นักวิจัยใช้ AI ออกแบบแบคทีริโอเฟจใหม่ 16 แบบ ทำงานได้จริงในห้องแล็บ
นักวิทยาศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) และ Arc Institute ประสบความสำเร็จในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยออกแบบจีโนมของไวรัสที่เรียกว่า แบคทีริโอเฟจ (Bacteriophage) ก่อนนำแบบที่คัดเลือกมาสังเคราะห์และทดลองจริง จนพบจีโนม 16 แบบที่สามารถสร้างฟาจที่ทำงานและเพิ่มจำนวนได้ในห้องปฏิบัติการ ผลงานฉบับสมบูรณ์เผยแพร่ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026
แบคทีริโอเฟจหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ฟาจ” เป็นไวรัสที่ติดเชื้อแบคทีเรีย ในงานนี้ทีมวิจัยเลือกฟาจ ΦX174 ซึ่งมีจีโนมขนาดเล็กและติดเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli (E. coli) เป็นแม่แบบสำหรับการออกแบบ โดยใช้โมเดลภาษาสำหรับจีโนมชื่อ Evo 1 และ Evo 2
แนวคิดของ Evo คล้ายกับโมเดลภาษาที่เรียนรู้รูปแบบจากข้อความจำนวนมหาศาล เพียงแต่สิ่งที่โมเดลเหล่านี้เรียนรู้ไม่ใช่ประโยคหรือคำศัพท์ แต่เป็นลำดับพันธุกรรม เมื่อได้รับข้อมูลจำนวนมาก โมเดลจึงสามารถเรียนรู้รูปแบบของยีน ส่วนควบคุม และความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ในจีโนม แล้วนำรูปแบบเหล่านั้นมาใช้เสนอจีโนมใหม่ได้
สำหรับการทดลองครั้งนี้ นักวิจัยปรับโมเดล Evo เพิ่มเติมด้วยข้อมูลฟาจในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ ΦX174 จากนั้นสร้างจีโนมตัวเลือกจำนวนมาก ก่อนผ่านกระบวนการคัดกรองและนำ 285 แบบ ไปทดสอบในห้องปฏิบัติการ
ผลปรากฏว่าในจำนวนดังกล่าว มี 16 แบบที่สร้างฟาจซึ่งทำงานได้จริง สามารถเพิ่มจำนวนและยับยั้งการเจริญของ E. coli ที่เป็นเป้าหมายได้ โดยฟาจเหล่านี้ยังคงมีความจำเพาะต่อแบคทีเรียบางสายพันธุ์ที่ทีมวิจัยใช้ทดสอบ ไม่ได้กลายเป็นไวรัสที่ติดเชื้อเซลล์มนุษย์
ที่น่าสนใจคือจีโนมทั้ง 16 แบบไม่ได้เป็นเพียงการคัดลอก ΦX174 ตรง ๆ แต่มีความแตกต่างทางพันธุกรรมจากฟาจตามธรรมชาติ ทีมวิจัยพบว่าบางแบบมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนมากเมื่อเทียบกับญาติที่ใกล้ที่สุดในธรรมชาติ แสดงให้เห็นว่าโมเดลสามารถสำรวจรูปแบบของจีโนมที่แตกต่างจากสิ่งที่พบอยู่แล้วได้
จุดสำคัญคือ “ดื้อฟาจ” ไม่ใช่ “ดื้อยาปฏิชีวนะ”
อีกส่วนหนึ่งของการทดลองคือการนำฟาจที่ออกแบบขึ้นมาผสมเป็นชุดหรือ “cocktail” แล้วทดสอบกับ E. coli ที่พัฒนาความต้านทานต่อ ΦX174 ซึ่งเป็นฟาจธรรมชาติ
ผลการทดลองพบว่าชุดฟาจที่ออกแบบด้วย AI สามารถเอาชนะความต้านทานของแบคทีเรียในการทดลองได้ ขณะที่ ΦX174 เพียงชนิดเดียวไม่สามารถทำได้
ดังนั้น ผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความตรง ๆ ว่าไวรัสทั้ง 16 แบบสามารถฆ่า “แบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะ” ได้แล้ว แต่ชี้ให้เห็นศักยภาพในการสร้างฟาจที่หลากหลายขึ้น เพื่อรับมือกับแบคทีเรียที่สามารถวิวัฒนาการจนดื้อต่อฟาจ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา phage therapy ในอนาคต รวมถึงการศึกษาวิธีจัดการเชื้อแบคทีเรียที่รักษายาก
แล้ว AI แบบนี้สร้างไวรัสอันตรายต่อมนุษย์ได้หรือไม่?
นี่คือประเด็นที่ทำให้งานวิจัยได้รับความสนใจไม่แพ้ผลการทดลอง
ทีมผู้พัฒนา Evo ระบุว่าพวกเขาจงใจตัดข้อมูลไวรัสที่ติดเชื้อสิ่งมีชีวิตยูคาริโอต รวมถึงไวรัสของมนุษย์ ออกจากข้อมูลฝึกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และการทดลองครั้งนี้ใช้ฟาจกับแบคทีเรียในห้องปฏิบัติการ ไม่ได้ออกแบบไวรัสที่ติดเชื้อมนุษย์
อย่างไรก็ตาม การพูดว่าเทคโนโลยีนี้ “ไม่มีทาง” ถูกนำไปสร้างสิ่งที่เป็นอันตรายคงเป็นข้อสรุปที่ไกลเกินหลักฐาน เพราะความสามารถของโมเดลทางชีววิทยากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และข้อจำกัดของระบบหนึ่งไม่ได้หมายความว่าโมเดลอื่นในอนาคตจะมีข้อจำกัดเหมือนกัน
Thomas Inglesby และ Moritz Hanke จาก Johns Hopkins Center for Health Security จึงเขียนบทความ Perspective ใน Science ควบคู่กับงานวิจัย โดยชี้ว่าความสามารถในการสร้างจีโนมไวรัสที่ทำงานได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ก่อให้เกิดคำถามสำคัญด้าน biosafety และ biosecurity และระบบกำกับดูแลจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันเทคโนโลยี
เรื่องนี้จึงมีสองด้านชัดเจน ด้านหนึ่งคือความเป็นไปได้ในการออกแบบฟาจสำหรับงานชีววิทยาและการแพทย์ได้รวดเร็วและตรงเป้าหมายขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งคือคำถามว่า เมื่อเครื่องมือสามารถช่วยมนุษย์ออกแบบจีโนมทั้งชุดได้แล้ว เราจะสร้างมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างไรให้เดินหน้าไปพร้อมกับความสามารถของเทคโนโลยี
สิ่งที่งานวิจัยชิ้นนี้ยืนยันได้ในเวลานี้คือ ปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงวิเคราะห์หรือทำนายข้อมูลพันธุกรรมอีกต่อไป แต่สามารถช่วยเสนอ จีโนมไวรัสที่สมบูรณ์และนำไปสร้างเป็นแบคทีริโอเฟจที่ทำงานได้จริง ซึ่งถือเป็นอีกขั้นสำคัญของชีววิทยาสังเคราะห์และการออกแบบจีโนมด้วยคอมพิวเตอร์
https://www.science.org/doi/10.1126/science.aec2657
https://www.science.org/doi/10.1126/science.aej8512
https://arcinstitute.org/news/hie-king-first-synthetic-phage
https://arcinstitute.org/news/evo-2-one-year-later
https://engineering.stanford.edu/news/welcome-evo-generative-ai-genome
เขียนโดย ชตระกูล ศรีสวัสดิ์
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ทำไมบางคนเจ็บกับเซ็กซ์นอกกาย แต่อีกคนเจ็บกับความผูกพันนอกใจ
โชคลาภพูนทวี งวด 16 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขล่าง 35 พร้อมชุด 25 24 34 94 92
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ทำไมบิตคอยน์ถึงกินไฟมหาศาล และนี่คือการออกแบบหรือความผิดพลาดของระบบกันแน่
ผ้าไมโครไฟเบอร์ควรซักแบบไหน วิธีดูแลเส้นใยให้จับฝุ่นและซับน้ำได้นาน
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
ทำไมยิ่งกินของหวานแก้เครียด ร่างกายกลับยิ่งเพลีย นอยด์ และหมดแรง หลังระดับน้ำตาลแกว่งลง
สมรภูมิทุเรียนอาเซียน มาเลเซียกับเวียดนามมีดีอะไร ถึงเบียดทุเรียนไทยในตลาดจีน
คีธ มาร์ติน ชายหนัก 444 กิโลกรัม กับวันที่ร่างกายเริ่มรับภาระไม่ไหว
5 อันดับ ประเทศที่มีสาขา 7-Eleven มากที่สุดในโลก ปี 2026
ทำไมบิตคอยน์ถึงกินไฟมหาศาล และนี่คือการออกแบบหรือความผิดพลาดของระบบกันแน่
ทำไมบางคนเจ็บกับเซ็กซ์นอกกาย แต่อีกคนเจ็บกับความผูกพันนอกใจ
คีธ มาร์ติน ชายหนัก 444 กิโลกรัม กับวันที่ร่างกายเริ่มรับภาระไม่ไหว
ผ้าไมโครไฟเบอร์ควรซักแบบไหน วิธีดูแลเส้นใยให้จับฝุ่นและซับน้ำได้นาน
สมรภูมิทุเรียนอาเซียน มาเลเซียกับเวียดนามมีดีอะไร ถึงเบียดทุเรียนไทยในตลาดจีน
ทำไมยิ่งกินของหวานแก้เครียด ร่างกายกลับยิ่งเพลีย นอยด์ และหมดแรง หลังระดับน้ำตาลแกว่งลง
ทำไมใจถึงติดอยู่กับอดีตและวิ่งไปรออนาคต จนมองไม่เห็นสิ่งที่กำลังเกิด
ทำไมการปิดตาระหว่างมีเซ็กส์ ถึงทำให้เสียง สัมผัส และความรู้สึกเด่นขึ้น
สมรภูมิทุเรียนอาเซียน มาเลเซียกับเวียดนามมีดีอะไร ถึงเบียดทุเรียนไทยในตลาดจีน
ส่องผลไม้ไทยดาวรุ่ง นอกจากทุเรียนแล้ว ตัวไหนกำลังโกยเงินจากตลาดโลก






