หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 เหตุผลที่ควรคิดก่อนนินทาผู้อื่น เพราะเรื่องที่พูดอาจย้อนกลับมาหาเรา

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

10 เหตุผลที่ควรคิดก่อนนินทาผู้อื่น เพราะเรื่องที่พูดอาจย้อนกลับมาหาเรา

เคยไหม นั่งคุยกับเพื่อนอยู่ดีๆ แล้วบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเป็นเรื่องของคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น

“รู้ไหมว่าเขา…”

ประโยคสั้นๆ แบบนี้อาจดูเหมือนไม่มีอะไร โดยเฉพาะถ้าเป็นการคุยกันในกลุ่มเพื่อนที่สนิทกัน แต่ปัญหาอยู่ตรงที่เราไม่มีทางรู้เลยว่า เรื่องที่เริ่มต้นจากการพูดเล่นๆ จะเดินทางไปไกลแค่ไหน และสุดท้ายจะกลับมาถึงเจ้าตัวในรูปแบบใด

งานวิจัยด้านจิตวิทยาสังคมมองว่า “gossip” หรือการพูดถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนา เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ และไม่ได้มีแต่ด้านลบเสมอไป เพราะบางกรณีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับคนอื่นอาจช่วยให้สมาชิกในกลุ่มเข้าใจกฎเกณฑ์หรือพฤติกรรมที่เหมาะสมมากขึ้นได้

แต่เมื่อการพูดถึงใครสักคนกลายเป็น การใส่ร้าย เติมเรื่อง เปิดเผยเรื่องส่วนตัว หรือพูดเพื่อทำให้คนอื่นเสียหาย ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนไปทันที

นี่จึงเป็น 10 เหตุผลที่เราควรหยุดคิดสักนิด ก่อนจะพูดถึงใครในวันที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น

1. เรื่องจริงอาจกลายเป็นเรื่องไม่จริงระหว่างทาง

ปัญหาของการเล่าต่อคือ เราอาจไม่ได้เป็นคนเห็นเหตุการณ์ด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น

บางครั้งข้อมูลที่ได้ยินมาอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ แล้วเมื่อเล่าต่อก็มีรายละเอียดบางอย่างถูกเติมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

จาก “เขาไม่มางาน” อาจกลายเป็น “เขาไม่อยากเจอใคร”

จาก “เขาลาออก” อาจกลายเป็น “เขามีปัญหากับบริษัท”

เมื่อข้อมูลเดินทางผ่านคนหลายคน ความเข้าใจของแต่ละคนก็อาจเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

งานทบทวนด้านการนินทาพบว่า ความถูกต้องของข้อมูลเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลของการนินทาแตกต่างกัน การพูดข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจึงมีความเสี่ยงมากกว่าการพูดข้อมูลที่ถูกต้อง

2. ชื่อเสียงของคนหนึ่งคนเสียหายได้ง่ายกว่าที่คิด

ชื่อเสียงสร้างกันนาน แต่บางครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่ประโยคในการทำให้คนอื่นมองเราเปลี่ยนไป

โดยเฉพาะเมื่อเรื่องที่พูดเกี่ยวข้องกับนิสัย การทำงาน ความสัมพันธ์ หรือเรื่องส่วนตัว คนที่ได้ยินอาจจดจำภาพนั้นไว้ แม้ภายหลังจะพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องทั้งหมดก็ตาม

สิ่งที่น่ากลัวคือ คนที่ถูกพูดถึงอาจไม่มีโอกาสชี้แจงในเวลาที่เรื่องกำลังถูกส่งต่อ

และเมื่อเรื่องถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ความเร็วในการกระจายข้อมูลก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

3. คนที่ถูกนินทาอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจ

การถูกพูดถึงในทางเสียหายไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับทุกคน

โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าคนรอบตัวกำลังพูดถึงตนเองในทางลบ ความรู้สึกอับอาย ไม่มั่นใจ หรือไม่อยากเข้าสังคมสามารถเกิดขึ้นได้

งานวิจัยเกี่ยวกับ workplace gossip หรือการนินทาในที่ทำงานพบความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าของการนินทาเชิงลบกับผลกระทบต่อพฤติกรรมการทำงานและความรู้สึกต่อตนเองในองค์กร

พูดง่ายๆ คือ เรื่องที่คนพูดอาจใช้เวลาไม่กี่นาที แต่คนที่ถูกพูดถึงอาจต้องใช้เวลานานกว่านั้นในการรับมือ

4. ความสัมพันธ์ในกลุ่มอาจพังโดยไม่รู้ตัว

ตอนแรกการนินทาอาจทำให้คนในกลุ่มรู้สึกสนิทกัน เพราะมีเรื่องให้คุยและมี “เรื่องวงใน” ร่วมกัน

แต่ลองคิดอีกมุมหนึ่ง

ถ้าเราเห็นเพื่อนคนหนึ่งนินทาคนอื่นให้เราฟัง เราก็อาจเกิดคำถามขึ้นมาเหมือนกันว่า

ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่ เขาจะพูดถึงเราหรือเปล่า

ความรู้สึกแบบนี้ทำให้ความไว้วางใจลดลงได้

งานวิจัยเกี่ยวกับ workplace gossip ยังพบว่าการนินทาเชิงลบสัมพันธ์กับผลกระทบด้านความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานและผลลัพธ์ในการทำงานในหลายมิติ

5. บางครั้งเรากำลังพูดเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของเรา

เรื่องส่วนตัวของคนอื่นไม่ใช่ข้อมูลสาธารณะทุกเรื่อง

ปัญหาความรัก เงินเดือน เรื่องครอบครัว สุขภาพ หรือปัญหาในชีวิตบางอย่าง เป็นเรื่องที่เจ้าตัวมีสิทธิ์เลือกว่าจะเล่าให้ใครฟัง

แม้เราจะรู้เรื่องนั้นจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าเรามีสิทธิ์นำไปเล่าต่อ

คำถามง่ายๆ ที่ช่วยหยุดตัวเองได้คือ

“ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเรา เราอยากให้คนอื่นเอาไปเล่าต่อไหม?”

ถ้าคำตอบคือไม่ ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีพอที่จะหยุดบทสนทนานั้น

6. นินทาในที่ทำงานอาจกระทบทั้งทีม

ในออฟฟิศ เรื่องเล็กๆ สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ง่าย เพราะคนจำนวนมากต้องทำงานร่วมกันทุกวัน

เมื่อข่าวลือเข้ามาอยู่ในทีม ความไว้ใจกันอาจลดลง บรรยากาศการทำงานอาจตึงเครียด และคนบางคนอาจเริ่มระวังตัวมากกว่าปกติ

งานวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างพนักงานพบว่า การรับรู้ถึงการนินทาเชิงลบในที่ทำงานสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานที่แย่ลง ขณะที่งานวิจัยอีกชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่าง workplace gossip กับสุขภาพจิตผ่านปัจจัยทางจิตวิทยาบางประการ

เพราะฉะนั้น เรื่องที่เริ่มจากโต๊ะกาแฟอาจไม่ได้จบแค่ตรงโต๊ะกาแฟ

7. คนพูดเองก็อาจเสียความน่าเชื่อถือ

หลายคนมองว่าคนถูกนินทาเป็นฝ่ายเสียหายเพียงฝ่ายเดียว แต่จริงๆ แล้วคนพูดก็มีสิ่งที่ต้องเสียเหมือนกัน

ถ้าเรามักนำเรื่องของคนอื่นมาเล่า โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่ยังตรวจสอบไม่ได้ คนรอบข้างอาจเริ่มมองว่าเราเป็นคนที่ เก็บความลับไม่อยู่

และเมื่อถึงวันที่เรามีเรื่องสำคัญที่อยากให้ใครสักคนเก็บไว้เป็นความลับ คนอื่นก็อาจไม่มั่นใจว่าจะฝากเรื่องนั้นไว้กับเราได้หรือไม่

8. ยิ่งพูด ยิ่งติดอยู่กับเรื่องลบ

การนินทาไม่ได้กระทบเฉพาะคนที่ถูกพูดถึง แต่ยังอาจดึงความสนใจของวงสนทนาไปอยู่กับเรื่องลบซ้ำๆ

จากเรื่องหนึ่งกลายเป็นอีกเรื่อง

จากคนหนึ่งกลายเป็นอีกคน

จากเหตุการณ์หนึ่งกลายเป็นการตัดสินนิสัยของทั้งคน

เมื่อบทสนทนาเดินไปทางนี้ เราอาจเสียเวลาจำนวนมากกับเรื่องที่ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นเลย

การเปลี่ยนคำถามจาก “เขาเป็นคนยังไง” มาเป็น “แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับชีวิตเรา” อาจช่วยให้เราหยุดวงจรนั้นได้

9. ความสะใจชั่วคราวอาจไม่คุ้มกับปัญหาระยะยาว

ยอมรับกันตรงๆ ว่าบางครั้งการได้พูดเรื่องคนอื่นก็ทำให้รู้สึกโล่งหรือสนุก

แต่ความรู้สึกนั้นอาจอยู่เพียงชั่วคราว

ในทางกลับกัน ถ้าเรื่องหลุดออกไป เกิดความเข้าใจผิด หรือเจ้าตัวรู้ว่าเราเป็นคนพูด ผลกระทบอาจอยู่กับเราไปอีกนาน

งานวิจัยด้าน workplace gossip ยังพบว่าผลด้านลบไม่ได้เกิดกับเป้าหมายเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนินทาเองก็อาจสัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ไม่ดีหลายด้านเช่นกัน แม้ทิศทางเหตุและผลในงานวิจัยบางส่วนยังไม่สามารถสรุปได้อย่างเด็ดขาด

ดังนั้น ก่อนพูดอาจลองถามตัวเองว่า

“สิ่งที่กำลังจะพูด คุ้มกับความเสี่ยงหรือเปล่า”

10. เราสามารถพูดถึงปัญหาโดยไม่ทำร้ายใครได้

นี่อาจเป็นข้อที่สำคัญที่สุด

การไม่ควรนินทาไม่ได้หมายความว่าเราต้องเงียบทุกครั้งที่เห็นสิ่งผิดปกติ

ถ้ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย การทำงาน หรือพฤติกรรมที่อาจสร้างความเสียหาย การแจ้งคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบอย่างเหมาะสมย่อมแตกต่างจากการนำเรื่องไปพูดต่อเพื่อความสนุก

งานวิจัยเองก็ไม่ได้มอง gossip ว่าเลวร้ายในทุกสถานการณ์ เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ไม่อยู่ในวงสนทนาอาจช่วยให้กลุ่มเข้าใจบรรทัดฐานและส่งเสริมความร่วมมือได้ในบางเงื่อนไข โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลมีความถูกต้องและไม่ได้มุ่งทำร้ายผู้อื่น

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงจริงๆ อาจไม่ใช่ “การพูดถึงคนอื่น” ทุกประเภท แต่คือ การพูดโดยไม่รับผิดชอบต่อผลที่อาจเกิดขึ้น

ก่อนพูดถึงใคร ลองใช้กฎ 4 คำถาม

ถ้าบทสนทนากำลังจะกลายเป็นการนินทา ลองหยุดตัวเองสักไม่กี่วินาที แล้วถามว่า

คำถามถ้าคำตอบคือ “ไม่”
เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่? อย่าเพิ่งเล่าต่อ
จำเป็นต้องพูดหรือไม่? ลองเปลี่ยนเรื่อง
คนที่ถูกพูดถึงได้รับความเสียหายหรือไม่? ควรหยุด
ถ้าเขามาได้ยิน เราพร้อมพูดแบบเดิมไหม? ถ้าไม่พร้อม ก็ควรคิดใหม่

กฎง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่ห้ามพูดเรื่องคนอื่นโดยสิ้นเชิง แต่ช่วยให้ ก่อนพูด เราเห็นผลลัพธ์ที่อาจตามมาเสียก่อน

นินทากับการเตือนคนอื่น ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

อีกประเด็นที่ควรแยกให้ออกคือ การเตือนเพื่อป้องกันความเสียหายกับการนินทาเพื่อทำลายชื่อเสียง

ตัวอย่างเช่น หากเพื่อนกำลังจะเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง การบอกข้อมูลที่จำเป็นและเป็นข้อเท็จจริงให้เขารู้ อาจมีเป้าหมายเพื่อป้องกันอันตราย

แต่ถ้าเราเอาเรื่องเดียวกันไปเล่าให้คนอีกสิบคนฟัง ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น และเติมความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อให้คนอื่นมองเจ้าตัวแย่ลง นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

เจตนา ความถูกต้อง ความจำเป็น และผลกระทบ จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กัน

บทส่งท้าย: บางเรื่องไม่ได้จำเป็นต้องพูด เพียงเพราะเราพูดได้

การนินทาเป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปในสังคม และงานวิจัยก็ชี้ว่ามันไม่ได้มีแต่ด้านลบทั้งหมด แต่เมื่อการพูดถึงคนอื่นกลายเป็นการแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เปิดเผยเรื่องส่วนตัว หรือทำลายชื่อเสียง ผลกระทบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับคนที่ถูกพูดถึง ความสัมพันธ์ และแม้แต่ตัวคนพูดเอง

บางครั้งการเป็นผู้ใหญ่ไม่ได้หมายถึงการมีเรื่องให้พูดเยอะที่สุด

แต่อาจหมายถึง รู้ว่าเรื่องไหนควรพูด เรื่องไหนควรพูดกับใคร และเรื่องไหนไม่จำเป็นต้องพูดเลย

เพราะคำพูดบางคำ เมื่อออกจากปากไปแล้ว เราอาจเรียกกลับคืนมาไม่ได้

และก่อนจะพูดถึงใครในวันที่เขาไม่ได้อยู่ตรงนั้น ลองคิดสักครั้งว่า

ถ้าวันหนึ่งเราเป็นคนที่ถูกพูดถึง เราจะยังคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กอยู่ไหม

แหล่งอ้างอิง
งานวิจัย Effect of Perceived Negative Workplace Gossip on Employees' Behaviors ตีพิมพ์ใน Frontiers in Psychology และเผยแพร่ผ่าน PubMed/PMC
งานทบทวน When and why does gossip increase prosocial behavior?
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคมเลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี2 เกาะที่ขึ้นชื่อว่าอันตราย ทั้งงูพิษและเขตชนเผ่าหวงห้ามคนไทยอายุยืนถึง 80 ปีจริงไหม ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ถูกก่อนเชื่อวางคีย์บอร์ดตรงไหน ลดอาการปวดข้อมือได้หวยลาววันนี้ 10 สิงหาคม 2569 ส่องสถิติวันจันทร์ เลขไหนน่าจับตา ก่อนลุ้นงวดนี้10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้พืชกินทองคำมีจริง! ต้นไม้ออสเตรเลียที่ดูด 'ทองคำ' ขึ้นมาไว้บนใบกรุงเทพฯ หนึ่งในศูนย์กลางสายมู รวมพิกัดขอโชคลาภที่คนนิยมเลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คนไทยอายุยืนถึง 80 ปีจริงไหม ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ถูกก่อนเชื่ออันดับ 3 อาจทำให้คุณแปลกใจ! 5 ประเทศมหาอำนาจยางพาราโลกเลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569ทำไมไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งที่มีโรงงาน ส่งออก และเทคโนโลยีครบชีวิตข้างถนนเวียดนาม ทำไมมอเตอร์ไซค์ ทางเท้า กาแฟ และเก้าอี้เตี้ยถึงมีจังหวะเฉพาะตัวกรุงเทพฯ หนึ่งในศูนย์กลางสายมู รวมพิกัดขอโชคลาภที่คนนิยม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดรายได้พนักงานต้อนรับบนรถทัวร์ชีวิตข้างถนนเวียดนาม ทำไมมอเตอร์ไซค์ ทางเท้า กาแฟ และเก้าอี้เตี้ยถึงมีจังหวะเฉพาะตัว6 สถานที่ขอหวยยอดนิยมในกรุงเทพฯกรุงเทพฯ หนึ่งในศูนย์กลางสายมู รวมพิกัดขอโชคลาภที่คนนิยม
ตั้งกระทู้ใหม่