หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นิทานธรรมะเตือนใจ: เรื่อง "ก้อนหินแห่งความกังวล"

เขียนโดย tawanoriginal

กาลครั้งหนึ่ง ณ สำนักสงฆ์อันสงบเงียบแห่งหนึ่งบนยอดเขาสูง มีพระอาจารย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและปัญญานามว่า “พระอาจารย์สุเมธ” สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านในหมู่บ้านเชิงเขาเสมอมา

​ในบรรดาศิษย์และชาวบ้านที่แวะเวียนมาฟังธรรม มีชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อ “ธีระ” ธีระเป็นคนขยันและเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี แต่เขามีนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือ “ชอบแบกความกังวล” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานในไร่นา เรื่องฟ้าฝน เรื่องอนาคตของลูก หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อยที่ยังไม่เกิดขึ้น เขามักจะเก็บมาคิดวนเวียนจนนอนไม่หลับ ใบหน้าของเขาหมองคล้ำและไร้ซึ่งความสุขเสมอ

​วันหนึ่ง ธีระรู้สึกว่าตัวเองทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเดินขึ้นเขาไปยังสำนักสงฆ์ด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ เมื่อพบพระอาจารย์สุเมธ เขาก็ก้มลงกราบแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"หลวงพ่อครับ ทำไมชีวิตของผมถึงมีแต่ความทุกข์และความหนักอึ้งขนาดนี้? ผมพยายามทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ใจของผมกลับไม่เคยสงบเลยสักวัน ผมจะวางความทุกข์เหล่านี้ลงได้อย่างไรครับ?"

 

​พระอาจารย์สุเมธยิ้มรับด้วยความเมตตา ท่านไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่กลับเดินไปที่ลานหินข้างกุฏิ แล้วหยิบ ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้น ขึ้นมาหนึ่งก้อน จากนั้นจึงยื่นให้ธีระ

"ธีระ ยื่นมือออกมา แล้วถือลูกหินก้อนนี้ไว้" พระอาจารย์กล่าว

​ธีระทำตามด้วยความสงสัย เขารับก้อนหินมาถือไว้ในมือ ยื่นแขนออกไปข้างหน้าตามที่พระอาจารย์สั่ง

​เวลาผ่านไปเพียง 5 นาที พระอาจารย์ก็เอ่ยถาม "เป็นอย่างไรบ้างธีระ รู้สึกอย่างไร?"

"ยังสบายมากครับหลวงพ่อ ก้อนหินนี้เบามาก" ธีระตอบพร้อมยิ้มบางๆ

​ผ่านไป 20 นาที พระอาจารย์ถามอีกครั้ง "ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"

"เริ่มตึงๆ ที่แขนและไหล่แล้วครับ แต่ยังพอทนได้" ธีระเริ่มขยับตัวด้วยความเมื่อยล้า

​ผ่านไป 1 ชั่วโมง ธีระเริ่มเหงื่อตก แขนของเขาสั่นระริก ความเจ็บปวดและตึงเครียดแล่นพล่านไปทั่วไหล่และหลัง แต่เขาก็ยังคงฝืนถือไว้เพราะพระอาจารย์ยังไม่ได้สั่งให้วาง

​ในที่สุด พระอาจารย์สุเมธจึงถามขึ้นอีกครั้ง "ตอนนี้ก้อนหินก้อนเดิมนี้ หนักแค่ไหนแล้วธีระ?"

​ธีระพูดด้วยเสียงหอบ "มันหนักมากครับหลวงพ่อ! หนักจนแขนผมจะชาและยกไม่ไหวแล้ว ทั้งๆ ที่มันก็คือก้อนหินก้อนเดิม"

​พระอาจารย์ยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วกล่าวว่า "วางมันลงสิ"

​ธีระรีบปล่อยก้อนหินลงสู่พื้นทันที ความรู้สึกเบาโล่งและผ่อนคลายวิ่งเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวดในทันใด พระอาจารย์จึงนั่งลงข้างๆ เขาแล้วเอ่ยธรรมะเตือนใจขึ้นว่า

บทเรียนจากก้อนหิน

"ธีระเอ๋ย... ความกังวลและความทุกข์ในใจของเจ้า ก็เหมือนกับก้อนหินก้อนนี้นั่นแหละ"

"ปัญหา ความกังวล เรื่องราวในอดีต หรือความกลัวในอนาคต ก็ไม่ต่างกัน หากเจ้าเก็บมันมาคิดเพียงครู่เดียวเพื่อหาทางแก้ไข นั่นคือปัญญา... แต่หากเจ้าแบกมันไว้ตลอดเวลา นึกถึงมันทุกเช้าสายบ่ายเย็น ไม่ยอมวางมันลงเลย ใจของเจ้าก็เหมือนแขนที่ต้องแบกหินก้อนนี้ไว้ตลอดเวลา มันจึงเหนื่อยล้า หนักอึ้ง และพังทลายลงในที่สุด"

ดวงตาเห็นธรรม

​ธีระนั่งนิ่ง ฟังคำสอนของพระอาจารย์ด้วยความตะลึง น้ำตาแห่งความเข้าใจค่อยๆ ไหลซึมออกจากตา เขาเริ่มเห็นภาพตัวเองที่ผ่านมา ที่มักจะแบกเรื่องราวของเมื่อวาน และความวิตกของวันพรุ่งนี้ มาใส่ไว้ในจิตใจตลอดเวลา โดยไม่เคยอนุญาตให้ใจของตัวเองได้ "วาง" มันลงเลย

"หลวงพ่อครับ... แล้วผมควรรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างไร ไม่ให้ใจต้องแบกหินก้อนนี้ครับ?" ธีระถามด้วยความนอบน้อม

​พระอาจารย์สุเมธจึงให้หลักธรรมง่ายๆ ไว้ 3 ข้อ:

  1. อยู่กับปัจจุบัน (สติ): เรื่องที่ผ่านไปแล้วคืออดีต แก้ไขไม่ได้ เรื่องที่ยังมาไม่ถึงคืออนาคต ควบคุมไม่ได้ สิ่งเดียวที่เจ้าทำได้และมีอยู่จริงคือ "ปัจจุบัน" ทำหน้าที่ในแต่ละวันให้ดีที่สุดก็พอ
  2. รู้จัก 'ปล่อยวาง' ตามกาลเวลา: เมื่อถึงเวลานอน ให้วางเรื่องงาน วางเรื่องเงิน วางเรื่องอนาคตลงไว้ข้างหมอน เหมือนที่เจ้าปล่อยก้อนหินลงพื้น อย่าแบกมันขึ้นเตียงไปด้วย
  3. พิจารณาตามความเป็นจริง (อนิจจัง): ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีปัญหาใดคงอยู่ตลอดกาล เมื่อมีเหตุให้เกิด ก็ย่อมมีเหตุให้ดับ ความกังวลไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่ปัญญาและการลงมือทำต่างหากที่แก้ได้

บทสรุป

​กราบลาพระอาจารย์สุเมธในวันนั้น ธีระเดินลงจากเขาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากขาขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง แม้ปัญหาชีวิตของเขาจะยังคงมีอยู่ ไร่นายังต้องทำ ครอบครัวยังต้องดูแล... แต่ "จิตใจ" ของเขากลับเบาสบายขึ้นอย่างประหลาด

​เพราะเขาเข้าใจแล้วว่า ชีวิตไม่ได้หนักเพราะปัญหา แต่หนักเพราะเราไม่ยอม 'วาง' มันลงต่างหาก

​นับแต่นั้นมา เมื่อใดที่ธีระเริ่มรู้สึกตึงเครียดหรือกังวล เขาก็จะนึกถึงภาพ "ก้อนหินแห่งความกังวล" แล้วบอกกับตัวเองในใจว่า... "วางมันลงก่อนเถิด แล้วค่อยเริ่มใหม่ด้วยใจที่สงบ"

เนื้อหาโดย: tawanoriginal
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
tawanoriginal's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย tawanoriginal
ลงเนื้อหาที่โพสจังที่เดียว ไม่อนุญาติให้นำบทความหรือนิทานธรรมะไปลงเว็ปไซค์ที่อื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
-แชร์ลิ้งและโหวดเพื่อเป็นกำรังใจในการนำธรรมะมาสอนเรื่อยๆครับ
-สามาถรโดเนทค่าน้ำชาได้ พร้อมเพย์ 0864599200 ชื่อ พิบูลย์ พันสิง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!5 หนังเศร้าที่หลายคนยกให้เป็นหนังเรียกน้ำตา ดูซ้ำก็ยังสะเทือนใจ10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569ทำไมในทางคณิตศาสตร์ เราถึง “ไม่มีวันเดินไปถึงเป้าหมาย”?7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน10 บุคคลดังที่ไม่ยอมให้ความพิการปิดเส้นทางชีวิตจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดเลขโชคดี ซุปเปอร์เฮงเฮง 16/8/69แจกสูตร “ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด” เนื้อนุ่มเปื่อย รสกลมกล่อม หอมหวานอมเปรี้ยวเที่ยว 5 ชายหาดทรายดำ พร้อมรู้จุดเด่นและข้อควรระวัง10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่ซื้อเลขอะไร!!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 หนังเศร้าที่หลายคนยกให้เป็นหนังเรียกน้ำตา ดูซ้ำก็ยังสะเทือนใจทำไมในทางคณิตศาสตร์ เราถึง “ไม่มีวันเดินไปถึงเป้าหมาย”?10 จุดในบ้านที่ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลขโชคดี ซุปเปอร์เฮงเฮง 16/8/69มรดกโลกกลางทะเล! ทำไม UNESCO จึงยกให้เป็นสถานที่ที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับโลกธรรมะประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ธรรมะสวัสดี
ธรรมะประจำวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569ธรรมะสวัสดีร่วมส่งต่อกำลังใจและแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ ฟ้าใสIsekai หรือ อัญญา แก้วนพคุณ อดีตไอดอลสาวผู้สร้างรอยยิ้มธรรมะประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569ถอดรหัสธรรมะในบทเพลง "ทะเลใจ"
ตั้งกระทู้ใหม่