หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากนายทหารหนุ่มสู่ผู้ปกครองลิเบีย เส้นทางอำนาจยาวนานของมูอัมมาร์ กัดดาฟี

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

กัดดาฟีไม่ได้ขึ้นสู่อำนาจด้วยการเลือกตั้ง แต่เริ่มจากรัฐประหารของนายทหารหนุ่ม



วันที่ 1 กันยายน 1969 กลุ่มนายทหารที่เรียกตัวเองว่า Free Officers Movement โค่นพระเจ้าอิดริสที่ 1 ขณะกษัตริย์ประทับอยู่ต่างประเทศ หนึ่งในแกนนำคือ มูอัมมาร์ กัดดาฟี นายทหารวัยเพียง 27 ปี จากครอบครัวเบดูอินแถบเมืองเซิร์ต

จุดนี้สำคัญ เพราะกัดดาฟีไม่ได้ขายภาพตัวเองแค่ในฐานะทหารที่ยึดอำนาจ เขาวางตัวเป็นนักปฏิวัติชาตินิยมอาหรับ ได้แรงบันดาลใจจากกระแสของกามาล อับเดล นัสเซอร์แห่งอียิปต์ ต่อต้านอิทธิพลตะวันตก ต่อต้านฐานทัพต่างชาติ และเชื่อว่าทรัพยากรน้ำมันควรสร้างประโยชน์ให้ลิเบียมากขึ้น

น้ำมันนี่แหละคือหัวใจของเรื่องทั้งหมด

ลิเบียมีประชากรไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้จากน้ำมัน รัฐจึงมีเงินจำนวนมากสำหรับการศึกษา สาธารณสุข ที่อยู่อาศัย และโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานชีวิตของประชาชนหลายด้านดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ระบบเศรษฐกิจและการเมืองก็ผูกติดกับรัฐอย่างหนัก เงินจากน้ำมันกลายเป็นทั้งเครื่องมือพัฒนาประเทศและเครื่องมือรักษาฐานอำนาจไปพร้อมกัน

ประเทศที่ประกาศว่าไม่มีประธานาธิบดี

ในปี 1977 กัดดาฟีประกาศระบบที่เรียกว่า จามาฮิริยา หรือประมาณว่า “รัฐของมวลชน” แนวคิดคือประชาชนบริหารประเทศผ่านสภาประชาชนและคณะกรรมการต่างๆ โดยไม่ต้องใช้ระบบพรรคการเมืองแบบทั่วไป แนวคิดทางการเมืองของเขาถูกอธิบายไว้ในหนังสือสีเขียว หรือ The Green Book ซึ่งเสนอสิ่งที่เขาเรียกว่าแนวทางที่สาม ไม่ใช่ทุนนิยมตะวันตกและไม่ใช่คอมมิวนิสต์โซเวียต

ฟังดูเหมือนอำนาจถูกกระจายลงไปข้างล่าง แต่ของจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก กัดดาฟีไม่มีตำแหน่งประธานาธิบดีแบบประเทศทั่วไปในช่วงหลัง แต่ยังเป็นศูนย์กลางของระบบ เครือข่ายคณะกรรมการปฏิวัติ หน่วยความมั่นคง และบุคคลที่ภักดีต่อผู้นำมีบทบาทสูง ขณะที่พื้นที่สำหรับพรรคการเมืองอิสระ เสรีภาพในการรวมกลุ่ม และการวิจารณ์รัฐบาลถูกจำกัดอย่างหนัก

นี่เป็นจุดที่ภาพ “ประชาชนปกครองตัวเอง” กับสภาพการเมืองจริงเดินคนละทาง

กรณีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือเรือนจำอาบูซาลิมในปี 1996 ซึ่งมีผู้ต้องขังเสียชีวิตประมาณ 1,200 คนหลังเกิดเหตุความไม่สงบภายในเรือนจำ ครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องคำตอบและความรับผิดชอบต่อเนื่องหลายปี ประเด็นนี้กลับมามีความสำคัญอีกครั้งก่อนการลุกฮือปี 2011

จากโลกอาหรับไปหาแอฟริกา

กัดดาฟีพยายามผลักดันแนวคิดรวมชาติอาหรับอยู่พักใหญ่ แต่โครงการรวมประเทศหลายแบบไม่เคยเดินหน้าได้จริง ต่อมาจึงหันไปให้ความสำคัญกับแอฟริกามากขึ้น สนับสนุนความร่วมมือของประเทศในทวีป และในช่วงหนึ่งดำรงตำแหน่งประธานสหภาพแอฟริกา

อีกด้านหนึ่ง นโยบายต่างประเทศของลิเบียในยุคกัดดาฟีก็สร้างความขัดแย้งหนัก ทั้งการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่ม ความขัดแย้งในชาด และความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับสหรัฐฯ และยุโรป เหตุระเบิดเครื่องบิน Pan Am เที่ยวบิน 103 เหนือเมืองล็อกเกอร์บีในปี 1988 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 270 คน เจ้าหน้าที่ข่าวกรองลิเบียคนหนึ่งถูกศาลสกอตแลนด์ตัดสินว่ามีความผิดในปี 2001 และรัฐบาลลิเบียภายหลังยอมรับความรับผิดชอบต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ พร้อมเข้าสู่กระบวนการชดเชยครอบครัวผู้เสียชีวิต

ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ภาพของลิเบียเปลี่ยนอีกครั้ง ปี 2003 รัฐบาลกัดดาฟีประกาศยุติโครงการอาวุธทำลายล้างสูงและเปิดให้มีการตรวจสอบ หลังจากนั้นความสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกค่อยๆ ฟื้นตัว บริษัทต่างชาติกลับเข้าสู่ภาคน้ำมัน ผู้นำยุโรปเดินทางไปพบกัดดาฟี และลิเบียที่เคยถูกโดดเดี่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ระบบการทูตระหว่างประเทศ

แล้วทำไมระบบที่อยู่มากว่า 40 ปีถึงพังเร็วในปี 2011

คำตอบไม่ได้มีเรื่องเดียว กระแสอาหรับสปริงทำให้การประท้วงต่อต้านรัฐบาลเกิดขึ้นหลายประเทศ ขณะที่ลิเบียมีความไม่พอใจสะสมทั้งเรื่องการเมือง การคอร์รัปชัน การว่างงาน และคดีผู้เสียชีวิตในเรือนจำอาบูซาลิม การประท้วงในเดือนกุมภาพันธ์ 2011 ถูกตอบโต้ด้วยกำลัง ก่อนสถานการณ์จะพัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นความขัดแย้งติดอาวุธ

เดือนมีนาคม คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมติ 1973 กำหนดเขตห้ามบินและอนุญาตมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องพลเรือน โดยไม่อนุญาตการยึดครองประเทศด้วยกองกำลังต่างชาติ จากนั้น NATO เข้ามาปฏิบัติการทางอากาศ กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลรุกคืบจนกรุงตริโปลีหลุดจากการควบคุมของกัดดาฟี

วันที่ 20 ตุลาคม 2011 กัดดาฟีถูกจับใกล้เมืองเซิร์ตและเสียชีวิตในวันเดียวกัน ปิดฉากการครองอำนาจยาวนานกว่า 42 ปี

สิ่งที่น่าสนใจกว่าชีวประวัติของผู้นำคนเดียว คือโครงสร้างรัฐที่เขาทิ้งไว้

ตลอดหลายทศวรรษ กัดดาฟีพยายามสร้างระบบที่ไม่เหมือนรัฐทั่วไป สถาบันบางอย่างถูกทำให้อ่อนหรือขึ้นกับเครือข่ายอำนาจส่วนบุคคล เมื่อศูนย์กลางอำนาจหายไปในปี 2011 การสร้างรัฐใหม่จึงยากมาก แต่จะโยนความวุ่นวายหลังจากนั้นให้กัดดาฟีคนเดียวก็ไม่ครบ เพราะการแทรกแซงจากต่างประเทศ การแข่งขันของกองกำลังติดอาวุธ ความแตกต่างทางภูมิภาค และความล้มเหลวในการสร้างสถาบันหลังสงครามต่างมีส่วนทั้งหมด

กัดดาฟีจึงเป็นตัวอย่างชัดมากของผู้นำที่มีภาพสองด้านอยู่พร้อมกัน ด้านหนึ่งใช้น้ำมันสร้างรัฐสวัสดิการ โครงสร้างพื้นฐาน และบทบาทระหว่างประเทศ อีกด้านสร้างระบบการเมืองที่จำกัดคู่แข่งและผูกประเทศไว้กับตัวบุคคล พอคนที่ยืนอยู่กลางระบบหายไป คำถามที่หนักที่สุดจึงไม่ใช่ว่าใครจะขึ้นมาแทน แต่คือ มีสถาบันอะไรเหลืออยู่มากพอที่จะให้ประเทศเดินต่อได้หรือเปล่า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยอยากมีอาชีพเสริม เริ่มจากอะไรดีถ้ามีเวลาว่างวันละไม่กี่ชั่วโมง?10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาiPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดาทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักรีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะนาฬิกาที่เดินตรงที่สุดในโลกใช้อะตอมจับเวลาจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน“เอเวลินน์ ศรียะพันธ์” นักบินหญิงชาวไทยที่สื่อนอกยกฉายา “กัปตันที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์”เลขมงคล "เพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 16 สิงหาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไข้เลือดออกแล้วเลือดไหลไม่หยุด ต้องกังวลแค่ไหน และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกiPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?“เปิด 2 อำเภอในไทยที่ยังไม่มี 7-Eleven แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อถึงยังเข้าไม่ถึง?"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สมถะทำให้ใจสงบแต่ต้องเดินคู่ปัญญาจึงไปถึงนิพพานทำไมทาแป้งเย็นหลังอาบน้ำแล้วเย็นจี๊ดจนแสบผิวทำไมสมองถึงแวบว่าอยากกระโดดทั้งที่ไม่ได้อยากตายความหึงหวงของทศกัณฐ์ทำไมถึงพาลงกาทั้งเมืองสู่สงคราม
ตั้งกระทู้ใหม่