแต่ละครั้งหยุดยาก

เลือดกำเดาเล็กน้อยอาจเกิดจากอากาศแห้ง การแคะจมูก สั่งน้ำมูกแรง ภูมิแพ้ หรือเยื่อบุจมูกระคายเคือง จึงไม่ได้หมายถึงโรคร้ายทุกครั้ง แต่ถ้าเกิดซ้ำบ่อย เลือดออกมาก หรือมีรอยช้ำง่าย เลือดออกตามไรฟัน ประจำเดือนมากผิดปกติ ควรตรวจเรื่องยา ความดันโลหิต และระบบการแข็งตัวของเลือด

ถ้าเลือดไม่หยุดหลังนั่งตัวตรง โน้มตัวไปข้างหน้า และบีบปีกจมูกส่วนอ่อนต่อเนื่อง 10–15 นาที มีเลือดไหลมากจนกลืนไม่ทัน อ่อนแรง เวียนศีรษะ หายใจลำบาก หรือเริ่มหลังศีรษะกระแทก ควรไปห้องฉุกเฉิน ไม่ควรแหงนหน้าหรือยัดกระดาษลึกเข้าไปในจมูก

สิ่งที่ช่วยแพทย์ได้มากคือการจดว่าอาการเริ่มเมื่อไร เกิดกี่ครั้งต่อวัน นานกี่นาที มีอะไรเป็นตัวกระตุ้น และมีอาการร่วมอะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์กว่าการบอกเพียงว่า “เป็นบ่อย” และช่วยแยกอาการชั่วคราวออกจากอาการที่ควรตรวจจริงจัง

บทความนี้ใช้เป็นแนวทางสังเกตเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากอาการรุนแรงขึ้น เกิดฉับพลัน หรือทำให้หายใจไม่ได้ เจ็บหน้าอก สับสน เป็นลม มีเลือดออกมาก หรือขาดน้ำ ควรไปโรงพยาบาลทันที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญอาหารมื้อก่อนนอนช่วยให้หลับสบาย หรือทำให้กรดไหลย้อนกำเริบการศึกษาไทยวัดผลมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับฟินแลนด์และสิงคโปร์ บทเรียนจากระบบสอบสองแบบ7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศเจาะลึกวงจรชีวิตยุงลาย ตั้งแต่ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง จนถึงวันที่ต้องดูดเลือดเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสนAI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปีไทยติดสิบอันดับไหม เปิดที่มา 10 ประเทศที่ถูกโหวตว่าสาวสวยที่สุดในโลกทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไรเปิดประวัติ "สุริยานีไม่ยอมแต่งงาน" ละครโทรทัศน์เรื่องแรกของ ประเทศไทยสนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"กันตนา" เปิดตัว "พระเอก - นางเอก AI" คู่แรกของไทย..สร้างปรากฏการณ์การใหม่ในซีรี่ส์แนวตั้งการศึกษาไทยวัดผลมากเกินไปหรือไม่ เมื่อเทียบกับฟินแลนด์และสิงคโปร์ บทเรียนจากระบบสอบสองแบบทำไมหมาถึงไล่กัดคน ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งถูกไล่ และควรรับมืออย่างไรซูมลึกตอนจูบ เมื่อปุ่มบนลิ้นเสียดสีกันและจุลชีพนับล้านข้ามไปหาอีกคน5 นักร้องลูกทุ่งอินดี้แนวหน้าของไทย ที่มีค่าจ้างแพงที่สุดเจาะลึกวงจรชีวิตยุงลาย ตั้งแต่ไข่ ลูกน้ำ ตัวโม่ง จนถึงวันที่ต้องดูดเลือด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
อาหารมื้อก่อนนอนช่วยให้หลับสบาย หรือทำให้กรดไหลย้อนกำเริบกลั้นลมหายใจ กลั้นจาม กลั้นฉี่ กลั้นอุจจาระ และกลั้นน้ำตา เสี่ยงแค่ไหนหิวจนสั่นเกิดจากอะไร แยกอาการน้ำตาลต่ำกับความหิวธรรมดาอย่างไรวิทยาศาสตร์การนอน เรื่องที่สมองและร่างกายทำงานอยู่ทุกคืนโดยไม่หยุดพัก
ตั้งกระทู้ใหม่