หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ข้อความที่ผมเขียนไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน… วันนี้กลับมาอ่านอีกที ยังรู้สึกว่ามันมีบางอย่างจริงอยู่

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ข้อความที่ผมเขียนไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน… วันนี้กลับมาอ่านอีกที ยังรู้สึกว่ามันมีบางอย่างจริงอยู่

มีข้อความสั้น ๆ อยู่ชิ้นหนึ่งที่ผมเขียนเอาไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นอาจเป็นเพียงความคิดในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นแค่ประโยคไม่กี่บรรทัดที่เขียนออกมาจากความรู้สึกธรรมดา ๆ แต่พอเวลาผ่านไปนานมาก แล้วได้ย้อนกลับมาอ่านอีกครั้ง มันกลับให้ความหมายไม่เหมือนเดิม

บางครั้งสิ่งที่เราเขียนไว้ในอดีต ไม่ได้มีค่าเพราะมันสวยหรูหรือคมคายที่สุด แต่อยู่ตรงที่มันเป็นเหมือนกระจกสะท้อนว่า ครั้งหนึ่งเราเคยมองความรัก มองเพื่อน และมองความสัมพันธ์ในชีวิตอย่างไร

ข้อความนั้นเขียนไว้ว่า ความรักที่เรียกว่าแฟน ก็เหมือนดอกไม้ที่มีกลีบสวยงาม และเมื่อถึงเวลา ก็ร่วงหล่นไป แต่ความรักที่มาจากเพื่อน กลับเหมือนลำต้น ถึงแม้ดอกหรือใบจะร่วงโรยไป ลำต้นก็ยังอยู่ที่เดิมเสมอ

ยิ่งอ่านช้า ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ได้พูดถึงแค่ความรักแบบคนรักกับมิตรภาพแบบเพื่อนเท่านั้น แต่มันกำลังพูดถึง ธรรมชาติของความสัมพันธ์ ด้วย

ดอกไม้สวย เพราะมันมีช่วงเวลาของมัน

ตอนนั้นผมเปรียบ “แฟน” ไว้กับดอกไม้ ซึ่งพอกลับมาอ่านวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าเป็นภาพเปรียบที่เข้าใจง่ายมาก ดอกไม้เป็นสิ่งที่สะดุดตา มีความสวย มีความสดใส และเป็นส่วนที่คนมองเห็นก่อนเสมอ

ความรักแบบคนรักก็คล้ายกัน มันมักมีช่วงเวลาที่หวาน มีความตื่นเต้น มีความพิเศษ และมีสีสันอยู่ในตัวเอง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ดอกไม้ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจคงสภาพเดิมไว้ได้ตลอดไป สักวันหนึ่งมันก็ร่วงโรยตามเวลา

ประโยคนี้จึงไม่ได้แปลว่าความรักแบบแฟนไม่มีความหมาย หรือจบลงเสมอไป แต่กำลังเตือนว่า ความสัมพันธ์บางอย่างงดงามมากก็จริง ทว่าความงดงามนั้นอาจอยู่กับเราเพียงในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนรูปไปตามเวลา

บางคู่เดินต่อกันไปได้ยาวนาน บางคู่จบลง บางคนกลายเป็นเพียงความทรงจำ แต่ไม่ได้แปลว่าช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกันนั้นไม่มีค่าเลย ดอกไม้แม้จะร่วงไปแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้ตอนที่มันเคยบานสวยนั้นหายไปไหน

ส่วน “เพื่อน” ทำไมถึงถูกเปรียบเป็นลำต้น

พอกลับมาอ่านในวันนี้ ผมรู้สึกว่าประโยคที่น่าสนใจที่สุดคือส่วนที่เปรียบ “เพื่อน” ว่าเหมือนลำต้น เพราะลำต้นไม่ใช่ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของต้นไม้ คนส่วนใหญ่มักมองดอก มองใบ หรือมองสิ่งที่สวยสะดุดตาก่อน แต่ลำต้นกลับเป็นส่วนที่คอยรับน้ำหนักทั้งหมดไว้เงียบ ๆ

มิตรภาพที่ดีหลายครั้งก็เป็นแบบนั้น ไม่ได้หวือหวา ไม่ได้มีช่วงเวลาหวานแบบดอกไม้ และบางครั้งก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนทุกวัน แต่พอถึงวันที่เราเหนื่อย วันที่ชีวิตเปลี่ยน หรือวันที่อะไรบางอย่างหล่นหายไป คนที่ยังอยู่ตรงเดิม กลับมักเป็นเพื่อนบางคนที่เรานึกไม่ถึง

เราอาจไม่ได้คุยกับเพื่อนทุกวัน ไม่ได้เจอกันบ่อย ไม่ได้อัปเดตชีวิตตลอดเวลา แต่พอกลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างมันยังต่อกันติดได้อย่างน่าแปลก นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้คำว่า “ลำต้นยังอยู่ที่เดิมเสมอ” ดูมีน้ำหนักขึ้นมา

พอมองภาพนี้ควบคู่กับข้อความ ก็ยิ่งเห็นชัดว่า ดอกไม้หรือใบไม้อาจร่วงไปได้ตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ค้ำจุนต้นไม้เอาไว้จริง ๆ คือส่วนที่มั่นคงกว่า และบางทีความสัมพันธ์ของเพื่อนก็มีลักษณะคล้ายแบบนั้น คือไม่ได้โดดเด่นที่สุด แต่กลับอยู่ได้นานที่สุดในชีวิตของใครหลายคน

สิบกว่าปีผ่านไป ความหมายอาจไม่เหมือนเดิม แต่ยังจริงในอีกแบบหนึ่ง

แน่นอนว่าในวันนี้ ผมคงไม่ได้มองว่า “แฟน” กับ “เพื่อน” เป็นของคนละฝั่งแบบชัดเจนเหมือนเดิมเสียทีเดียว เพราะความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดหลายครั้ง อาจเป็นความรักที่มีความเป็นเพื่อนอยู่ในนั้นด้วย

คนรักที่คบกันได้ยาวนาน มักไม่ได้มีแค่ความสวยงามแบบดอกไม้ แต่ยังมีความมั่นคงแบบลำต้นซ่อนอยู่ข้างใน ขณะเดียวกัน เพื่อนบางคนก็อาจไม่ได้อยู่กับเราเสมอไปเหมือนกัน ชีวิตคนเรามีทั้งการพบ การเปลี่ยนแปลง และการจากลาเหมือนกันหมด

แต่ถึงอย่างนั้น ข้อความที่ผมเขียนไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนก็ยังมีเสน่ห์ของมันอยู่ เพราะมันทำให้เห็นว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเชื่อแบบนี้ เคยรู้สึกแบบนี้ และเคยให้ความหมายกับคนรอบตัวแบบนี้

บางทีคุณค่าของข้อความเก่า ๆ อาจไม่ได้อยู่ที่มันถูกต้องทุกคำ แต่อยู่ตรงที่มันพาเรากลับไปเจอตัวเองในวันนั้น และทำให้เราได้ถามตัวเองในวันนี้ว่า ตอนนี้เรามองความรักและมิตรภาพเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้หรือจะเป็นลำต้น ทุกความสัมพันธ์ต่างก็มีความหมายของมันเอง เพียงแต่บางอย่างสวยงามในช่วงเวลาหนึ่ง ขณะที่บางอย่างคอยยืนอยู่เงียบ ๆ ในระยะยาว และทั้งสองแบบต่างก็มีค่าในชีวิตไม่เหมือนกัน

ถ้าให้สรุปสั้น ๆ ข้อความนี้จึงไม่ได้บอกว่าอะไรสำคัญกว่ากัน แต่กำลังเตือนเราเบา ๆ ว่า ในชีวิตคนเรา ดอกไม้อาจทำให้โลกสดใส แต่ลำต้นคือสิ่งที่ทำให้ต้นไม้ยังยืนอยู่ได้

แล้วสำหรับคุณล่ะ มีใครในชีวิตที่เคยเป็นทั้ง “ดอกไม้” และ “ลำต้น” ให้คุณบ้างไหม

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 1000+ บทความ | 600+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดี108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่างทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดแบตเตอรี่ AA / AAA จริง ๆ หมายถึงอะไร รหัสที่เราเห็นกันทุกวันทำไมคนวัยทำงานถึงรักหมาแมวเหมือนลูกและทุ่มให้เต็มที่โดยไม่ใช่แค่กระแสเซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
เมื่อแฟนทิพย์เอไอใจดีเกินมนุษย์จริง มาตรฐานความรักของคนอาจเปลี่ยนอย่างไรทำไมเลิกกันแล้วยังอยากส่องว่าแฟนเก่าไปได้ดีแค่ไหนพูดว่า “ไม่” ให้เป็น เมื่อเราไม่จำเป็นต้องตอบตกลงทุกครั้งยังหาเป้าหมายชีวิตไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าเรากำลังช้ากว่าคนอื่น
ตั้งกระทู้ใหม่