เปิดสถิติคนติดคุกไทยตามระดับการศึกษา ประถม มัธยม อาชีวะ และมหาวิทยาลัยมีเท่าไร
เวลาเห็นข่าวคนถูกส่งเข้าเรือนจำ ภาพที่มักตามมาคือจำนวนผู้ต้องขังกับประเภทคดี แต่ข้อมูลอีกด้านที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ คนกลุ่มนี้เรียนจบระดับไหนกันบ้าง เพราะวุฒิการศึกษาเกี่ยวข้องกับโอกาสในการทำงาน รายได้ การเข้าถึงข้อมูล และทางเลือกในการใช้ชีวิตหลังพ้นโทษ
สถิติชุดนี้ไม่ได้มีไว้ตัดสินว่าคนเรียนต่ำต้องกระทำผิด และไม่ได้หมายความว่าคนเรียนสูงจะไม่ก่อคดี จุดสำคัญคือการมองให้เห็นโครงสร้างทางสังคมว่า ผู้ต้องขังจำนวนมากเติบโตมากับโอกาสทางการศึกษาแบบใด
ตัวเลขการศึกษาเป็นข้อมูลประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่หลักฐานว่าระดับการศึกษาเป็นสาเหตุโดยตรงของการกระทำผิด
ข้อมูลชุดล่าสุดที่แยกตามวุฒิการศึกษา จากระบบสถิติของกรมราชทัณฑ์ ภาคการศึกษาที่ 2/2568 มีผู้ต้องขังในชุดข้อมูลรวม 246,832 คน โดยแบ่งตามวุฒิการศึกษาสูงสุดได้ดังนี้
• ไม่รู้หนังสือ 15,934 คน คิดเป็นร้อยละ 6.46
• ประถมศึกษา 88,008 คน คิดเป็นร้อยละ 35.66
• มัธยมศึกษาตอนต้น 74,370 คน คิดเป็นร้อยละ 30.13
• มัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช. 49,695 คน คิดเป็นร้อยละ 20.13
• อนุปริญญาหรือ ปวส. 10,112 คน คิดเป็นร้อยละ 4.10
• ปริญญาตรี 7,686 คน คิดเป็นร้อยละ 3.11
• สูงกว่าปริญญาตรี 1,027 คน คิดเป็นร้อยละ 0.42
ตัวเลขแต่ละระดับรวมกันได้ 246,832 คนพอดี จึงสามารถใช้ดูสัดส่วนภายในชุดข้อมูลนี้ได้อย่างชัดเจน กลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดคือผู้จบประถมศึกษา ตามด้วยผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้น ส่วนผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปมีรวม 8,713 คน หรือประมาณร้อยละ 3.53
สิ่งที่เห็นเด่นที่สุดคือกลุ่มประถมศึกษา มีจำนวน 88,008 คน หรือมากกว่าหนึ่งในสามของผู้ต้องขังที่มีข้อมูลวุฒิการศึกษา การจบระดับประถมไม่ได้หมายความว่าคนกลุ่มนี้ขาดความสามารถ แต่สะท้อนว่าการศึกษาในระบบหยุดลงค่อนข้างเร็ว และอาจส่งผลต่อทางเลือกในตลาดแรงงานเมื่อเทียบกับคนที่มีวุฒิสูงกว่า
เมื่อรวมผู้ไม่รู้หนังสือ ผู้จบประถมศึกษา และผู้จบมัธยมศึกษาตอนต้น จะได้ 178,312 คน คิดเป็นร้อยละ 72.24 ของชุดข้อมูลทั้งหมด หรือพูดง่ายๆ คือ ผู้ต้องขังประมาณ 7 ใน 10 คนอยู่ในกลุ่มที่มีวุฒิไม่เกินระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ตัวเลขนี้ทำให้เรื่องการศึกษาภาคบังคับในเรือนจำมีความสำคัญมาก เพราะการเรียนต่อไม่ได้มีเป้าหมายแค่ให้ได้รับใบประกาศ แต่ยังช่วยเพิ่มทักษะอ่านเขียน คำนวณ ใช้ข้อมูล และวางแผนชีวิตหลังพ้นโทษ
กลุ่มมัธยมศึกษาตอนต้นมี 74,370 คน คิดเป็นร้อยละ 30.13 ส่วนมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช. มี 49,695 คน คิดเป็นร้อยละ 20.13 สองระดับนี้รวมกันสะท้อนช่วงรอยต่อสำคัญของชีวิต เพราะเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงานหรือเลือกเรียนสายอาชีพ
หากการเรียนต้องหยุดก่อนถึงระดับมัธยมปลาย โอกาสสมัครงานบางประเภทจะถูกจำกัดทันที หลายอาชีพต้องใช้วุฒิขั้นต่ำ ต้องผ่านการอบรมเฉพาะทาง หรือจำเป็นต้องมีใบรับรองวิชาชีพ การขาดเอกสารและทักษะเหล่านี้อาจทำให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังพ้นโทษยากขึ้น
แต่การอ่านสถิติจำเป็นต้องระวังไม่เหมารวม เพราะผู้ต้องขังแต่ละคนมีภูมิหลังต่างกัน ทั้งครอบครัว รายได้ พื้นที่อยู่อาศัย การหลุดออกจากระบบการศึกษา ปัญหาสุขภาพจิต การใช้สารเสพติด และสภาพแวดล้อมทางสังคม ระดับการศึกษาเป็นเพียงหนึ่งตัวแปรเท่านั้น
ระดับอนุปริญญาหรือ ปวส. มี 10,112 คน คิดเป็นร้อยละ 4.10 ปริญญาตรีมี 7,686 คน คิดเป็นร้อยละ 3.11 และสูงกว่าปริญญาตรีมี 1,027 คน คิดเป็นร้อยละ 0.42 รวมสามกลุ่มได้ 18,825 คน หรือร้อยละ 7.63
• กลุ่มปริญญาตรีขึ้นไปมี 8,713 คน
• กลุ่มอนุปริญญาหรือ ปวส. มีมากกว่ากลุ่มสูงกว่าปริญญาตรีเกือบสิบเท่า
• ผู้จบมัธยมปลายหรือ ปวช. มีจำนวนมากกว่าผู้จบปริญญาตรีขึ้นไปหลายเท่า
การที่มีผู้ต้องขังระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรีอยู่ด้วย เป็นเครื่องเตือนว่าวุฒิการศึกษาไม่ใช่เกราะป้องกันการกระทำผิดแบบสมบูรณ์ ผู้มีการศึกษาสูงก็อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีจากเหตุหลายรูปแบบ เช่น ธุรกิจ การเงิน ความสัมพันธ์ อำนาจหน้าที่ หรือการตัดสินใจผิดพลาด
อีกชุดข้อมูลหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2567 ระบุว่ามีผู้ต้องขังทั้งหมด 301,285 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่ยังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน 209,474 คน หรือร้อยละ 69.53 โดยแยกเป็นไม่รู้หนังสือ 5,869 คน ประถมศึกษา 117,948 คน และมัธยมศึกษาตอนต้น 85,657 คน ส่วนผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายมี 40,286 คน
ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ควรถูกนำมาเทียบกันตรงๆ ว่าจำนวนผู้จบประถมหรือผู้ไม่รู้หนังสือเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพราะเป็นคนละช่วงเวลาและคนละระบบรายงาน ชุดหนึ่งเป็นข้อมูลวุฒิการศึกษาจากระบบการศึกษา ภาคเรียนที่ 2/2568 อีกชุดเป็นภาพรวมผู้ต้องขัง ณ วันใดวันหนึ่ง
ภาพรวมทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า การศึกษาในเรือนจำไม่ควรถูกมองเป็นกิจกรรมเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการลดช่องว่างก่อนกลับคืนสู่สังคม ตั้งแต่การอ่านออกเขียนได้ การเรียนต่อระดับพื้นฐาน การฝึกอาชีพ ไปจนถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เพราะคนที่มีความรู้และทักษะมากขึ้นย่อมมีทางเลือกในการเริ่มต้นชีวิตใหม่มากขึ้น แม้การศึกษาเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถแก้ปัญหาการกระทำผิดซ้ำได้ทั้งหมดก็ตาม
คนติดยาเสพติดมักเริ่มจากอะไร เพื่อนชักชวน ปัญหาครอบครัว หรือความเครียด
เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69
วิทยาศาสตร์การนอน เรื่องที่สมองและร่างกายทำงานอยู่ทุกคืนโดยไม่หยุดพัก
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
AI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปี
7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ
6 อันดับคุกสุดโหดทั่วโลก จากเรือนจำปิดตายถึงสถานที่คุมขังที่ถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิ
แจกสูตร “ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด” เนื้อนุ่มเปื่อย รสกลมกล่อม หอมหวานอมเปรี้ยว
สิ่งที่พลพตทิ้งไว้ให้ชาวกัมพูชารุ่นหลัง และบทเรียนจากยุคเขมรแดง
5 ข้อดีของการเป็นหนี้ ที่ช่วยให้ลุกขึ้นวางแผนและเดินต่ออย่างมีสติ
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
วิทยาศาสตร์การนอน เรื่องที่สมองและร่างกายทำงานอยู่ทุกคืนโดยไม่หยุดพัก
คนติดยาเสพติดมักเริ่มจากอะไร เพื่อนชักชวน ปัญหาครอบครัว หรือความเครียด
6 อันดับคุกสุดโหดทั่วโลก จากเรือนจำปิดตายถึงสถานที่คุมขังที่ถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิ
สิ่งที่พลพตทิ้งไว้ให้ชาวกัมพูชารุ่นหลัง และบทเรียนจากยุคเขมรแดง
5 ข้อดีของการเป็นหนี้ ที่ช่วยให้ลุกขึ้นวางแผนและเดินต่ออย่างมีสติ
เมืองปอมเปอี ก่อนถูกภูเขาไฟฝัง ชีวิตโรมันที่หายไปใต้เถ้าถ่าน
คังคุไบ ตัวจริงจากกามธิปุระ จากหญิงถูกหลอกสู่ผู้ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีคนทำงานบริการทางเพศ
เอเลเวเตอร์เกิร์ล กับชีวิตสาวลิฟต์ผู้เป็นภาพจำของญี่ปุ่นยุคโชวะ
ทำไมหนึ่งปีจึงมี 12 เดือน และเลข 12 กลายเป็นมาตรฐานรอบตัวได้อย่างไร




