เอช เอช โฮล์มส์ ฆาตกรยุคชิคาโก กับตำนานโรงแรมฆาตกรรมที่ถูกเล่าจนเกินหลักฐานจริง
ตำนานที่ดังจนกลบหลักฐานจริง
ชื่อของ เอช เอช โฮล์มส์ มักถูกผูกกับภาพ “ฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของอเมริกา” และอาคารลึกลับในชิคาโกที่ภายหลังถูกเรียกว่า Murder Castle เรื่องเล่าที่ติดหูที่สุดคือเขาสังหารคนมากถึง 200 ราย โดยใช้ห้องลับ ทางเดินวกวน ช่องส่งศพ และสารพัดกลไกในโรงแรมของตัวเอง ฟังแล้วเหมือนสถานที่ถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าโดยเฉพาะ แต่พอไล่ดูหลักฐานทางประวัติศาสตร์จริง ภาพนั้นกลับไม่แน่นอย่างที่เล่าต่อกันมา
ตัวจริงเป็นใครกันแน่
โฮล์มส์มีชื่อเกิดว่า เฮอร์แมน เว็บสเตอร์ มัดเจ็ตต์ เกิดปี 1861 เรียนแพทย์และจบจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนในปี 1884 ก่อนใช้ชื่อ Henry Howard Holmes และเข้ามาทำธุรกิจในชิคาโก สิ่งที่เห็นชัดจากประวัติคือไม่ได้มีแค่คดีฆาตกรรม แต่ยังพัวพันกับการฉ้อโกง ประกัน การซื้อของด้วยเครดิตแล้วหลบเจ้าหนี้ และความสัมพันธ์ซ้อนหลายชั้น ชีวิตของโฮล์มส์จึงใกล้กับภาพ นักต้มตุ๋นที่พร้อมใช้คนรอบตัวเป็นเครื่องมือ มากกว่าตัวละครปีศาจที่สร้างปราสาทเพื่อไล่ล่านักท่องเที่ยวแบบในนิยาย
จุดที่ต้องแก้ความเข้าใจครั้งใหญ่คือ “โรงแรม” ของโฮล์มส์
อาคารสามชั้นในย่าน Englewood มีร้านค้าอยู่ชั้นล่างและพื้นที่เช่าระยะยาวในชั้นสอง ส่วนชั้นสามที่โฮล์มส์บอกว่าจะทำเป็นโรงแรมช่วงงาน World's Columbian Exposition ปี 1893 นั้น มีหลักฐานว่าก่อสร้างไม่เสร็จ ไม่ได้ตกแต่ง และไม่ได้เปิดรับแขกทั่วไปตามภาพจำที่เล่ากัน ภายในอาคารมีการต่อเติมแปลกๆ บางส่วนจริง และมีหลักฐานว่าห้องที่ถูกปิดซ่อนอย่างน้อยบางส่วนใช้ซ่อนเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อด้วยเครดิตเมื่อเจ้าหนี้มาตามทวง
แล้วตัวเลข 200 ศพมาจากไหน
ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะ ไม่มีหลักฐานแน่นหนาว่าโฮล์มส์ฆ่าคน 200 ราย ระหว่างถูกคุมขัง โฮล์มส์เคยสารภาพว่าฆ่า 27 คน แต่ต่อมาพบว่าบางชื่อในคำสารภาพยังมีชีวิตอยู่ นั่นทำให้คำสารภาพของโฮล์มส์เองก็ใช้เป็นหลักฐานตรงๆ ไม่ได้ นักวิจัยประวัติศาสตร์ยุคหลังบางรายตรวจสอบรายชื่อที่มีเหตุผลรองรับได้ประมาณเก้าราย ขณะที่จำนวนจริงยังเป็นเรื่องถกเถียงและอาจไม่มีวันรู้ครบ
ตัวเลข “มากถึง 200” ดูเหมือนจะเติบโตจากการเล่าซ้ำในหนังสือและสื่อยุคหลัง โดยเฉพาะเมื่อหนังสือเกี่ยวกับประวัติชิคาโกช่วงกลางศตวรรษที่ 20 หยิบตัวเลขนี้มาใช้ แล้วเรื่องก็ค่อยๆ ถูกยกระดับจาก “มีคนเสนอว่าอาจสูงถึง 200” กลายเป็น “เขาฆ่า 200 คน” แบบตัดความไม่แน่นอนทิ้งไปเฉยๆ นี่เป็นตัวอย่างชัดของวิธีที่ประวัติศาสตร์อาชญากรรมกลายเป็นตำนานได้ง่าย เมื่อความน่ากลัวขายได้ดีกว่าคำว่า “ยังไม่ทราบแน่ชัด”
คดีที่พาโฮล์มส์ไปสู่โทษประหาร
หลักฐานที่หนักที่สุดไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวในงานโลก แต่เกี่ยวข้องกับ เบนจามิน ไพต์เซล หุ้นส่วนในแผนฉ้อโกงประกัน โฮล์มส์ถูกดำเนินคดีและตัดสินว่ามีความผิดฐานฆ่าไพต์เซล และยังมีหลักฐานเชื่อมโยงอย่างหนักกับการเสียชีวิตของลูกสามคนของไพต์เซล หลังการติดตามของตำรวจและนักสืบข้ามหลายเมือง คดีนี้ต่างหากที่ทำให้ภาพของนักต้มตุ๋นกลายเป็นคดีฆาตกรรมที่ศาลสามารถเอาผิดได้จริง โฮล์มส์ถูกประหารด้วยการแขวนคอที่ฟิลาเดลเฟียเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 1896
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ “ปราสาทฆาตกรรม” แต่เป็นการที่เรื่องจริงกับเรื่องแต่งถูกผสมจนแยกยาก
ปลายศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงที่หนังสือพิมพ์แข่งขันกันดุเดือด ข่าวอาชญากรรมถูกแต่งรายละเอียดให้ชวนสะพรึงเพื่อดึงคนอ่าน พอโฮล์มส์เองก็เป็นคนโกหกเก่ง ชอบสร้างเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง และให้คำสารภาพที่ตรวจสอบไม่ได้ ตำนานจึงโตเร็วมาก อาคารที่มีห้องแปลกๆ ถูกขยายเป็นเขาวงกตสังหาร ช่องสำหรับลำเลียงของถูกเล่าเป็นช่องลำเลียงศพ และงานโลกปี 1893 ซึ่งมีผู้เข้าชมรวมหลายสิบล้านครั้งก็ถูกเชื่อมเข้ากับเรื่องคนหายจำนวนมหาศาล ทั้งที่ไม่พบหลักฐานว่าโฮล์มส์ล่านักท่องเที่ยวจากงานแล้วพาไปฆ่าในอาคารเป็นจำนวนมาก
• ข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างมั่นคง โฮล์มส์เป็นนักต้มตุ๋นและฆาตกรจริง ถูกตัดสินคดีฆ่าเบนจามิน ไพต์เซล
• สิ่งที่ไม่ควรพูดเป็นข้อเท็จจริง เขาฆ่า 200 คน หรือเปิดโรงแรมเพื่อฆ่านักท่องเที่ยวจากงานโลกจำนวนมาก
• จุดที่ยังมีความไม่แน่นอน จำนวนเหยื่อทั้งหมด และรายละเอียดบางคดีที่อาศัยคำสารภาพหรือข่าวหนังสือพิมพ์ยุคนั้น
เวลาเจอคดีเก่าแบบนี้ การแยกคำว่า “ถูกกล่าวหา” “สารภาพ” “มีหลักฐานรองรับ” และ “ถูกศาลตัดสิน” ออกจากกันสำคัญมาก เพราะสี่คำนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเลย โฮล์มส์ยังคงเป็นอาชญากรที่โหดร้ายในประวัติศาสตร์อเมริกันโดยไม่ต้องเติมตัวเลข 200 หรือสร้างเครื่องจักรสังหารให้เกินหลักฐาน และยิ่งตัดส่วนเกินออก ภาพที่เหลือยิ่งเห็นชัดว่าเขาใช้การหลอกลวง เงิน ประกัน และความไว้วางใจของคนใกล้ตัวเป็นเครื่องมือหลัก
เสียงแรกของโลกที่มนุษย์บันทึกไว้คืออะไร? ย้อนฟังเสียงจากปี 1860
ป่าหิมพานต์อยู่ที่ไหน? คำตอบไม่ได้อยู่บนแผนที่ แต่ซ่อนอยู่ในจักรวาลคติของคนโบราณ
รูเล็กๆ ที่หน้ากล้องวงจรปิด เคยสังเกตกันไหมมีไว้ทำไม
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกเพียงครั้งเดียวในรอบ 20 ปี
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
สีเสื้อประจำวันมาจากไหน? ทำไมวันจันทร์ต้องสีเหลือง วันอังคารต้องสีชมพู
แหลม เพื่อนสนิทชาวมาเลเซีย บินด่วนร่วมงานศพ ฮลุน ยืนยันร่วมเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรม 9 ส.ค. นี้
10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกบ่อยที่สุด
"แอร์ไม่เย็น... อย่าเพิ่งโทษน้ำยา! ความลับที่ช่างแอร์(บางคน) ไม่เคยบอกคุณ"
บ้านสาวโสดในลาว ธรรมเนียมหาคู่ของบางชุมชน ที่มีขอบเขตชัดกว่าคำเล่าปากต่อปาก
เจนวายอยากบอกเบบี้บูมเมอร์ เรื่องที่คนต่างวัยมักเข้าใจกันผิด
เจอแค่กระดูก แล้วนักวิทยาศาสตร์รู้หน้าตาไดโนเสาร์ได้อย่างไรกันแน่
อสังขตคืออะไร ทำไมพระสูตรหมวดนี้จึงชี้ตรงถึงนิพพานผ่านการฝึกจิตในชีวิตจริง