หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนไทยเที่ยวเกาหลีน้อยลงจริงไหม เมื่อกระแสยังแรงแต่ความกังวลเรื่องเข้าเมืองยังอยู่

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

ภาพที่ว่าคนไทยไปเกาหลีน้อยลงไม่ได้เกิดจากความรู้สึกล้วนๆ ช่วงปี 2567 ตัวเลขลดลงจริง โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีระบุว่า ช่วงมกราคมถึงเมษายน 2567 มีนักท่องเที่ยวไทยเข้าเกาหลีใต้ราว 119,000 คน ลดลง 21.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเดือนมิถุนายนปีเดียวกันยังลดลงเกือบ 20% เมื่อเทียบรายปี จนเกิดข่าวว่าตลาดไทยซึ่งเคยเป็นตลาดสำคัญของเกาหลีกำลังแผ่วลง

แต่ถ้ามองถึงข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ภาพเริ่มเปลี่ยนแล้ว ปี 2568 เกาหลีใต้รับนักท่องเที่ยวจากไทย 333,930 คน และช่วงห้าเดือนแรกของปี 2569 จำนวนคนไทยเดินทางไปเกาหลีเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีถึงกับตั้งเป้าปีนี้ไว้ 410,000 คน เพราะฉะนั้นคำว่าคนไทยเที่ยวเกาหลีน้อยลงควรอ่านให้ครบว่า เคยน้อยลงแรงในช่วงหนึ่ง และตอนนี้กำลังฟื้น ไม่ใช่ว่าคนไทยเลิกเที่ยวเกาหลีไปแล้ว

อีกมุมที่น่าสนใจคือ ก่อนโควิด ปี 2562 มีคนไทยไปเกาหลีมากกว่า 570,000 คน ต่อให้เป้าปี 2569 ทำได้ 410,000 คน ก็ยังไม่กลับไปถึงระดับเดิม นี่แหละทำให้ความรู้สึกว่าเกาหลีไม่คึกคักในตลาดไทยเหมือนเมื่อก่อนยังพอมีฐานอยู่

สาเหตุที่ถูกพูดถึงหนักสุดหนีไม่พ้นเรื่องการเข้าเมืองและเคอีทีเอ ระบบเคอีทีเอเป็นการขออนุญาตเดินทางทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ที่เข้าเกาหลีแบบไม่ใช้วีซ่าตามเงื่อนไข ค่าธรรมเนียมทางการ 10,000 วอน ใช้งานได้หลายครั้งภายในอายุที่กำหนด และโดยทั่วไปมีการประเมินภายใน 72 ชั่วโมง จุดสำคัญคือเว็บไซต์ทางการระบุชัดว่า ต่อให้เคอีทีเอได้รับอนุมัติ ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศแน่นอน เพราะการตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

ตรงนี้ต่างหากที่กระทบความรู้สึกของคนเตรียมเที่ยว วันหยุดถูกล็อกไว้แล้ว ตั๋วเครื่องบินซื้อแล้ว โรงแรมจองแล้ว แต่ยังมีความรู้สึกว่าปลายทางมีขั้นตอนที่คาดเดายากกว่าเดิม พอในโซเชียลมีเรื่องเล่าของคนถูกซักถามหรือถูกปฏิเสธเข้าเมืองกระจายต่อกัน ความเสี่ยงที่อาจเกิดกับคนเพียงบางส่วนก็ถูกขยายกลายเป็นความกังวลของคนจำนวนมากได้ทันที

ไม่ได้แปลว่าการตรวจเข้มไม่มีเหตุผล ฝั่งเกาหลีมีปัญหาเรื่องผู้พำนักเกินกำหนดและการลักลอบทำงานที่ต้องจัดการ ส่วนฝั่งนักท่องเที่ยวก็ต้องการขั้นตอนที่ชัดเจนและรู้ว่าควรเตรียมอะไรเพื่อเดินทางอย่างสบายใจ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ใครผิดใครถูกอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่น ถ้าคนรู้สึกว่าจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อทริปหนึ่งแล้วมีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น จุดหมายอื่นก็จะดูน่าสนใจขึ้นทันที

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ นักท่องเที่ยวไทยมีตัวเลือกเยอะมาก ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เวียดนาม หรือเมืองท่องเที่ยวอื่นในเอเชียต่างแย่งเงินก้อนเดียวกัน การตัดสินใจไม่ได้แข่งกันแค่ว่าอาหารใครอร่อยหรือวิวใครสวย แต่แข่งกันตั้งแต่ราคาตั๋ว ความสะดวก ขั้นตอนเข้าประเทศ โปรโมชั่น ที่พัก ไปจนถึงความรู้สึกว่าจะเจอเรื่องยุ่งยากหรือเปล่า เกาหลีจึงไม่ได้แข่งกับความนิยมของตัวเอง แต่แข่งกับความง่ายของปลายทางอื่นด้วย

ที่น่าสนใจมากคือ ความนิยมวัฒนธรรมเกาหลีไม่ได้หายไปตามยอดนักท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเกาหลีสำรวจภาพลักษณ์ประเทศพบว่า ความชื่นชอบเกาหลีในกลุ่มผู้ตอบชาวไทยลดจาก 89.6% ในปี 2565 เหลือ 76.8% ในปี 2567 ก่อนฟื้นกลับมาเป็น 86.2% ในปี 2568 ตัวเลขนี้ไม่ได้เท่ากับจำนวนคนจองตั๋วเครื่องบินโดยตรง แต่สะท้อนว่าช่วงที่กระแสด้านลบแรง ภาพลักษณ์ก็สะเทือนได้ และเมื่อบรรยากาศดีขึ้น ความรู้สึกก็กลับมาได้เร็วเหมือนกัน

เพราะงั้น เคป๊อป ซีรีส์ อาหาร เครื่องสำอาง หรือแฟชั่นเกาหลียังดึงดูดคนไทยได้ แต่ความชอบกับการควักเงินไปเที่ยวเป็นคนละขั้น คนหนึ่งอาจดูซีรีส์เกาหลีทุกคืน กินปิ้งย่างเกาหลีทุกเดือน และยังเลือกบินไปญี่ปุ่นในวันหยุดก็ได้ เพราะตอนตัดสินใจเดินทาง ต้องเอาเรื่องงบ เวลา ความสะดวก และความแน่นอนมารวมกันหมด

การที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีในปี 2569 หันมาผลักดันการท่องเที่ยวแบบเคคัลเจอร์ เคบิวตี้ เวลเนส และประสบการณ์เฉพาะทาง พร้อมทำแคมเปญกับสายการบินและบัตรเครดิต ก็สะท้อนว่าตลาดไทยยังมีความสำคัญ เพียงแต่ขายภาพโซลกับใบไม้เปลี่ยนสีแบบเดิมอาจไม่พอแล้ว คนที่เคยไปเกาหลีหนึ่งหรือสองครั้งต้องมีเหตุผลใหม่ให้กลับไป เช่น เมืองรอง งานเทศกาล ประสบการณ์ความงาม อาหารท้องถิ่น หรือเส้นทางที่ต่างจากทริปมาตรฐาน

ดังนั้น ถ้าถามว่าคนไทยเที่ยวเกาหลีน้อยลงไหม คำตอบคือเคยลดลงชัด โดยเฉพาะช่วงปี 2567 และจำนวนทั้งตลาดยังต่ำกว่าก่อนโควิด แต่ข้อมูลปี 2569 บอกว่าคนไทยกำลังกลับไปมากขึ้น สิ่งที่เกาหลีต้องชนะจึงไม่ใช่แค่ทำให้คนไทยยังรักเพลง ซีรีส์ หรืออาหารเกาหลี แต่ต้องทำให้ความรู้สึกตอนกดจองตั๋วกลับมาเป็นคำว่า ไปได้สบายใจ ด้วย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 158 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายหญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำจังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทย5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทยส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุดสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทแม่ฮ่องสอน จังหวัดที่มีคนจนสูงสุด แต่ความสุขไม่ได้น้อยที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดไหนค่าครองชีพแพงที่สุดในไทยจังหวัดที่มีความสุขที่สุดในประเทศไทยต่างชาติกระจุกอยู่ตรงไหนของไทย จัดอันดับล่าสุดทำไมชายแดนใต้จึงยังไม่สงบ5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีหญิงสาวคนหนึ่งลดน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมในหนึ่งเดือนโดยดื่มเพียงน้ำเปล่าและไม่รับประทานอาหารใดๆ แต่ต่อมาเริ่มมีอาการเดินเซและสูญเสียความทรงจำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Review, HowTo, ท่องเที่ยว
น้ำมันพืชใช้แล้วควรเก็บส่งต่อไม่เทลงท่อยางรถยนต์เก่านำกลับมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบSilence Travel กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น10 สถานที่ธรรมชาติในไต้หวันที่สวยจนเหมือนภาพวาด
ตั้งกระทู้ใหม่