ร้านค้าไม่แสดงราคาปรับสูงสุด 10,000 บาท
คำตอบคือ ปรับสูงสุด 10,000 บาท
กฎหมายที่ใช้กับเรื่องนี้คือพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยมาตรา 28 ให้อำนาจคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องการแสดงราคา หากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการแสดงราคา จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 28 และมีโทษตามมาตรา 40 ซึ่งกำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
จุดที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ คำว่า “ไม่ติดป้ายราคา” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะร้านค้าที่มีหน้าร้านเท่านั้น ร้านค้าที่ขายผ่านเว็บไซต์ แอป หรือสื่อสังคมออนไลน์ก็อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเฉพาะเช่นกัน
ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 72 พ.ศ. 2569 ซึ่งใช้กับการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจแสดงราคาจำหน่ายปลีก ค่าบริการ รวมถึงประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดของสินค้าหรือบริการให้ชัดเจน ครบถ้วน เปิดเผย และอ่านได้ง่ายในช่องทางออนไลน์ของผู้ประกอบธุรกิจ
ถ้ามีค่าใช้จ่ายอื่นนอกเหนือจากราคาสินค้าหรือค่าบริการ เช่น ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเพิ่ม ผู้ขายต้องแสดงค่าใช้จ่ายนั้นให้ชัดเจนควบคู่กับราคา ผู้ซื้อจึงควรรู้ยอดที่ต้องจ่ายก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่เห็นสินค้าแล้วต้องส่งข้อความไปถามราคาทุกครั้งโดยไม่มีราคาปรากฏให้เห็น
สำหรับร้านค้าที่มีหน้าร้าน ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 73 พ.ศ. 2569 กำหนดหลักเรื่องการแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ โดยราคาต้องปรากฏในลักษณะที่เปิดเผยและชัดเจน ณ จุดจำหน่ายหรือบริเวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อได้
ดังนั้น หากเจอร้านออนไลน์โพสต์สินค้าแต่ไม่บอกราคาเลย ใช้ข้อความลักษณะ “สอบถามราคาในข้อความ” หรือ “สนใจทักมา” แทนการแสดงราคาที่ควรเปิดเผย พฤติการณ์เช่นนี้สามารถนำไปร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ แต่การตัดสินว่าฝ่าฝืนหรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริงของการขาย ช่องทางที่ใช้ และข้อกำหนดที่ใช้กับสินค้าและบริการนั้นด้วย
คำว่า “แจ้งจับ” ในภาษาพูดจึงควรเข้าใจให้ตรงว่า ผู้ซื้อสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนต่อกรมการค้าภายใน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าผู้ซื้อเป็นผู้กำหนดค่าปรับเอง และไม่ใช่ทุกกรณีจะลงโทษเต็มเพดาน 10,000 บาท
ตัวอย่างจากการบังคับใช้ของกรมการค้าภายในมีทั้งกรณีที่เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบปรับ 10,000 บาท และกรณีที่กำหนดค่าปรับต่ำกว่านั้นตามข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง เพราะตัวเลข 10,000 บาทคือ “เพดานสูงสุด” ไม่ใช่อัตราที่ต้องปรับเท่ากันทุกครั้ง
ถ้าจะร้องเรียน ควรเก็บหลักฐานให้ครบก่อน เช่น ภาพหน้าจอหน้าสินค้า ชื่อบัญชีหรือชื่อร้าน วันที่และเวลาที่พบ ช่องทางจำหน่าย ข้อความที่ระบุให้สอบถามราคาแทนการแสดงราคา และหลักฐานการสนทนาหรือยอดเงินที่เรียกเก็บถ้ามี หลักฐานเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ตรงจุดกว่าการแจ้งเพียงชื่อร้าน
ช่องทางที่กรมการค้าภายในระบุสำหรับรับเรื่องร้องเรียนคือสายด่วน 1569 และระบบรับเรื่องร้องเรียนของกรม ผู้พบพฤติกรรมผิดปกติสามารถส่งข้อมูลให้ตรวจสอบได้
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ การมีป้ายราคาแต่ขายจริงแพงกว่าป้ายก็ไม่ได้ทำให้ร้านพ้นปัญหา เพราะหลักการแสดงราคามุ่งให้ราคาที่เปิดเผยตรงกับราคาที่จำหน่ายหรือค่าบริการที่เรียกเก็บ หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มก็ต้องแสดงให้ผู้ซื้อเห็นชัดเจน ไม่ควรให้ราคาบนป้ายเป็นเพียงตัวเลขเริ่มต้นแล้วค่อยเพิ่มค่าใช้จ่ายภายหลังโดยไม่แจ้งไว้
สรุปสั้นที่สุด หากร้านค้าหรือผู้ขายออนไลน์มีหน้าที่แสดงราคาแต่ไม่แสดงราคาให้ชัดเจน ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนให้กรมการค้าภายในตรวจสอบได้ และความผิดตามหลักการแสดงราคามีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
จังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในไทย กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 แต่เงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ระยอง
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
สัญญาณเตือนจากหลังคาโลก เมื่อหิมาลัยเปลี่ยนไป ชีวิตเบื้องล่างจะอยู่อย่างไร
วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้เวลาใน SNS น้อยที่สุดในบรรดา 24 ประเทศ
ปิดตำนานพระราม 2 M82 เปิดแล้ว หลังรอคอยกว่า 50 ปี
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
โค้งสุดท้ายหวยลาว 8 กันยายน 2569 ส่องเลขเด่นก่อนลุ้นคืนนี้ มีเลขไหนน่าจับตา?
ส่องสถิติหวยงวด "16 กันยายน" ย้อนหลัง 10 ปี (2558–2567) สรุปเลขไหนออกบ่อยสุด!
