หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“เขาดิน” ตำนานสวนสัตว์แห่งแรกของไทย

เขียนโดย EvaAqua

“เขาดิน” ตำนานสวนสัตว์แห่งแรกของไทย จากสวนส่วนพระองค์สู่ความทรงจำของคนหลายรุ่น ถ้าพูดถึง “เขาดิน” คนไทยจำนวนไม่น้อยคงนึกถึงสวนสัตว์กลางกรุงเทพฯ ที่เคยเป็นสถานที่พาครอบครัวไปเที่ยวในวันหยุด

สำหรับเด็กหลายยุค เขาดินอาจหมายถึงช้าง ยีราฟ ลิง ฮิปโปโปเตมัส ทะเลสาบ และการเดินเที่ยวท่ามกลางต้นไม้ในพื้นที่ใจกลางเมืองแต่เรื่องของเขาดินไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นสวนสัตว์เลย

ก่อนจะมีชื่อว่า “สวนสัตว์ดุสิต” พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ และมีชื่อว่า “เขาดินวนา”

เรื่องราวของสถานที่แห่งนี้จึงน่าสนใจกว่าการเป็นสวนสัตว์เก่าแก่ เพราะมันสะท้อนทั้งประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงของสังคม และความทรงจำของคนไทยหลายรุ่น

จุดเริ่มต้นของ “เขาดินวนา” ไม่ได้มีสัตว์เป็นพระเอก

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2438 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีการสร้างพื้นที่สวนขึ้นในเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต

แนวคิดในเวลานั้นได้รับแรงบันดาลใจจากการทอดพระเนตรกิจการสวนพฤกษชาติในต่างประเทศ ซึ่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและเรียนรู้ด้วย

พื้นที่แห่งนี้ถูกปรับภูมิประเทศด้วยการขุดสระน้ำ คูคลอง และถนน ก่อนนำดินขึ้นมาทำเป็นเนินเขา

จึงเกิดเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า “เขาดิน” ส่วนบริเวณที่เป็นสวนถูกเรียกว่า “วนา” และเมื่อรวมกันจึงกลายเป็นชื่อ “เขาดินวนา”

ตอนนั้นยังไม่ใช่สวนสัตว์สำหรับประชาชนทั่วไป แต่เป็นพื้นที่พักผ่อนของพระองค์และข้าราชบริพารฝ่ายใน เป็นส่วนหนึ่งของเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต

พูดง่ายๆ คือ เขาดินที่คนไทยรู้จักกันในภายหลัง เริ่มต้นจากสวน ไม่ใช่สวนสัตว์

จากพื้นที่ส่วนพระองค์ สู่สวนสาธารณะของประชาชน

เวลาผ่านไป บทบาทของเขาดินค่อยๆ เปลี่ยนไป

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีพระราชดำริให้ปรับปรุงพื้นที่ให้กว้างขวางและดีขึ้น รวมถึงเปิดให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนได้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

รัฐบาลได้ขอพระราชทานพื้นที่สวนดุสิต เพื่อนำมาจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน โดยในเวลานั้นพระองค์เจ้าทิพอาภาทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และมีการพระราชทานอนุมัติในนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8

จากสวนที่เคยอยู่ในพื้นที่พระราชฐาน จึงค่อยๆ กลายมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

และนี่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่ทำให้ชื่อ “เขาดิน” กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนกรุงเทพฯ

พ.ศ. 2481 วันที่ “เขาดิน” กลายเป็นสวนสัตว์

เมื่อเทศบาลนครกรุงเทพเข้ามาดูแลพื้นที่ ก็มีการนำสัตว์จากสถานที่ต่างๆ เข้ามาไว้ที่เขาดินวนา

มีทั้ง กวางดาว จระเข้ ลิง รวมถึงการขอช้างหลวงจากสำนักพระราชวังมาให้ประชาชนได้ชมในวันอาทิตย์

ในที่สุด วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 สวนดุสิตจึงเปิดให้ประชาชนเข้าชมและพักผ่อน พร้อมใช้ชื่อว่า “สวนสัตว์ดุสิต”

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยระบุว่า สวนสัตว์ดุสิต หรือเขาดินวนา ถือเป็น สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย

จากวันนั้น ชื่อ “เขาดิน” จึงไม่ได้หมายถึงสวนสวยในเขตพระราชฐานอีกต่อไป แต่กลายเป็นชื่อที่คนไทยเชื่อมโยงกับคำว่า “สวนสัตว์” โดยแทบจะอัตโนมัติ

สัตว์ตัวแรกๆ ที่ทำให้เขาดินมีชีวิต

หนึ่งในสัตว์ที่มีความสำคัญกับประวัติศาสตร์ช่วงแรกของสวนสัตว์ดุสิตคือ กวางดาว

ข้อมูลขององค์การสวนสัตว์ฯ ระบุว่า กวางดาวเป็นสัตว์ชนิดแรกที่นำมาจัดแสดงและอนุรักษ์ในสวนสัตว์ดุสิต

นอกจากนั้นยังมีการนำสัตว์จากสวนอัมพรและสวนสราญรมย์เข้ามาเพิ่มเติม ทำให้พื้นที่ซึ่งเดิมเป็นสวนพักผ่อนเริ่มมีลักษณะของสวนสัตว์อย่างเต็มตัว

เมื่อมองย้อนกลับไป จุดนี้น่าสนใจมาก เพราะสวนสัตว์แห่งแรกของไทยไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างสวนสัตว์ขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น

แต่เป็นการนำ พื้นที่สวนเดิมมาปรับบทบาท ให้กลายเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้ามาพักผ่อนและเรียนรู้เรื่องสัตว์ได้

เขาดินไม่ได้มีแค่สัตว์ แต่มีประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่

หลายคนอาจจำเขาดินในภาพของกรงสัตว์ สระน้ำ หรือทางเดินใต้ต้นไม้ แต่พื้นที่แห่งนี้ยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์อีกด้านหนึ่ง

หนึ่งในนั้นคือ หลุมหลบภัยสาธารณะ

ข้อมูลจากสวนสัตว์ดุสิตระบุว่า หลุมหลบภัยแห่งนี้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2484 เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยของประชาชนและผู้มาเที่ยวสวนสัตว์ในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา

หลังสงคราม พื้นที่ดังกล่าวถูกปรับเปลี่ยนการใช้งานหลายครั้ง ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับสงครามและหลุมหลบภัย

ดังนั้น หากมองเขาดินในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์ มันจึงไม่ได้เก็บเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ในช่วงสงครามด้วย

จากสวนสัตว์แห่งเดียว สู่ระบบสวนสัตว์ของประเทศไทย

ช่วงแรกของการพัฒนาสวนสัตว์ไทยนั้น สวนสัตว์ดุสิตเป็นสวนสัตว์เพียงแห่งเดียวขององค์การสวนสัตว์

ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 จึงมีการจัดตั้งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี และหลังจากนั้นจึงมีสวนสัตว์ในจังหวัดอื่นๆ ตามมา เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา

เรื่องนี้ทำให้เขาดินมีสถานะสำคัญในประวัติศาสตร์สวนสัตว์ไทย เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงสวนสัตว์เก่าแก่ แต่เป็น จุดเริ่มต้นของพัฒนาการสวนสัตว์สมัยใหม่ของไทยในเวลาต่อมา

ขณะเดียวกัน พื้นที่ 118 ไร่ของเขาดินก็เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น เมื่อจำนวนสัตว์และความต้องการของผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น

ทำไมเขาดินจึงต้องปิดตัวลง?

นี่คือคำถามที่หลายคนยังจำได้ดี

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561 เป็นวันสุดท้ายที่สวนสัตว์ดุสิตเปิดให้บริการในพื้นที่เดิม

เหตุผลสำคัญเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดของพื้นที่เดิม ซึ่งมีขนาดไม่มากพอสำหรับการรองรับจำนวนสัตว์และนักท่องเที่ยว รวมถึงแนวคิดในการย้ายไปยังพื้นที่แห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่า

ก่อนหน้านั้น ในปี 2560 มีการพระราชทานโฉนดที่ดินบริเวณตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี จำนวน 300 ไร่ เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับสวนสัตว์แห่งใหม่

การปิดเขาดินจึงไม่ใช่เพียงการปิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง

แต่มันคือการปิดฉากของสถานที่ซึ่งอยู่กับกรุงเทพฯ มายาวนานหลายสิบปี

วันสุดท้ายของเขาดิน และความทรงจำที่ไม่ได้ปิดตามประตู

หลังสวนสัตว์ดุสิตปิดตัว สัตว์ต่างๆ ถูกทยอยย้ายไปยังสวนสัตว์หลายแห่งภายใต้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ

ตัวอย่างเช่น สวนสัตว์เปิดเขาเขียวรับสัตว์จากเขาดินบางส่วน โดยมีทั้งคาปิบารา หมีขอ ค่างห้าสี ลิงกระรอก และม้าแคระในชุดแรก

ส่วนโคอาล่าจากเขาดินก็ถูกย้ายกลับไปยังสวนสัตว์เชียงใหม่ในช่วงหลังการปิดตัว

สิ่งที่หายไปจึงไม่ใช่ “สัตว์” เพียงอย่างเดียว

สำหรับคนจำนวนมาก สิ่งที่หายไปคือเส้นทางเดินที่คุ้นเคย เสียงสัตว์ในวันหยุด บรรยากาศการพาครอบครัวมาเที่ยว และความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยาก

เขาดินจึงไม่ใช่แค่สวนสัตว์เก่า

ถ้ามองเพียงว่าเขาดินคือสวนสัตว์แห่งแรกของไทย เรื่องราวอาจจบลงตรงปี 2481

แต่เมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่ พ.ศ. 2438 เราจะเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนบทบาทมาหลายครั้ง

จาก สวนพระราชอุทยาน → เขาดินวนา → สวนสาธารณะ → สวนสัตว์ดุสิต → สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย

และในปี 2561 ก็ถึงวันที่บทบาทของสวนสัตว์ในพื้นที่เดิมสิ้นสุดลง

สิ่งที่ยังเหลืออยู่จึงไม่ใช่เพียงชื่อในหนังสือประวัติศาสตร์ แต่คือความทรงจำของผู้คนที่เคยเดินผ่านสถานที่แห่งนี้

เขาดินอาจไม่มีประตูให้เราเดินเข้าไปอีกแล้ว แต่ในความทรงจำของคนไทยหลายรุ่น ชื่อนี้ยังคงหมายถึง “สวนสัตว์” แห่งหนึ่งที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของกรุงเทพฯ

และนั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม เวลามีใครพูดคำว่า “เขาดิน” คนจำนวนมากยังนึกภาพวันหยุดในวัยเด็กขึ้นมาได้ทันที

แหล่งอ้างอิง
องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ — ประวัติสวนสัตว์ดุสิต ประวัติความเป็นมาสวนสัตว์ดุสิต
องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ — ประวัติของสวนสัตว์ไทย ประวัติของสวนสัตว์ไทย
องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ — ที่มาของสวนสัตว์แห่งใหม่และประวัติเขาดิน ข้อมูลสวนสัตว์ดุสิตและสวนสัตว์แห่งใหม่
องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ — หลุมหลบภัยสวนสัตว์ดุสิต ข้อมูลหลุมหลบภัยเขาดิน
Museum Thailand — สวนสัตว์ดุสิต Museum Thailand: สวนสัตว์ดุสิต
Wikimedia Commons — ภาพหลุมหลบภัยเขาดิน ดูรายละเอียดลิขสิทธิ์ภาพหลุมหลบภัย
Wikimedia Commons — ภาพสวนสัตว์ดุสิต ดูรายละเอียดลิขสิทธิ์ภาพ Dusit Zoo
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 83 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ, EvaAqua
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายรถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเองเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวายเบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนานบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?ศิษย์เก่ารวมพลังขุดหลักฐาน ปมตัดต้นไม้โรงเรียนกมลาไสย 32 ต้น ผอ.ถูกย้ายแล้ว5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?รถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเองล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำความรู้จัก“มะปลิง”หรือ“ตะลิงปลิง”ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผลเมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง5 กลยุทธ์ "ป้ายเหลือง" ในซูเปอร์มาร์เก็ต ปักเวลาไหนได้ของดีราคาถูกที่สุด?
ตั้งกระทู้ใหม่