ซูสีไทเฮา จากพระสนมสู่ผู้กุมอำนาจราชวงศ์ชิงเกือบครึ่งศตวรรษ
ชื่อของซูสีไทเฮามักถูกเล่าพร้อมคำว่าโหด ฟุ่มเฟือย และขัดขวางความเจริญ
แต่พอลองแกะเหตุการณ์จริงออกจากเรื่องเล่าที่ถูกแต่งเติม ภาพของสตรีผู้กุมอำนาจปลายราชวงศ์ชิงกลับซับซ้อนกว่านั้นเยอะ ทั้งเก่งเรื่องการเมือง เล่นเกมอำนาจอย่างแม่นยำ เคยตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ และในช่วงท้ายยังผลักดันการปฏิรูปหลายอย่างที่ตัวเองเคยระแวงเสียด้วยซ้ำ
จากหญิงตระกูลแมนจูสู่พระสนมของจักรพรรดิ
ซูสีไทเฮาเกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 ในตระกูลเย่เฮ่อน่าลา ซึ่งเป็นตระกูลแมนจู เมื่อยังเป็นวัยรุ่นถูกคัดเลือกเข้าสู่ราชสำนักของจักรพรรดิเสียนเฟิง ชีวิตในวังตอนแรกไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสูงสุด แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อให้กำเนิดพระโอรสในปี ค.ศ. 1856 เด็กคนนี้คือไจ่ฉุน พระโอรสของจักรพรรดิเสียนเฟิงที่จะขึ้นครองราชย์ในเวลาต่อมาในนามจักรพรรดิถงจื้อ
แค่มีพระโอรสก็เปลี่ยนสถานะทางการเมืองทันที เพราะเมื่อจักรพรรดิเสียนเฟิงสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1861 จักรพรรดิองค์ใหม่ยังมีพระชนมายุเพียงประมาณ 5 ปี อำนาจจริงจึงต้องอยู่ในมือผู้สำเร็จราชการ
ตรงนี้แหละที่ซูสีเริ่มเปลี่ยนจากคนในวัง เป็นคนคุมเกม
ก่อนสิ้นพระชนม์ จักรพรรดิเสียนเฟิงแต่งตั้งขุนนางกลุ่มหนึ่งให้ช่วยบริหารประเทศแทนจักรพรรดิเด็ก แต่ซูสีร่วมมือกับพระพันปีฉืออันและเจ้าชายกง จัดการโค่นกลุ่มผู้สำเร็จราชการเดิมในเหตุการณ์รัฐประหารภายในราชสำนักปี ค.ศ. 1861 จากนั้นพระพันปีทั้งสองกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจ โดยเฉพาะซูสีที่ค่อยๆ แสดงให้เห็นว่ามีทักษะอ่านคนและจัดสมดุลขุนนางสูงมาก
ไม่ได้เป็นจักรพรรดิ แต่คำตัดสินมีน้ำหนักมหาศาล
หลังจักรพรรดิถงจื้อโตขึ้น ซูสีคืนอำนาจการปกครองอย่างเป็นทางการ แต่ช่วงเวลานั้นสั้นมาก เพราะถงจื้อสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 1875 โดยไม่มีทายาท ซูสีจึงสนับสนุนเด็กชายไจ่เถียนขึ้นเป็นจักรพรรดิกวางซวี่ เด็กคนนี้เป็นพระนัดดาของซูสีและมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ ทำให้ซูสีกลับมาเป็นผู้สำเร็จราชการอีกครั้ง
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการพูดว่าซูสีเป็นเพียงพระพันปีที่อยู่หลังม่านจึงไม่พอ ตลอดหลายสิบปี การแต่งตั้งขุนนาง การจัดสมดุลฝ่ายต่างๆ และนโยบายสำคัญจำนวนมากล้วนผ่านอิทธิพลของซูสี แม้ไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะจักรพรรดินีผู้ปกครองโดยตรงก็ตาม
จุดที่ต้องระวังคือ ภาพจำว่าเจ้าตัวต่อต้านของตะวันตกทุกอย่างไม่ตรงนัก
ในช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 19 ราชสำนักชิงมีโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศ ทั้งอาวุธสมัยใหม่ อู่ต่อเรือ โรงงาน การทูต และการศึกษาความรู้จากต่างประเทศ ซูสีไม่ได้ปิดประตูใส่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ปัญหาจริงอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของชิงเกิดท่ามกลางระบบราชการที่ใหญ่ ความขัดแย้งภายใน เงินที่จำกัด และแรงกดดันจากมหาอำนาจต่างชาติ
ปี 1898 คือจุดแตกหักครั้งสำคัญ
จักรพรรดิกวางซวี่พยายามเดินหน้าการปฏิรูปอย่างรวดเร็วในช่วงที่เรียกว่า "การปฏิรูปร้อยวัน" มีข้อเสนอเปลี่ยนทั้งการศึกษา ระบบราชการ เศรษฐกิจ และกองทัพ แต่การเดินเร็วเกินไปทำให้ขุนนางหลายกลุ่มหวาดกลัวว่าจะเสียอำนาจ สุดท้ายฝ่ายซูสีเข้าควบคุมสถานการณ์ จักรพรรดิกวางซวี่ถูกจำกัดพระราชอำนาจ และผู้นำปฏิรูปบางส่วนถูกประหารหรือหนีออกนอกประเทศ
เหตุการณ์นี้ทำให้ชื่อของซูสีถูกผูกกับคำว่า "ขวางการปฏิรูป" มายาวนาน ซึ่งมีส่วนจริง แต่เรื่องกลับพลิกอีกครั้งในไม่กี่ปีต่อมา
การตัดสินใจที่สร้างความเสียหายหนักที่สุด
ช่วงกบฏนักมวยราวปี ค.ศ. 1900 ขบวนการต่อต้านชาวต่างชาติและคริสต์ศาสนาขยายตัวอย่างรุนแรง ราชสำนักภายใต้อิทธิพลของซูสีเลือกสนับสนุนฝ่ายนักมวยและเผชิญหน้ากับมหาอำนาจต่างชาติ ผลคือกองกำลังพันธมิตรหลายชาติบุกเข้าสู่ปักกิ่ง ราชสำนักต้องหลบหนี และจีนถูกบังคับให้ยอมรับเงื่อนไขหนักจากพิธีสารนักมวย รวมถึงภาระค่าปฏิกรรมสงครามมหาศาล
นี่เป็นหนึ่งในความผิดพลาดทางการเมืองที่ยากจะปฏิเสธ เพราะการประเมินกำลังของฝ่ายตัวเองและต่างชาติผิด ส่งผลต่อทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือของราชวงศ์ชิง
แต่สิ่งชวนงงคือ หลังวิกฤตครั้งนั้นซูสีกลับอนุมัติการปฏิรูปครั้งใหญ่ในชุดนโยบายใหม่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 เป็นต้นมา มีทั้งการปรับระบบราชการ การปรับกองทัพ การสร้างระบบการศึกษาแบบใหม่ และในปี ค.ศ. 1905 ราชสำนักยกเลิกระบบสอบจอหงวนแบบดั้งเดิมที่ใช้เป็นกลไกคัดเลือกขุนนางมายาวนานหลายศตวรรษ ต่อมายังมีความเคลื่อนไหวเตรียมการปกครองแบบรัฐธรรมนูญอีกด้วย
• ซูสีจึงไม่ใช่ตัวละครแบบขาวหรือดำ แต่เป็นนักการเมืองที่ปรับตัวตามแรงกดดันและผลประโยชน์ของราชวงศ์
• เคยสนับสนุนความทันสมัยบางด้าน แต่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงที่คุกคามโครงสร้างอำนาจของราชสำนัก
• เก่งในการรักษาอำนาจภายใน แต่การตัดสินใจด้านต่างประเทศบางครั้งสร้างผลเสียรุนแรง
• ภาพลักษณ์อันเลวร้ายจำนวนหนึ่งยังถูกขยายด้วยงานเขียนและข่าวลือในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งนักประวัติศาสตร์รุ่นหลังพบว่าบางเรื่องขาดหลักฐานหรืออาศัยเอกสารที่ไม่น่าเชื่อถือ
ช่วงปลายชีวิตซูสียังเข้าใจเรื่องภาพลักษณ์ทางการเมืองอย่างน่าสนใจ มีการถ่ายภาพอย่างเป็นทางการและมอบพระบรมฉายาลักษณ์แก่บุคคลต่างชาติ ภาพหลายชุดที่หลงเหลืออยู่ทุกวันนี้จึงไม่ใช่แค่ภาพถ่ายเล่นๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพผู้ปกครองที่สง่างามและพร้อมติดต่อกับโลกภายนอก
ซูสีไทเฮาสิ้นพระชนม์วันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908 เพียงหนึ่งวันหลังจักรพรรดิกวางซวี่สิ้นพระชนม์ ก่อนหน้านั้นราชสำนักเลือกผู่อี๋ เด็กวัยประมาณ 2 ปี ให้เป็นจักรพรรดิองค์ถัดไป เพียงสามปีให้หลัง การปฏิวัติซินไฮ่ก็ทำให้ระบอบจักรพรรดิจีนเดินมาถึงปลายทาง อำนาจที่ซูสีประคองไว้เกือบครึ่งศตวรรษจึงดับตามไปในเวลาไม่นาน
https://www.si.edu/collections/snapshot/cixi-last-empress-dowager-china
https://www.smithsonianmag.com/history/cixi-the-woman-behind-the-throne-22312071/
https://asia-archive.si.edu/learn/for-educators/teaching-china-with-the-smithsonian/explore-by-object/the-empress-dowager-cixi-with-foreign-envoys-wives/
https://www.cambridge.org/core/journals/modern-asian-studies/article/breaking-the-bonds-of-precedent-the-19056-government-reform-commission-and-the-remaking-of-the-qing-central-state/521E7F447999834E50257E695B55E316
https://history.state.gov/milestones/1899-1913/hay-and-china
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ของเหลวใต้ฝากระโปรงรถ มีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างทำหน้าที่อะไร
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
พับกระดาษทบครึ่งได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ไม่ว่ากระดาษจะแผ่นใหญ่แค่ไหนก็ทำไม่ได้
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
เดอะช็อค: จากวงล้อมวิทยุยามค่ำคืนสู่อาณาจักรสื่อสยองขวัญยุคดิจิทัล
ส่องเทรนด์เลขมงคล "ขุนพันธุ์ นำโชค" 16/8/69
8 ร่องรอยมนุษย์ต่างดาวที่คนทั่วโลกเชื่อ กับสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังยืนยันไม่ได้จนถึงวันนี้
ของห้ามใส่กระเป๋าตังค์: ใส่แล้วเงินรั่วถังแตก!
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
เว็บผีญี่ปุ่นปี 1999 กับแผนที่เรื่องหลอนที่เคยรวบรวมเรื่องเล่าทั่วภูมิภาคคันโต
ทำไมคนตะวันตกบางส่วนจึงระแวงมุสลิม ทั้งที่ภาพจริงไม่ได้มีคำตอบเดียว
“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"



