หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 ต้นไม้ยอดฮิตที่เชื่อว่า “ไล่งู” แต่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่คิด

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับต้นไม้และสมุนไพรที่หลายคนนิยมปลูกไว้รอบบ้าน เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันงูไม่ให้เลื้อยเข้ามาในบริเวณบ้านได้


อ่านผ่าน ๆ ก็ดูน่าเชื่ออยู่ไม่น้อย เพราะพืชหลายชนิดมีกลิ่นฉุนหรือมีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย จึงเกิดคำถามตามมาว่า ถ้าปลูกกันเป็นแนวรอบบ้าน งูจะไม่เข้าจริงหรือ?
เรื่องนี้ผู้เขียนมองว่าเป็นเรื่องที่ควรแยก “ความเชื่อ” ออกจาก “ข้อเท็จจริง” ให้ชัดเจน เพราะถ้าใครกำลังจะเสียเงินซื้อพืชมาปลูกโดยหวังให้เป็นกำแพงป้องกันงู อาจต้องคิดใหม่เสียก่อน


ข้อมูลจากโครงการ UC Statewide Integrated Pest Management ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียระบุว่า ยังไม่มีพืชชนิดใดที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถไล่งูได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม้แต่สารไล่งูเชิงพาณิชย์หลายชนิดก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะรับรองประสิทธิผลจนแนะนำให้ใช้ได้


ดังนั้น 5 ชนิดต่อไปนี้ หากจะปลูกก็ปลูกได้ แต่ควรปลูกเพราะความสวยงามหรือประโยชน์ด้านอาหารมากกว่า ไม่ควรซื้อเพียงเพราะหวังว่าจะทำให้งูไม่กล้าเข้าบ้าน


1. ตะไคร้ กลิ่นแรงจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าไล่งูได้


ตะไคร้เป็นพืชที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ทั้งปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย จึงไม่แปลกที่จะมีคนนำตะไคร้มาเชื่อมโยงกับการป้องกันงู
เมื่อใบหรือลำต้นถูกขยี้ กลิ่นของตะไคร้จะชัดเจนขึ้น จึงมีการบอกต่อกันว่ากลิ่นดังกล่าวอาจทำให้งูไม่อยากเข้าใกล้
แต่ต้องย้ำว่า กลิ่นแรงสำหรับคน ไม่ได้แปลว่าจะเป็นสารไล่งูที่มีประสิทธิภาพ
การปลูกตะไคร้รอบบ้านจึงไม่ได้รับประกันว่างูจะไม่เลื้อยผ่าน และหากปล่อยให้กอตะไคร้ขึ้นหนาทึบจนมีใบแห้งสะสม บริเวณดังกล่าวก็อาจกลายเป็นมุมอับที่ทำให้ตรวจพบสัตว์ได้ยากขึ้น
หากจะปลูก ผู้เขียนมองว่าปลูกไว้ทำอาหารคุ้มค่ากว่าปลูกเพื่อไล่งูเสียอีก


2. มะนาว ปลูกดี มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่กำแพงกันงู


อีกชนิดที่มักถูกพูดถึงคือมะนาว เพราะใบและเปลือกมีสารให้กลิ่นเฉพาะตัว และเมื่อขยี้ใบหรือผิวมะนาว กลิ่นจะเด่นชัดขึ้น
แต่เช่นเดียวกับตะไคร้ การที่พืชมีกลิ่นหอมระเหยไม่ได้หมายความว่าต้นมะนาวที่ปลูกอยู่ในสวนจะสร้าง “เขตห้ามงูผ่าน” ได้


ที่สำคัญคือ หากปลูกต้นไม้รอบบ้านแล้วปล่อยให้กิ่ง ใบไม้ และวัสดุต่าง ๆ กองสะสมบริเวณโคนต้นจนรก สิ่งที่ควรเป็นสวนสวยอาจกลับกลายเป็นแหล่งหลบซ่อนของสัตว์ขนาดเล็กได้
ดังนั้น หากมีมะนาวอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องถอนทิ้ง เพียงแต่ควรดูแลสวนให้โปร่ง เก็บผลที่ร่วง และตัดแต่งกิ่งไม่ให้รกจนเกินไป


3. สะระแหน่หรือมิ้นต์ กลิ่นชัด แต่หลักฐานเรื่องไล่งูยังไม่ชัด


สะระแหน่เป็นอีกหนึ่งพืชที่มักถูกนำมาแนะนำในโลกออนไลน์ เนื่องจากใบมีกลิ่นค่อนข้างแรง โดยเฉพาะเมื่อขยี้หรือสัมผัส


หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่ากลิ่นดังกล่าวอาจทำให้งูไม่อยากเข้ามาใกล้
แต่ตรงนี้ต้องระวัง เพราะ ความเชื่อหรือประสบการณ์ของคนบางกลุ่มไม่ใช่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าพืชชนิดนั้นสามารถป้องกันงูได้


สะระแหน่จึงปลูกได้ตามปกติ จะปลูกในกระถางหรือแปลงเล็ก ๆ ก็ได้ แต่ไม่ควรคิดว่าการวางกระถางสะระแหน่เรียงรอบบ้านจะเป็นกำแพงป้องกันงู
ถ้าปลูกเพื่อใช้ประกอบอาหารและเพิ่มความเขียวให้สวน ถือว่ามีประโยชน์มากกว่า

 


4. โหระพา หอมจริง แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็น “ตัวไล่งู”


โหระพาเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นเฉพาะตัว และเมื่อใบถูกขยี้ กลิ่นจะยิ่งชัดเจน จึงถูกนำไปเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องการไล่งูเช่นเดียวกับพืชที่มีกลิ่นหอมชนิดอื่น


แต่หลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ยืนยันว่าการปลูกโหระพารอบบ้านจะทำให้งูหลีกเลี่ยงพื้นที่นั้น


ดังนั้นใครที่มีโหระพาอยู่แล้วก็ปลูกต่อได้เลย เพราะนำไปประกอบอาหารได้สารพัด แต่ไม่ควรวางใจว่าโหระพาจะทำหน้าที่แทนการป้องกันบ้าน


ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเจ้าของบ้านคิดว่า “มีโหระพาแล้ว งูคงไม่เข้าหรอก” ก็อาจละเลยการอุดช่องว่างหรือการจัดสวน ซึ่งเป็นมาตรการที่มีประโยชน์กว่า


5. เชฟเฟลรา ไม้ประดับยอดนิยม แต่เรื่องไล่งูต้องฟังหูไว้หู


เชฟเฟลราเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีใบสวยและใช้ตกแต่งบ้านหรือสวนได้


แต่เมื่อพูดถึงคุณสมบัติในการไล่งู เรื่องนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลที่เผยแพร่ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ มีความแตกต่างกัน และบางครั้งมีการนำชื่อพืชหลายชนิดมาเรียกปะปนกัน
ที่สำคัญคือ ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะสรุปว่าเชฟเฟลราสามารถป้องกันงูได้


ดังนั้น หากชอบเชฟเฟลราและต้องการปลูกเป็นไม้ประดับ ก็ปลูกได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรซื้อโดยหวังว่าจะใช้แทนมาตรการป้องกันงู
แล้วทำไม “ต้นไม้ไล่งู” ถึงกลายเป็นความเชื่อที่แพร่หลาย?


ผู้เขียนมองว่า จุดเริ่มต้นน่าจะมาจากเรื่องง่าย ๆ คือ พืชหลายชนิดมีกลิ่นแรง และคนเราจึงคาดเดาว่าสัตว์ที่มีระบบรับความรู้สึกแตกต่างจากมนุษย์อาจไม่ชอบกลิ่นเหล่านั้น


แต่ปัญหาคือ การที่ใบไม้ถูกขยี้แล้วมีกลิ่นแรง ไม่ได้พิสูจน์ว่าต้นไม้ทั้งต้นสามารถปล่อยสารในระดับที่ทำให้งูหลีกเลี่ยงพื้นที่ได้


ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้กลิ่นบางชนิดรบกวนงูได้ในสถานการณ์หนึ่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันงูที่กำลังตามหาอาหารหรือกำลังหาที่หลบซ่อนได้ตลอดเวลา


พูดกันตรง ๆ ก็คือ ถ้าบ้านหลังหนึ่งมีหนูจำนวนมาก มีหญ้ารก มีไม้กองอยู่ข้างบ้าน และมีช่องว่างให้สัตว์เลื้อยคลานเข้าไปได้ การปลูกสมุนไพรกลิ่นแรงเพิ่มอีกหลายแถวก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ


ถ้าอย่างนั้น จะป้องกันงูเข้าบ้านอย่างไรถึงจะมีเหตุผลกว่า?
เรื่องนี้มีคำแนะนำจากหน่วยงานด้านสัตว์ป่าที่น่าสนใจกว่าการไล่งูด้วยต้นไม้มาก


หลักสำคัญคือ ทำให้บริเวณบ้านไม่น่าสนใจสำหรับงูและสัตว์ที่เป็นอาหารของงู


มหาวิทยาลัย Utah State แนะนำให้ตัดหญ้าให้สั้น ตัดแต่งต้นไม้และพุ่มไม้ไม่ให้รกติดกับบ้าน เก็บกองฟืน ไม้ และวัสดุต่าง ๆ ให้ห่างจากตัวบ้าน รวมถึงลดแหล่งอาหารของสัตว์ที่งูตามล่า เช่น หนู กบ และสัตว์ขนาดเล็ก


นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบรอยแตกและช่องว่างบริเวณฐานบ้าน ผนัง และจุดต่าง ๆ ที่อาจเป็นทางเข้า เพราะการ “ปิดทางเข้า” เป็นแนวทางที่ตรงกับสาเหตุมากกว่าการหวังพึ่งกลิ่นจากต้นไม้


พูดง่าย ๆ คือ
อย่าถามเพียงว่า “ปลูกอะไรแล้วงูจะไม่เข้า” แต่ควรถามว่า “ทำอย่างไรบ้านจึงไม่น่าเข้าไปอยู่สำหรับงู”
คำถามหลังนี้ต่างหากที่สำคัญกว่า
อีกเรื่องที่อยากเตือนกันไว้เลย คือ “ลูกเหม็นไล่งู”


เรื่องนี้เป็นความเชื่อที่พบเห็นกันมานาน และบางบ้านถึงขั้นนำลูกเหม็นไปโรยรอบบ้าน หวังให้กลิ่นฉุนทำให้งูหนี
แต่ข้อมูลจาก National Pesticide Information Center ระบุชัดว่า ลูกเหม็นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสารไล่งู และมีผลต่อการไล่งูน้อยหรือแทบไม่มีผลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว
ที่สำคัญกว่านั้น ลูกเหม็นเป็นสารกำจัดแมลง และเมื่อใช้กลางแจ้ง ไอระเหยสามารถทำให้คน สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่าได้รับสารเคมีโดยไม่จำเป็น


ดังนั้น ผู้เขียนไม่แนะนำให้เอาลูกเหม็นไปโรยรอบบ้านเพียงเพราะหวังว่าจะไล่งู


แล้วถ้าเจองูอยู่ในบ้าน ควรทำอย่างไร?


สิ่งแรกที่ควรทำคือ อย่าเข้าไปจับ อย่าใช้มือเขี่ย และอย่าพยายามตีงู
ควรพาเด็กและสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณนั้น รักษาระยะห่าง และหากสามารถทำได้อย่างปลอดภัยให้แยกพื้นที่ไม่ให้งูเข้าไปยังส่วนอื่นของบ้าน
หากจำเป็นต้องนำงูออก

 

ควรติดต่อผู้ที่มีความชำนาญในการจับหรือเคลื่อนย้ายสัตว์แทนการเสี่ยงเข้าไปจัดการด้วยตัวเอง เพราะข้อมูลด้านสัตว์ป่าระบุว่าการพยายามจับ รบกวน หรือฆ่างูเป็นช่วงที่อาจเกิดการกัดได้มากขึ้น


ผู้เขียนมองว่า เรื่อง “ต้นไม้ไล่งู” อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะแชร์กันเยอะ
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ตะไคร้ มะนาว สะระแหน่ โหระพา และเชฟเฟลรา ไม่จำเป็นต้องถูกมองว่าเป็นต้นไม้ไร้ประโยชน์ เพราะแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ในด้านของตัวเอง


ตะไคร้และโหระพานำไปประกอบอาหารได้ มะนาวใช้ในครัวได้ สะระแหน่ปลูกไว้ใช้เป็นสมุนไพรหรือเพิ่มความเขียวให้บ้าน ส่วนเชฟเฟลราก็เป็นไม้ประดับที่ช่วยตกแต่งพื้นที่
แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือ ซื้อพืชเหล่านี้เพราะเชื่อว่าจะกลายเป็นกำแพงไล่งูรอบบ้าน


เพราะข้อมูลทางวิชาการที่ตรวจสอบได้ในขณะนี้ยังไม่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว


ถ้าจะปลูกก็ปลูกเถอะครับ แต่ปลูกเพราะชอบและใช้ประโยชน์จากต้นไม้เหล่านั้นจะดีกว่า


ส่วนเรื่องป้องกันงู ให้เน้น ตัดหญ้า เก็บกองวัสดุ ลดแหล่งอาหารของงู อุดช่องทางเข้า และจัดสวนให้โปร่ง ซึ่งเป็นแนวทางที่มีเหตุผลและสอดคล้องกับคำแนะนำจากหน่วยงานด้านสัตว์ป่ามากกว่า


สุดท้ายแล้ว การป้องกันงูที่ดีอาจไม่ใช่การหาว่า “ต้นไหนงูเกลียดที่สุด” แต่คือการทำให้รอบบ้าน ไม่มีอาหาร ไม่มีที่หลบซ่อน และไม่มีช่องทางให้มันเข้ามา


นี่อาจเป็นวิธีที่ธรรมดาที่สุด แต่ในความเห็นของผู้เขียน กลับเป็นวิธีที่ควรให้ความสำคัญที่สุด


แหล่งที่มาของข้อมูล :


UC Statewide Integrated Pest Management Program (University of California) — ข้อมูลเรื่องงูและการจัดการบริเวณบ้าน ระบุว่าไม่มีพืชที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถไล่งูได้ และไม่แนะนำสารไล่งูที่ยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ


National Pesticide Information Center (NPIC) — ข้อมูลเกี่ยวกับงูและการใช้สารไล่งู รวมถึงข้อเท็จจริงว่าลูกเหมือนไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อไล่งูและไม่ควรนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์


National Pesticide Information Center (NPIC) — ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงของลูกเหม็นต่อคน สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่าเมื่อใช้กลางแจ้งหรือใช้ผิดจากฉลาก


Utah State University Extension — คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดสภาพแวดล้อมรอบบ้าน เช่น ตัดหญ้า ตัดแต่งพุ่มไม้ เก็บกองไม้และวัสดุ ลดแหล่งอาหารของงู และอุดช่องทางเข้า


California Department of Fish and Wildlife — ข้อมูลเกี่ยวกับการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับงู และข้อควรระวังเมื่อพบงูใกล้บ้าน



⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แม่น้ำหนึ่ง งวด 16 สิงหาคม 2569 มาแล้ว10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?ญาติทำพิธีเก็บอัฐิ “ฮลุน โซโล่”เตรียมลอยอังคารแม่น้ำโขงท่องโลกใบใหม่รัฐบาลเตรียมทยอยยุบ 11 สายงานข้าราชการ เมื่อเจ้าของตำแหน่งพ้นจากราชการเลขเบิ้ลที่เคยออกบ่อยที่สุดในประวัติศาสตร์หวยไทย มีคู่ไหนบ้าง?สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์เมื่อไม่มีแรงโน้มถ่วงคุ้นๆอยู่นะ “แคปชั่นเก่า” วัยรุ่นยุค90 เทียบกับยุคเจนวายผลไม้ไทยปลูกได้ แต่ยังต้องนำเข้า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
4 ศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก มีผู้ศรัทธานับพันล้านคน"ปลาเส้น" ไม่ได้ทำจากเนื้อปลา 100% แล้วมันทำจากอะไร?สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายมนุษย์เมื่อไม่มีแรงโน้มถ่วงทำไมเปิดเมนูร้านประจำทุกครั้งแต่สุดท้ายกลับสั่งจานเดิมที่คุ้นเคยคุ้นๆอยู่นะ “แคปชั่นเก่า” วัยรุ่นยุค90 เทียบกับยุคเจนวาย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!พ่ออย่าเพิ่งภูมิใจ! ลูกชายมีอวัยวะเพศใหญ่ ไม่ได้มาจากพ่ออย่างเดียว"เคียงนา" ราคาที่ถือว่าคุ้มค่ามากบ้านในหนึ่งหลัง งดงามเหนือคาดเงาในกระจกมืด
ตั้งกระทู้ใหม่