ทำไมองุ่นผ่าครึ่งในไมโครเวฟจึงเกิดประกายพลาสมา
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เวลามีคลิปเอาองุ่นเขียวผ่าครึ่งแล้วนำเข้าไมโครเวฟ หลายคนมองว่าเป็นการทดลองเล่นสนุก ๆ เพราะภาพประกายไฟสีฟ้าขาวที่วาบขึ้นตรงกลางดูเหมือนฉากไซไฟขนาดย่อม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เอฟเฟ็กต์ธรรมดา และไม่ควรลองทำในครัวเด็ดขาด
คำตอบคือ องุ่นที่มีน้ำอยู่มากสามารถทำให้พลังงานจากคลื่นไมโครเวฟรวมตัวเป็น จุดร้อนที่เข้มข้นมาก บริเวณช่องแคบระหว่างผลหรือชิ้นองุ่น จนโมเลกุลในอากาศแถวนั้นแตกตัวเป็นไอออนและอิเล็กตรอนอิสระ เกิดเป็นพลาสมาที่มองเห็นเป็นประกายสว่าง
ภาพจำที่แพร่หลายมักบอกว่า ต้องผ่าองุ่นแต่เหลือเปลือกให้ติดกันตรงกลางเพื่อให้มันทำงานเหมือนเสาอากาศคู่ คำอธิบายนี้มีส่วนที่ชวนให้เข้าใจภาพได้ง่าย แต่ยังไม่ใช่แก่นทั้งหมดของปรากฏการณ์ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences ปี 2019 ทดลองกับองุ่น รวมถึงวัตถุทรงกลมที่อมน้ำ แล้วพบว่าปัจจัยสำคัญคือขนาดและปริมาณน้ำของวัตถุที่ทำให้เกิดการก้องพ้องกับคลื่นไมโครเวฟ
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ องุ่นสองส่วนทำหน้าที่คล้ายตัวกักและรวมพลังงานคลื่นไว้ภายใน เมื่อวางใกล้กัน สนามไฟฟ้าบริเวณรอยต่อจะเข้มขึ้นมาก จุดนี้จึงร้อนและมีพลังงานสูงพอจะจุดพลาสมาได้ เปลือกที่ยังเชื่อมกันอาจช่วยให้ชิ้นองุ่นอยู่ใกล้กันในตำแหน่งที่เกิดเหตุได้ง่าย แต่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียว
ผลการทดลองยังทำให้เรื่องนี้น่าทึ่งขึ้นไปอีก เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นองุ่นชนิดเดิมเสมอไป วัตถุขนาดใกล้เคียงและมีน้ำมาก เช่น ผลไม้บางชนิดหรือเม็ดไฮโดรเจล ก็อาจสร้างจุดรวมพลังงานลักษณะคล้ายกันได้เมื่อจัดวางเหมาะสม นั่นยิ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่ควรเอาของแปลก ๆ เข้าไมโครเวฟเพื่อทดสอบเอง
พลาสมาไม่ใช่แค่เปลวไฟเล็ก ๆ แต่เป็นสภาวะของก๊าซที่มีอนุภาคมีประจุอยู่ร่วมกัน แสงที่เห็นจึงเกิดจากอากาศและไอร้อนบริเวณนั้นได้รับพลังงานสูงมาก ความร้อนและประกายไฟสามารถทำให้ภายในเตาเกิดรอยไหม้ ทำลายชิ้นส่วน หรือก่อความเสี่ยงต่อไฟไหม้ได้
ดังนั้นประโยคที่ควรจำไม่ใช่ “ผ่าให้เปลือกติดกันแล้วจะได้พลาสมา” แต่คือ อย่านำองุ่นหรือวัตถุอมน้ำที่จัดวางผิดปกติเข้าไมโครเวฟเพื่อทดลอง เตาไมโครเวฟมีไว้สำหรับอุ่นอาหารตามวิธีใช้งาน ไม่ใช่ห้องทดลองฟิสิกส์ในบ้าน หากอยากดูปรากฏการณ์นี้ ให้ดูวิดีโอจากแหล่งการศึกษาที่ควบคุมความปลอดภัยไว้ดีกว่า
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
แครอทจิ๋วในถุงทำมาจากอะไร
เตรียมใจ… คำที่เรามักลืม จนกระทั่งเหตุการณ์ในชีวิต ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
พบมัลแวร์ WindRelay บน Android สามารถช่วยให้แฮกเกอร์แอบนำเอาบัตรเครดิตคุณไปใช้งานได้
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เลขชน 3 สำนัก 16 ก.ย. 69 ไทยรัฐ-เดลินิวส์-บางกอกทูเดย์ เลข 4-5 โผล่ครบ
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส
ไขปริศนา DNA ดำรงอยู่ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: "เดนิโซวัน" มนุษย์ลึกลับผู้เคยครองโลกโบราณ
รีวิวหนังดัง RUSH HOUR 3 คู่ใหญ่ฟัดเต็มสปีด 3
ตำนานจุดทศนิยมของผักโขมเกิดขึ้นจริงหรือไม่
5 ภาพถ่ายโบราณแบบออริจินัล ที่กลายเป็นของสะสมทรงคุณค่าราคาแพง
ตำนานจุดทศนิยมของผักโขมเกิดขึ้นจริงหรือไม่
แครอทจิ๋วในถุงทำมาจากอะไร
น้ำตาลทรายแดงดีต่อสุขภาพกว่าน้ำตาลขาวจริงหรือ
สนามบินที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุดในประเทศไทย
กว่าจะเป็น 1 กระทู้บน Postjung ผมทำอะไรบ้าง? หลังบ้านตั้งแต่หาเรื่องจนตามผลหลังโพสต์
เปิด 5 ประเทศที่กินข้าวน้อยที่สุดในโลก คนที่นั่นกินอะไรแทนข้าว?
จิตวิทยาของคนชอบเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ เป็นร้อยรอบ: สมองกำลังใช้มันเป็นยารักษาแผลใจอยู่หรือเปล่า?
เปิดปริศนา 2,600 ปี! “มาดีเอส” (Madyes) ราชาไร้ตัวตน ผู้เคยปกครองเอเชีย หรือเป็นแค่เรื่องแต่งของประวัติศาสตร์?
ส่องความลับ “ถ้ำผาลิง” ในลาว: ร่องรอยมนุษย์โฮโมเซเปียนส์ ยุคแรกเริ่มในป่าดิบชื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!


