เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การประสานงานระหว่างโรงพยาบาล หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างไร
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การประสานงานระหว่างโรงพยาบาล หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างไร
เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินขึ้น ระบบการช่วยเหลือไม่ได้เริ่มต้นจากรถพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่ การรับแจ้งเหตุ การประเมินความรุนแรง การส่งทีมกู้ชีพ การดูแลผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ และการประสานโรงพยาบาลปลายทาง โดยข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดยสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ระบุว่าศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ
1. ทุกอย่างเริ่มจากการโทร 1669
เมื่อประชาชนพบผู้ป่วยฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ สามารถโทร 1669 เพื่อแจ้งเหตุ ศูนย์รับแจ้งเหตุจะสอบถามข้อมูลสำคัญ เช่น จุดเกิดเหตุ อาการของผู้ป่วย และรายละเอียดที่จำเป็นต่อการจัดทีมช่วยเหลือ โดยระบบของ สพฉ. ยังรองรับการระบุพิกัดและข้อมูลสถานที่เกิดเหตุด้วย
2. เจ้าหน้าที่ประเมินความรุนแรงก่อนส่งทีม
เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุและสั่งการ หรือ EMD จะประเมินอาการจากข้อมูลที่ผู้แจ้งให้มา แล้วจัดระดับความเร่งด่วน เช่น แดง เหลือง หรือเขียว เพื่อเลือกวิธีตอบสนองที่เหมาะสมกับสถานการณ์
3. บางกรณีผู้แจ้งได้รับคำแนะนำก่อนรถกู้ชีพมาถึง
หากสถานการณ์ต้องช่วยเหลือทันที เจ้าหน้าที่สามารถให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ระหว่างรอทีมกู้ชีพ เช่น แนวทางการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะเหตุและอาการของผู้ป่วย
4. ศูนย์สั่งทีมที่เหมาะสมออกไป
หลังประเมินเหตุ ศูนย์รับแจ้งเหตุจะประสานหน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่อยู่ใกล้และมีศักยภาพเหมาะสมให้ออกไปยังจุดเกิดเหตุ ไม่ได้หมายความว่ารถพยาบาลทุกคันจะถูกส่งไปทุกเหตุการณ์เหมือนกัน
ระบบของไทยมีทั้งหน่วยปฏิบัติการระดับพื้นฐาน และหน่วยปฏิบัติการระดับสูงหรือเฉพาะทาง ซึ่ง สพฉ. มีการกำหนดประเภทและระบบรับรองหน่วยปฏิบัติการเหล่านี้ไว้
5. ทีมกู้ชีพดูแลผู้ป่วยที่จุดเกิดเหตุ
เมื่อไปถึง ทีมปฏิบัติการจะประเมินและให้การช่วยเหลือผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ ก่อนพิจารณาการเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาล โดยระบบการแพทย์ฉุกเฉินครอบคลุมตั้งแต่การประเมิน คัดแยก การจัดการ และการลำเลียงผู้ป่วย
6. โรงพยาบาลปลายทางถูกประสานล่วงหน้า
ขั้นตอนสำคัญคือการประสานโรงพยาบาลที่จะรับผู้ป่วย โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการการรักษาเฉพาะทาง ศูนย์และทีมฉุกเฉินสามารถประสานโรงพยาบาลปลายทางเพื่อเตรียมช่องทางให้ผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาได้รวดเร็วขึ้น
7. เหตุใหญ่ต้องประสานหลายหน่วยงาน
หากเป็นอุบัติเหตุหมู่ ไฟไหม้ หรือเหตุที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก การทำงานจะซับซ้อนขึ้น เพราะต้องประสานทั้งหน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในพื้นที่ ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทยจึงมีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมูลนิธิที่ร่วมปฏิบัติการ
8. ระบบยังมีการบันทึกข้อมูลหลังจบเหตุ
การทำงานไม่ได้จบเมื่อผู้ป่วยถึงโรงพยาบาล เพราะระบบยังมีการบันทึกข้อมูลและรับรายงานผลการปฏิบัติการ เพื่อนำไปใช้ติดตามและพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินต่อไป
หัวใจสำคัญคือ “ข้อมูลต้องไปถึงคนที่ใช้งานได้เร็วที่สุด”
ภาพที่ประชาชนเห็นอาจเป็นเพียงรถพยาบาลวิ่งไปรับผู้ป่วย แต่เบื้องหลังมีระบบที่เชื่อม ผู้แจ้งเหตุ → ศูนย์ 1669 → หน่วยกู้ชีพ → ทีมแพทย์ฉุกเฉิน → โรงพยาบาลปลายทาง เข้าด้วยกัน
ข้อมูลล่าสุดของ สพฉ. ยังมีการจัดทำรายงานสถิติการแพทย์ฉุกเฉินในปี 2569 รวมถึงข้อมูลการปฏิบัติการช่วงเทศกาลและสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าระบบดังกล่าวมีการติดตามผลและพัฒนาการทำงานอย่างต่อเนื่อง
"ผู้ใหญ่เต๊าะ" เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ "แม่สุนารี" หลังออกจากห้อง ICU
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
ดาวศุกร์หมุนย้อนทางอย่างช้ามากจนหนึ่งวันยาวกว่าหนึ่งปีของตัวเอง
ข้อความก่อนปิดคอมยุค Windows 95 และ 98
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ
"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?
ไส้เดือนมีอวัยวะสูบฉีดเลือด 5 คู่จนมักถูกเรียกง่ายๆ ว่ามีหัวใจหลายดวง
อุปมาแพข้ามฝั่งสอนให้ใช้ธรรมะเพื่อพ้นทุกข์โดยไม่เปลี่ยนคำสอนให้กลายเป็นของที่ต้องแบก
ประเภทใบอนุญาตเกี่ยวกับปืนในประเทศไทย
หัวใจมนุษย์สามารถเต้นนอกร่างกายได้เพราะสร้างสัญญาณไฟฟ้าของตัวเอง
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
ไส้เดือนมีอวัยวะสูบฉีดเลือด 5 คู่จนมักถูกเรียกง่ายๆ ว่ามีหัวใจหลายดวง
ข้อความก่อนปิดคอมยุค Windows 95 และ 98



