การทำปลาร้าแบบ Surströmming ของสวีเดน หรือปลาร้าที่มีกลิ่นรุนแรงที่สุดในโลก
หากพูดถึงอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ชื่อของ Surströmming (ซูร์สตรอมมิง) จะต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะอาหารพื้นเมืองจากประเทศสวีเดนชนิดนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากกลิ่นอันทรงพลัง จนคนที่ไม่คุ้นเคยอาจต้องถอยหนีทันทีที่ฝากระป๋องถูกเปิดออก
หลายคนถึงกับพูดติดตลกว่า หากใครคิดจะกิน Surströmming ที่บ้าน ก็ควรเตรียมใจไว้ก่อน เพราะสมาชิกในครอบครัวอาจเชิญให้ออกไปนั่งกินคนเดียวข้างนอกเสียเลย ไม่ใช่เพราะอาหารชนิดนี้มีพิษหรือเป็นอันตราย แต่เพราะกลิ่นของมันรุนแรงชนิดที่สามารถกระจายไปทั่วบริเวณได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่สัตว์เลี้ยงบางตัวก็อาจไม่อยากอยู่ใกล้ๆ เมื่อได้กลิ่นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังกลิ่นที่ทำให้ Surströmming กลายเป็นหนึ่งในอาหารไวรัลยอดนิยมบนโลกอินเทอร์เน็ตนั้น แท้จริงแล้วมีประวัติศาสตร์ด้านการถนอมอาหารของชาวสวีเดนซ่อนอยู่ยาวนานหลายร้อยปี
Surströmming คือปลาเฮริ่งบอลติกหรือ Baltic herring ที่นำมาหมักด้วยเกลือ โดยเป็นอาหารดั้งเดิมที่มีความผูกพันอย่างมากกับพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งอ่าวบอทเนียและเขต High Coast อาหารชนิดนี้มีประวัติย้อนกลับไปอย่างน้อยถึงช่วงศตวรรษที่ 16 และมักถูกเชื่อมโยงกับยุคที่เกลือมีราคาสูง การใช้เกลือในปริมาณไม่มากเกินไปแล้วปล่อยให้ปลาเกิดกระบวนการหมัก จึงกลายเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเก็บรักษาปลาไว้รับประทานได้นานขึ้น
ชื่อ Surströmming เองก็สะท้อนลักษณะของอาหารได้เป็นอย่างดี โดยคำว่า sur ในภาษาสวีเดนหมายถึง “เปรี้ยว” ส่วน strömming หมายถึงปลาเฮริ่งบอลติก จึงสามารถเข้าใจง่ายๆ ว่าเป็น “ปลาเฮริ่งหมักรสเปรี้ยว” นั่นเอง
ปลาเฮริ่งที่นำมาทำ Surströmming มักถูกจับในช่วงฤดูใบไม้ผลิก่อนการวางไข่ จากนั้นจึงผ่านการหมักในน้ำเกลือ กระบวนการผลิตสมัยใหม่เริ่มด้วยการนำปลาไปแช่น้ำเกลือเข้มข้นช่วงหนึ่ง ก่อนย้ายไปหมักต่อในน้ำเกลือที่เจือจางกว่า กระบวนการหมักจะดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายเดือน และที่น่าสนใจก็คือ เมื่อปลาถูกบรรจุลงในกระป๋องแล้ว การหมักก็ยังไม่หยุด แต่ยังคงดำเนินต่อไปภายในกระป๋องอีกด้วย
นี่คือเหตุผลที่บางครั้งกระป๋อง Surströmming จะมีลักษณะโป่งพองออกมา ซึ่งในอาหารกระป๋องทั่วไปอาจเป็นสัญญาณที่น่ากังวล แต่สำหรับ Surströmming การเกิดก๊าซภายในระหว่างการหมักเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตตามปกติ
และก๊าซกับสารระเหยที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักนี่เอง คือจุดกำเนิดของ “กลิ่นในตำนาน”
ภายใน Surströmming มีสารประกอบหลายชนิดที่ร่วมกันสร้างกลิ่นอันซับซ้อน เช่น hydrogen sulfide ซึ่งมีกลิ่นคล้ายไข่เน่า, butyric acid ที่ให้กลิ่นคล้ายเนยหืน และ propionic acid รวมถึงกรดอินทรีย์ชนิดอื่นๆ เมื่อกลิ่นทั้งหมดรวมกันและถูกกักเก็บอยู่ภายในกระป๋องเป็นเวลานาน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นกลิ่นที่รุนแรงมากทันทีที่เปิดฝาออก
ด้วยเหตุนี้ ชาวสวีเดนจำนวนไม่น้อยจึงนิยมรับประทาน Surströmming กลางแจ้ง มากกว่าการเปิดกระป๋องภายในบ้าน และนั่นก็ไม่ใช่เพียงมุกตลกที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ แต่เป็นวิธีที่เหมาะสมจริงๆ สำหรับอาหารชนิดนี้ เพราะพื้นที่เปิดช่วยให้กลิ่นกระจายออกไปได้ง่ายกว่า
มือใหม่ที่ไม่เคยเปิด Surströmming มาก่อนยังต้องระมัดระวังอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือแรงดันภายในกระป๋อง เนื่องจากกระบวนการหมักสร้างก๊าซอยู่ตลอด หากรีบเจาะฝากระป๋องโดยไม่เตรียมตัว น้ำหมักอาจกระเด็นออกมาได้ วิธีที่ได้รับความนิยมจึงมีทั้งการเปิดกระป๋องกลางแจ้ง การเอียงกระป๋องอย่างระมัดระวัง หรือแม้แต่การเปิดขณะจุ่มอยู่ในภาชนะใส่น้ำเพื่อช่วยลดการฟุ้งกระจายของกลิ่นและน้ำหมัก
แต่สิ่งหนึ่งที่คลิป “Surströmming Challenge” จำนวนมากบนอินเทอร์เน็ตมักทำให้คนเข้าใจผิดก็คือ ชาวสวีเดนไม่ได้มีธรรมเนียมนั่งเปิดกระป๋องแล้วหยิบปลาออกมากินเปล่าๆ ทั้งตัวเพื่อทดสอบความอดทนต่อกลิ่น
วิธีรับประทานแบบดั้งเดิมนั้นนุ่มนวลกว่านั้นมาก
Surströmming มักรับประทานคู่กับ tunnbröd ซึ่งเป็นขนมปังแผ่นบางแบบสวีเดน มีทั้งชนิดนุ่มและชนิดกรอบ โดยเฉพาะในแถบ High Coast นิยมนำขนมปังมาทาเนย แล้ววางเนื้อปลาหมักลงไปพร้อมกับมันฝรั่งต้ม โดยมักใช้มันฝรั่งพันธุ์ almond potato ที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม ตามด้วยหอมแดงสับละเอียด
บางพื้นที่ยังเพิ่ม gräddfil ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นมหมักรสเปรี้ยวคล้ายซาวร์ครีม หรือใช้ crème fraîche รวมถึงต้นหอม ผักชีลาว มะเขือเทศ และชีสบางชนิดเข้ามาช่วยปรับสมดุลของรสชาติ
เมื่อนำส่วนประกอบทั้งหมดมารวมกัน เนื้อปลาเค็มเปรี้ยวที่มีรสเข้มข้นจะถูกลดความจัดจ้านลงด้วยความมันและความนุ่มของมันฝรั่ง ความหวานและความกรอบของหัวหอม รวมถึงความละมุนของผลิตภัณฑ์จากนม ทำให้ประสบการณ์ในการรับประทานแตกต่างไปจากการกินปลาออกจากกระป๋องโดยตรงอย่างสิ้นเชิง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า คนที่เคยเห็นคลิปชาวต่างชาติเปิด Surströmming แล้วอาเจียนหรือวิ่งหนี อาจยังไม่ได้เห็นภาพทั้งหมดของอาหารชนิดนี้ เพราะสำหรับชาวสวีเดนที่ชื่นชอบมัน Surströmming ไม่ใช่อาหารสำหรับพิสูจน์ความกล้า แต่เป็นอาหารพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว เพื่อนฝูง และการสังสรรค์ในช่วงปลายฤดูร้อน
ในสวีเดนยังมีธรรมเนียมที่เรียกว่า Surströmmingspremiär ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงเปิดฤดูกาลรับประทาน Surströmming ของปี โดยตามธรรมเนียมจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม และแม้ข้อบังคับเกี่ยวกับวันเริ่มจำหน่ายในอดีตจะเลิกใช้ไปแล้ว แต่ประเพณีการเฉลิมฉลองช่วงนี้ยังคงหลงเหลืออยู่
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้กลิ่นจะโด่งดังจนถูกใช้เป็นตัวเอกในชาเลนจ์บนโลกออนไลน์ แต่คนที่ชื่นชอบ Surströmming จำนวนมากมองว่า รสชาติไม่ได้เหมือนกับกลิ่นเสียทีเดียว เนื้อปลามีความเค็ม เปรี้ยวและมีรสอูมามิเข้มข้น เมื่อรับประทานพร้อมเครื่องเคียงอย่างถูกวิธีจึงกลายเป็นอาหารอีกแบบหนึ่ง มากกว่าจะเป็นเพียง “ปลากลิ่นเหม็น” อย่างที่ภาพจำบนอินเทอร์เน็ตมักนำเสนอ
ดังนั้น การเรียก Surströmming ว่าเป็น “ปลาร้าสวีเดน” อาจช่วยให้คนไทยจินตนาการถึงแนวคิดของการนำปลามาหมักได้ง่ายขึ้น แต่ในรายละเอียดแล้วกระบวนการผลิต จุลินทรีย์ วัตถุดิบ รสชาติ และวัฒนธรรมการรับประทานมีความแตกต่างจากปลาร้าไทยอยู่มาก จึงน่าจะเรียกมันว่า ปลาเฮริ่งหมักแบบสวีเดน จะตรงกว่า
ส่วนคำกล่าวที่ว่า Surströmming คือ “อาหารที่มีกลิ่นแรงที่สุดในโลก” นั้นมักถูกใช้เป็นฉายาและคำโปรยกันอย่างแพร่หลาย มากกว่าจะเป็นอันดับทางวิทยาศาสตร์ที่มีมาตรฐานกลางสำหรับวัดอาหารทุกชนิด แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามันเป็นหนึ่งในอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงและโด่งดังที่สุดในโลกอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว Surströmming เป็นตัวอย่างที่ดีว่า สิ่งที่ดูน่าหวาดหวั่นสำหรับคนจากวัฒนธรรมหนึ่ง อาจเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยความทรงจำและประเพณีสำหรับคนอีกวัฒนธรรมหนึ่ง
สำหรับนักท่องเที่ยว การเปิดกระป๋อง Surströmming ครั้งแรกอาจเป็นประสบการณ์ที่ต้องรวบรวมความกล้าไม่น้อย แต่สำหรับชาวสวีเดนบางครอบครัว มันคือรสชาติของปลายฤดูร้อน โต๊ะอาหารกลางแจ้ง ขนมปังบาง มันฝรั่ง หอมแดง และการนั่งรับประทานอาหารร่วมกับคนรู้จัก
เพียงแต่มีกฎง่ายๆ ข้อหนึ่งที่มือใหม่น่าจะจำเอาไว้ให้ดี...
ถ้าจะลอง Surströmming เป็นครั้งแรก เปิดกระป๋องนอกบ้านไว้ก่อนก็ดี เพราะอย่างน้อยถ้าคุณยังรับกลิ่นไม่ไหว คนในบ้านและน้องหมาก็ไม่จำเป็นต้องร่วมพิสูจน์ความกล้าไปกับคุณด้วย!
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เปิดตำนาน “รองเท้าแตะ Scholl” ยุค 90 จากรองเท้ายอดฮิต สู่ความทรงจำที่คนรุ่นนั้นยังจำได้
ช่องเล็ก ๆ ใต้เครื่องซักผ้าฝาหน้ามีไว้ทำไม? เปิดผิดจังหวะ น้ำอาจออกมาเป็นถ้วย
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
เหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน
จุดดำ ๆ รอบกระจกหน้ารถมีไว้ทำไม? ไม่ใช่ลวดลาย แต่ช่วยปกป้องกาวที่ยึดกระจก
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
จาก Roblox ถึง AI เปิดโลกเทรนด์ที่ Gen Alpha สนใจในปี 2569
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่ซื้อเลขอะไร!!
เลขแห่งวันออกพรรษา + ฤกษ์ดาวอาทิตย์ 16 ส.ค. 69 — มองความสัมพันธ์งวดพิเศษผสมการคำนวณ
"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
ค่าจ้างแรงงานต่างด้าวในไทยได้เท่าไหร่
เปิดตำนาน “รองเท้าแตะ Scholl” ยุค 90 จากรองเท้ายอดฮิต สู่ความทรงจำที่คนรุ่นนั้นยังจำได้
ช่องเล็ก ๆ ใต้เครื่องซักผ้าฝาหน้ามีไว้ทำไม? เปิดผิดจังหวะ น้ำอาจออกมาเป็นถ้วย
How Activity Trackers Can Support Better Questions at the Vet
จาก Roblox ถึง AI เปิดโลกเทรนด์ที่ Gen Alpha สนใจในปี 2569
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่ซื้อเลขอะไร!!
ทำความรู้จัก "ราชกิจจานุเบกษา" คืออะไร ทำไมกฎหมายไทยต้องประกาศในนี้ก่อนถึงจะใช้ได้
วาซาบิสีเขียวที่คุ้นเคยอาจเป็นฮอร์สแรดิชและรสของวาซาบิแท้ต่างกันชัดเจน
สูตรเด็ดน้ำจิ้มพริกป่น กินคู่ไก่ย่าง หมูย่าง เนื้อย่าง อร่อยครบรสในถ้วยเดียว
ยำไข่เยี่ยวม้า กินอร่อยกับข้าวสวย อร่อยจนข้าวหมดหม้อ ไม่รู้ตัว
แจกสูตร “ซี่โครงหมูตุ๋นสับปะรด” เนื้อนุ่มเปื่อย รสกลมกล่อม หอมหวานอมเปรี้ยว

