ทำไมมนุษย์ถึงตั้งเป้าไปดาวอังคาร ทั้งที่หนาวจัด รังสีสูง และหายใจไม่ได้
ทำไมเป้าหมายถึงเป็นดาวอังคาร ทั้งที่อยู่ยากแทบทุกอย่าง
ถ้ามองแบบไม่โรแมนติก ดาวอังคารไม่ได้เป็น “โลกสำรอง” ที่ย้ายกระเป๋าไปแล้วใช้ชีวิตต่อได้เลยสักนิด อากาศหายใจไม่ได้ หนาวจัด ความดันบรรยากาศต่ำมาก รังสีจากอวกาศลงถึงพื้นได้ง่าย และการเดินทางกินเวลาหลายเดือน แต่ดาวดวงนี้กลับถูกวางไว้กลางแผนสำรวจระยะยาวของมนุษย์ เพราะเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่นในระบบสุริยะ มันมีส่วนผสมหลายอย่างที่ “พอเอาไปต่อยอดได้” พร้อมกัน
หนึ่งวันบนดาวอังคารใกล้โลกจนระบบชีวิตพอปรับตัวได้
หนึ่งวันบนดาวอังคารยาวประมาณ 24 ชั่วโมง 39 นาที ใกล้กับ 24 ชั่วโมงของโลกมาก ต่างจากสถานที่อื่นที่กลางวันกลางคืนยาวผิดจังหวะชีวิตมนุษย์ไปไกล ดาวอังคารยังมีแกนเอียงและมีฤดูกาล เพียงแต่หนึ่งปีของที่นั่นยาว 687 วันโลก เรื่องนี้ดูเล็ก แต่สำหรับการออกแบบเวลานอน การทำงาน ระบบไฟ และการปลูกพืชในพื้นที่ปิด จังหวะกลางวันที่ใกล้โลกถือเป็นข้อดีจริงๆ
ของสำคัญที่สุดมีอยู่แล้วบนดาวนั้น
สิ่งที่ทำให้ดาวอังคารน่าสนใจไม่ใช่พื้นดินสีแดง แต่คือ น้ำแข็ง หลักฐานจากยานสำรวจพบทั้งน้ำแข็งบริเวณขั้วและน้ำแข็งใต้ผิวดินหลายพื้นที่ ส่วนภูมิประเทศยังบอกชัดว่าเมื่อหลายพันล้านปีก่อนเคยมีแม่น้ำ ทะเลสาบ และสภาพแวดล้อมที่เปียกกว่าปัจจุบันมาก
น้ำหนึ่งกิโลกรัมที่ไม่ต้องขนออกจากโลกมีค่ามหาศาล เพราะใช้ดื่ม ใช้ปลูกพืช ช่วยบังรังสี และแยกเป็นไฮโดรเจนกับออกซิเจนได้ ออกซิเจนใช้หายใจและเป็นส่วนสำคัญของเชื้อเพลิงจรวด ส่วนบรรยากาศดาวอังคารมีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก จึงเกิดแนวคิดผลิตทรัพยากรตรงจุดแทนการขนทุกอย่างจากโลก
นาซาเคยทดสอบเรื่องนี้จริงกับอุปกรณ์บนยานเพอร์เซเวียแรนซ์ ซึ่งดึงคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศดาวอังคารมาผลิตออกซิเจนได้สำเร็จ 16 ครั้ง นี่ยังไม่ใช่เครื่องผลิตอากาศสำหรับเมืองทั้งเมือง แต่พิสูจน์หลักการสำคัญว่า วันหนึ่งนักสำรวจอาจ “ทำของจำเป็นจากวัตถุดิบที่นั่น” ได้ แทนที่จะส่งถังออกซิเจนจำนวนมหาศาลจากโลกทุกเที่ยว
แล้วทำไมยังบอกว่าดาวอังคารโหดมาก
แรงโน้มถ่วงบนพื้นผิวมีแค่ประมาณ 38% ของโลก ยังไม่มีข้อมูลว่าการอยู่ในแรงโน้มถ่วงระดับนี้หลายปีจะส่งผลต่อกระดูก กล้ามเนื้อ หัวใจ และพัฒนาการของมนุษย์อย่างไร บรรยากาศก็บางกว่าของโลกมากและไม่สามารถหายใจได้ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งหลายสิบองศา
ที่หนักอีกเรื่องคือรังสี ดาวอังคารไม่มีสนามแม่เหล็กโลกแบบทั่วทั้งดาวมาช่วยป้องกันอนุภาคพลังงานสูง และบรรยากาศก็บาง จึงต้องคิดถึงที่อยู่อาศัยที่มีวัสดุบังรังสี อาจใช้ชั้นดิน น้ำ หรือวางที่พักบางส่วนใต้ผิวดิน การใช้ชีวิตข้างนอกจึงไม่ได้เหมือนเดินออกจากบ้าน แต่ใกล้เคียงกับการทำงานนอกยานอวกาศทุกครั้ง
• การเดินทางไกล: เส้นทางทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7–8 เดือน
• จังหวะออกเดินทางจำกัด: โลกกับดาวอังคารเรียงตำแหน่งเหมาะกับการเดินทางแบบประหยัดพลังงานประมาณทุก 26 เดือน
• กลับบ้านฉุกเฉินไม่ได้: หากระบบใหญ่มีปัญหา ไม่มีเที่ยวบินที่หันหัวกลับแล้วถึงโลกในไม่กี่วัน
• ฝุ่นเป็นปัญหาจริง: ฝุ่นละเอียดและพายุฝุ่นกระทบอุปกรณ์ พลังงานแสงอาทิตย์ ซีล และการทำงานภายนอก
เหตุผลสำคัญอีกข้อคือดาวอังคารเก็บประวัติของโลกหินไว้
ดาวอังคารไม่ได้มีค่าต่อมนุษย์เพราะเรื่องตั้งถิ่นฐานอย่างเดียว ภารกิจจำนวนมากมุ่งตอบคำถามว่า เคยมีสภาพแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่ หิน ดิน ตะกอนทะเลสาบโบราณ และร่องรอยน้ำช่วยเล่าย้อนว่า ดาวเคราะห์หินดวงหนึ่งเปลี่ยนจากโลกที่เคยมีน้ำไหลบนผิว กลายเป็นทะเลทรายเย็นและแห้งได้อย่างไร คำตอบนี้โยงกลับมาถึงความเข้าใจเรื่องภูมิอากาศ บรรยากาศ และความสามารถในการอยู่อาศัยของดาวเคราะห์โดยตรง
ตรงนี้ทำให้คำว่า “ไปอยู่ดาวอังคาร” มีสองชั้นที่มักถูกเอามาปนกัน ชั้นแรกคือ การส่งมนุษย์ไปสำรวจและพึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่นให้ได้นานขึ้น ซึ่งกำลังมีงานวิจัยรองรับจริง อีกชั้นคือ สร้างเมืองถาวรขนาดใหญ่ ซึ่งยังมีปัญหาทางชีววิทยา วิศวกรรม พลังงาน เศรษฐกิจ และการขนส่งอีกมหาศาล ยังไม่มีเทคโนโลยีชุดเดียวที่ทำให้ดาวอังคารกลายเป็นบ้านแบบโลกได้ในตอนนี้
จุดน่าสนใจจึงไม่ใช่ “ดาวอังคารน่าอยู่” แต่เป็น “ดาวอังคารยากพอจะบังคับให้มนุษย์เรียนรู้การอยู่รอดนอกโลกจริงๆ”
ทุกกิโลกรัมที่ผลิตได้บนดาวนั้น ทุกลิตรของน้ำที่หาได้เอง ทุกหน่วยออกซิเจนที่ทำจากบรรยากาศ และทุกระบบที่ซ่อมได้โดยไม่รอของจากโลก คือเทคโนโลยีที่ทำให้การเดินทางไกลกว่าวงโคจรโลกเป็นไปได้มากขึ้น ดาวอังคารจึงเหมือนสนามสอบขนาดดาวเคราะห์ ไม่ใช่รีสอร์ตแห่งใหม่ และนั่นต่างหากที่ทำให้มนุษย์ยังจ้องไปที่จุดสีแดงบนท้องฟ้าไม่เลิก
https://science.nasa.gov/mars/facts/
https://www.nasa.gov/missions/mars-2020-perseverance/perseverance-rover/nasas-oxygen-generating-experiment-moxie-completes-mars-mission/
https://www.jpl.nasa.gov/videos/mars-in-a-minute-how-do-you-get-to-mars/
https://www.nasa.gov/missions/mars-science-laboratory/how-nasas-curiosity-rover-is-making-mars-safer-for-astronauts/
https://www.jpl.nasa.gov/news/press_kits/insight/launch/facts/mars-at-a-glance/
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมพระกฤษณะถึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก
อยากมีอาชีพเสริม เริ่มจากอะไรดีถ้ามีเวลาว่างวันละไม่กี่ชั่วโมง?
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
รีวิวหนังดัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม
ความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำ
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?
รุ่นพี่ ม.6 เทพฯ นนท์ สุดทน! ขอพูดบ้าง หลังเห็นกระแสโทษโรงเรียน ลั่น “คนทำไม่ปกติ อย่าโยนความผิดให้ใคร”
ไข้เลือดออกแล้วเลือดไหลไม่หยุด ต้องกังวลแค่ไหน และเมื่อไรต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
iPhone สร้างยากกว่าพีระมิด 10,000 เท่าจริงหรือ?



