หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

โลภและอภิชฌาในคำสอนพระพุทธเจ้า อยากได้ของผู้อื่นส่งผลต่อใจและกรรมอย่างไร

เขียนโดย phana3462

มีช่วงหนึ่งที่ใจเห็นของของคนอื่นแล้วรู้สึกสะดุด ตั้งแต่โทรศัพท์รุ่นใหม่ รถคันงาม บ้านหลังใหญ่ ไปจนถึงความก้าวหน้าและความรักของคนรอบตัว บางความรู้สึกผ่านไปเร็ว แต่บางความรู้สึกวนอยู่ในหัวจนเกิดคำถามว่า «ถ้าสิ่งนั้นเป็นของตนได้ก็คงดี» จากความคิดเล็ก ๆ จึงค่อย ๆ กลายเป็นการเปรียบเทียบ ความอิจฉา และความอยากครอบครอง

คำในพระพุทธศาสนาที่ตรงกับอาการเพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น คือ «อภิชฌา» อ่านว่า อะ-พิ-ชฌา หมายถึงความละโมบเพ่งเล็งทรัพย์หรือสิ่งของของผู้อื่น อยากให้ของที่เป็นของเขากลายมาเป็นของตน โดยใจไม่ได้หยุดอยู่แค่การชื่นชม แต่มีความยึดอยากและพร้อมจะก้าวข้ามสิทธิของเจ้าของ

ส่วน «โลภะ» กว้างกว่า หมายถึงรากของจิตที่ติดใจ อยากได้ อยากมี อยากเป็น และไม่อยากสูญเสียสิ่งที่พอใจ โลภะอาจเกิดกับเงิน อาหาร ชื่อเสียง ตำแหน่ง ความรัก หรือความต้องการให้คนอื่นยอมรับ อภิชฌาจึงเป็นอาการของโลภะที่มุ่งไปยังของของผู้อื่นอย่างชัดเจน

การเห็นคนอื่นมีชีวิตที่ดีแล้วเกิดแรงบันดาลใจ ไม่ใช่อภิชฌาเสมอไป หากตั้งใจพัฒนาตนเองด้วยวิธีสุจริต เคารพสิทธิของเจ้าของ และไม่ได้หวังให้คนอื่นสูญเสีย สิ่งนั้นอาจเป็นฉันทะหรือความพอใจในการทำสิ่งที่ดี แต่ถ้าใจเปลี่ยนจาก «อยากพัฒนาตัวเอง» เป็น «อยากให้ของเขามาอยู่กับตน ไม่ว่าเขาจะเดือดร้อนหรือไม่» ตรงนี้เริ่มเข้าเขตอภิชฌา

พระพุทธเจ้าทรงจัดเรื่องนี้ไว้ในอกุศลกรรมบถ ๑๐ ซึ่งมีการกระทำทางกาย ๓ ทางวาจา ๔ และทางใจ ๓ การงานทางใจ ๓ คือ อภิชฌา ความคิดปองร้าย และความเห็นผิด ต่อให้ยังไม่ลงมือขโมย ยังไม่พูดหลอกลวง และยังไม่มีใครเห็น การปล่อยใจให้เพ่งเล็งก็เป็นการฝึกทางใจไปในทิศที่ไม่ดี เพราะความอยากเริ่มมีอำนาจเหนือความถูกต้อง

ในสาเลยยกสูตร พระพุทธเจ้าทรงอธิบายการประพฤติผิดทางใจว่า คนที่มีความอยากได้ของผู้อื่นย่อมคิดในทำนองว่า «ขอสิ่งของของคนอื่นจงเป็นของตน» ใจลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้ทรัพย์ของใครหายไปทันที แต่ทำให้เจ้าของความคิดสูญเสียอิสระภายใน ทุกครั้งที่เห็นของเดิม ความอยากจะถูกปลุกขึ้นใหม่ จนความสุขถูกผูกไว้กับการครอบครองและการเอาชนะ

ในอังคุตตรนิกาย อกุศลมูลสูตร พระพุทธเจ้าทรงเปรียบโลภะ โทสะ และโมหะเหมือนเถาวัลย์กาฝากที่พันต้นไม้ หากปล่อยให้รากเกาะอยู่เรื่อย ๆ ต้นไม้ก็ถูกปกคลุม อ่อนแรง และล้มลง อุปมานี้สะท้อนชีวิตจริง เพราะความโลภมักไม่หยุดอยู่ที่ความอยาก เมื่ออยากมากขึ้นก็เริ่มหาเหตุผลเข้าข้างตน ปกปิดความจริง เอาเปรียบ หรือทำ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 85 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียว ที่ทำเงินในประเทศไทยได้มากถึง 600 ล้านบาทภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาทหนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบเช็กปฏิทิน ฤกษ์ดี พฤศจิกายน 2569 วันมงคลทำทำการใหญ่ เสริมความปังให้ชีวิต!เปิด 5 หลักสูตรมหาวิทยาลัยไทย ที่มีการแข่งขันสูงจนที่นั่งแทบไม่พอรับนักศึกษา!เปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อยรับมือดาวพุธถอยหลัง (พักร์) พ.ย. 2569 ฉบับ 12 ราศี เรื่องที่ห้ามทำ–ควรทำรู้ทัน 7 กลโกงเลขหลุดวงใน หลีกเลี่ยงหลุมพรางก่อนลุ้นโชคใหญ่ 16 พฤศจิกายนเปิด 10 อันดับจังหวัดของไทยที่มีความยากจนซ้ำซาก บางพื้นที่เรื้อรังนานนับสิบปีนิตยสารน็อคแชมป์ เล่ม 36 เปิดเลขหลังปก 16 พ.ย. 69 จัด 3 กลุ่มเลข 4-5-7 จับคู่หลักหน่วยชุดเดียวกัน3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่
ดู Hot Topic ทั้งหมด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 5 หลักสูตรมหาวิทยาลัยไทย ที่มีการแข่งขันสูงจนที่นั่งแทบไม่พอรับนักศึกษา!ภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียว ที่ทำเงินในประเทศไทยได้มากถึง 600 ล้านบาทเปิด 10 อันดับจังหวัดของไทยที่มีความยากจนซ้ำซาก บางพื้นที่เรื้อรังนานนับสิบปีกอดแมวช่วยลดความเครียดได้จริงไหม? ชวนมาอ่านประโยชน์ของการมีแมวเป็นเพื่อน
ตั้งกระทู้ใหม่