รอยจมูกสุนัขมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนใช้เป็นข้อมูลยืนยันตัวตนได้
จมูกเปียกๆ ของสุนัขไม่ได้มีไว้แค่ดมกลิ่น
ลองมองจมูกสุนัขใกล้ๆ จะเห็นพื้นผิวที่เต็มไปด้วยร่อง เส้น และตุ่มเล็กๆ เชื่อมต่อกันเป็นลวดลายละเอียด ลายเหล่านี้เรียกว่า nose pattern หรือที่นิยมเรียกกันว่า “รอยพิมพ์จมูก” งานวิจัยด้านการระบุตัวตนสัตว์พบว่า รูปแบบบนจมูกสามารถแตกต่างกันระหว่างสุนัขแต่ละตัวมากพอที่จะนำมาใช้เป็นข้อมูลชีวมิติได้ คล้ายแนวคิดการใช้ลายนิ้วมือกับมนุษย์
แต่เรื่องที่ว่า “ตำรวจบางประเทศพิมพ์จมูกหมา” ต้องแยกให้ออกก่อน
ประโยคนี้มักเล่าต่อกันจนทำให้เข้าใจว่าตำรวจทั่วโลกมีขั้นตอนจับสุนัขกดจมูกลงบนหมึกเหมือนพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา ซึ่งยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือพอที่จะสรุปกว้างๆ แบบนั้น สิ่งที่มีข้อมูลรองรับชัดกว่าคือ รอยจมูกสุนัขสามารถนำมาใช้ระบุตัวตน และมีทั้งงานวิจัย ระบบทดลอง และเทคโนโลยีที่พยายามนำลักษณะดังกล่าวไปใช้กับการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง การตามหาสุนัขหาย และการจัดการข้อมูลสัตว์
วิธีคิดนั้นตรงไปตรงมา หากสุนัขแต่ละตัวมีรูปแบบร่องบนจมูกแตกต่างกัน ก็สามารถเก็บภาพจมูกไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง แล้วนำภาพที่ได้ในภายหลังมาเปรียบเทียบว่าตรงกับตัวใดในฐานข้อมูล นักวิจัยจึงทดลองใช้ระบบประมวลผลภาพและปัญญาประดิษฐ์ช่วยแยกขอบจมูก วิเคราะห์ตำแหน่งร่องและลวดลาย แล้วเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งป้ายห้อยคอเพียงอย่างเดียว
จุดน่าสนใจอยู่ตรงคำว่า “ชีวมิติ”
ข้อมูลชีวมิติคือลักษณะทางร่างกายที่ใช้แยกบุคคลหรือสัตว์แต่ละตัวออกจากกัน มนุษย์คุ้นกับลายนิ้วมือ ใบหน้า หรือม่านตา ส่วนสุนัขมีจมูกเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่นักวิจัยให้ความสนใจ เพราะรอยบนผิวจมูกมีรายละเอียดจำนวนมากและถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องฝังอุปกรณ์เข้าไปในร่างกาย
• ปลอกคอและป้ายชื่อ อ่านง่าย แต่หลุดหรือหายได้
• ไมโครชิป มีประโยชน์มาก แต่ต้องใช้เครื่องอ่านที่รองรับ
• ภาพใบหน้า ใช้งานสะดวก แต่อาจเปลี่ยนตามมุม แสง ขน และอายุ
• ลายจมูก เปิดทางให้ตรวจสอบด้วยภาพถ่ายและระบบเปรียบเทียบรูปแบบ
เกาหลีใต้เคยมีการทดสอบเทคโนโลยีระบุตัวสุนัขจากภาพจมูกเพื่อใช้กับระบบข้อมูลสัตว์เลี้ยง ขณะที่งานวิจัยหลายชิ้นทดลองพัฒนาโมเดลคอมพิวเตอร์สำหรับจับคู่ภาพจมูกสุนัขโดยตรง เทคโนโลยียังมีข้อจำกัด เช่น มุมถ่าย ภาพเบลอ ความชื้นบนจมูก แสงสะท้อน และปริมาณข้อมูลฝึกระบบ จึงยังไม่ควรมองว่าแค่ถ่ายจมูกครั้งเดียวแล้วจะระบุตัวได้แม่นยำสมบูรณ์ทุกสถานการณ์
ส่วนคำว่า “ไม่ซ้ำกันเลย” ก็ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
งานวิจัยปี 2021 ที่ศึกษารูปแบบจมูกสุนัขรายงานว่าลักษณะของร่องและตุ่มบนจมูกมีความเฉพาะตัวและสามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ชีวมิติได้ นั่นสนับสนุนแนวคิดว่าจมูกมีศักยภาพในการจำแนกสุนัขเป็นรายตัว แต่การพิสูจน์แบบเด็ดขาดว่าสุนัขทุกตัวที่เคยเกิดขึ้นบนโลกไม่มีทางมีลายเหมือนกันแม้แต่คู่เดียว เป็นข้อกล่าวอ้างที่กว้างเกินขอบเขตข้อมูลที่มีอยู่ การพูดว่า “รูปแบบจมูกมีความเฉพาะตัวสูงและนำมาใช้ระบุตัวตนได้” จึงแม่นยำกว่า
จุดที่น่าสนใจมากกว่าความแปลกคือ แนวคิดนี้ทำให้เห็นว่าการระบุตัวตนไม่จำเป็นต้องผูกอยู่กับเอกสารหรืออุปกรณ์เสมอไป ร่างกายของสัตว์เองก็มีรายละเอียดจำนวนมหาศาลที่ใช้เป็นเหมือนรหัสธรรมชาติได้ เมื่อกล้องมือถือและระบบประมวลผลภาพเก่งขึ้น การถ่ายจมูกไม่กี่วินาทีอาจช่วยเชื่อมข้อมูลเจ้าของ ประวัติสัตวแพทย์ หรือเบาะแสของสุนัขหลงทางได้ง่ายขึ้นในอนาคต
จมูกเล็กๆ จึงอาจทำหน้าที่คล้ายบัตรประจำตัวของสุนัขได้
เพียงแต่อย่าสับสนระหว่างข้อเท็จจริงสองเรื่อง คือ “รอยจมูกสุนัขใช้ระบุตัวตนได้” ซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุน กับเรื่องเล่าว่า “ตำรวจในบางประเทศพิมพ์จมูกสุนัขเป็นกิจวัตรเหมือนพิมพ์ลายนิ้วมือมนุษย์” ซึ่งยังไม่ควรยืนยันโดยไม่มีหลักฐานเฉพาะประเทศหรือหน่วยงานรองรับ
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งใจเก็บ “งานศิลปะห่วย ๆ” แต่คนกลับแห่ไปดู
เกาะที่มีแต่กระต่ายจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
ค่าตัวพิธีกรรายการดัง คิดกันอย่างไร ได้มากกว่าที่คนดูคาดหรือไม่
จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด
เปิด 5 รถมอเตอร์ไซค์ยุค 90 ที่ผลิตน้อย จนกลายเป็นรถหายากในไทย
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
เจาะสูตรลายมือสายคำนวณ! หวย 1 กันยายน 2569 ส่องสถิติ 20 ปี ชนเลขเด็ด "หนูยิ้ม พเนจร" ฟันบน 0 - ล่าง 6 คัดเน้น 260 - 860 - 60
ประเทศที่กินข้าวเหนียวมากที่สุดในโลกไม่ใช่ไทย! คำตอบอาจทำให้คุณแปลกใจ
เปิด 10 อันดับผู้นำที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
