หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สหภาพโซเวียตล่มได้อย่างไร จากมหาอำนาจคู่โลกสู่การหายไปในปี 1991

เขียนโดย nattawat25800

ภาพของสหภาพโซเวียตช่วงสงครามเย็นดูแข็งแกร่งชนิดที่แทบไม่มีใครคิดว่าประเทศขนาดมหึมานี้จะหายไปจากแผนที่ได้ มีอาวุธนิวเคลียร์ กองทัพขนาดใหญ่ ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ แข่งขันกับสหรัฐฯ ได้แทบทุกสนาม และมีอิทธิพลครอบคลุมยุโรปตะวันออกหลายประเทศ แต่พอถึงปลายปี 1991 ชื่อสหภาพโซเวียตก็กลายเป็นอดีต

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว และก็ไม่ใช่แค่เรื่องมิคาอิล กอร์บาชอฟทำประเทศพังอย่างที่ชอบเล่ากันแบบสั้นๆ ปัญหาหลายอย่างสะสมมานานตั้งแต่ก่อนกอร์บาชอฟขึ้นสู่อำนาจเสียอีก

ช่วงการปกครองของเลโอนิด เบรจเนฟ ระหว่างปี 1964-1982 ภายหลังถูกเรียกว่าเป็นยุคแห่งความชะงักงัน เศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลางเคยทำงานได้ดีมากตอนประเทศต้องเร่งสร้างโรงงาน เหล็ก พลังงาน และอุตสาหกรรมหนัก แต่พอเศรษฐกิจซับซ้อนขึ้น ระบบที่ต้องรอคำสั่งจากบนลงล่างกลับตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ช้า โรงงานจำนวนมากถูกประเมินจากเป้าหมายการผลิตมากกว่าคุณภาพหรือความคุ้มค่า จึงเกิดแรงจูงใจแปลกๆ เช่น ผลิตให้ครบจำนวนตามแผนก่อน โดยไม่ได้สนใจว่าของที่ผลิตออกมาตรงกับสิ่งที่ประชาชนต้องการหรือไม่

ขณะเดียวกันรัฐยังต้องแบกการแข่งขันทางทหารกับสหรัฐฯ ทั้งกองทัพขนาดใหญ่ อาวุธนิวเคลียร์ เทคโนโลยีอวกาศ และเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก ทรัพยากรที่ใช้รักษาสถานะมหาอำนาจจึงต้องแบ่งออกจากการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ

ปลายปี 1979 โซเวียตส่งกองกำลังเข้าอัฟกานิสถาน สงครามยืดเยื้อเกือบสิบปี กลายเป็นภาระทั้งด้านกำลังพล เงิน และภาพลักษณ์ ก่อนที่กองกำลังโซเวียตจะถอนออกทั้งหมดในปี 1989 นี่ไม่ได้เป็นสาเหตุเดียวที่ทำให้ประเทศล่ม แต่เป็นอีกแรงกดดันในช่วงที่ระบบเดิมเริ่มมีปัญหาอยู่แล้ว

พอมิคาอิล กอร์บาชอฟขึ้นเป็นผู้นำในปี 1985 จุดประสงค์แรกไม่ได้ต้องการยุบสหภาพโซเวียต ตรงกันข้าม เป้าหมายคือช่วยให้ระบบอยู่รอดด้วยการปฏิรูป

คำสำคัญสองคำจึงโผล่ขึ้นมา คือ perestroika หรือการปรับโครงสร้าง และ glasnost หรือการเปิดกว้าง

Perestroika พยายามทำให้เศรษฐกิจและการบริหารยืดหยุ่นขึ้น เปิดพื้นที่ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทมีความเป็นอิสระมากกว่าเดิม ขณะที่ glasnost เปิดพื้นที่ให้สื่อและประชาชนพูดถึงปัญหาของประเทศได้มากขึ้น เรื่องที่เคยถูกเก็บเงียบ เช่น ความผิดพลาดของรัฐ การคอร์รัปชัน ประวัติศาสตร์ด้านมืด หรือประสิทธิภาพของระบบ เริ่มถูกพูดถึงอย่างเปิดเผย

ปัญหาอยู่ตรงนี้เลย การเปิดระบบที่เคยควบคุมข้อมูลอย่างเข้มงวดไม่ได้ทำให้คนเห็นแค่ข้อดีของการปฏิรูป แต่มันทำให้ความไม่พอใจที่สะสมมาหลายสิบปีถูกปล่อยออกมาพร้อมกันด้วย

หลายสาธารณรัฐในสหภาพโซเวียตมีภาษา ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของตัวเอง เมื่ออำนาจจากมอสโกอ่อนลง กระแสชาตินิยมและความต้องการปกครองตัวเองก็แข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะในรัฐบอลติก และต่อมากระแสเรียกร้องอำนาจอธิปไตยขยายไปยังสาธารณรัฐอื่นๆ

ปี 1989 ยิ่งเป็นสัญญาณใหญ่ รัฐบาลคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออกทยอยสูญเสียอำนาจ กำแพงเบอร์ลินล่มในเดือนพฤศจิกายน และรัฐบาลโซเวียตภายใต้กอร์บาชอฟไม่ได้ส่งกองทัพเข้าไปบังคับประเทศเหล่านั้นให้กลับมาอยู่ภายใต้ระเบียบเดิมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อิทธิพลของมอสโกในยุโรปตะวันออกจึงหดตัวอย่างรวดเร็ว

แต่จุดแตกหักจริงๆ มาในเดือนสิงหาคม 1991 กลุ่มผู้นำสายแข็งในพรรคคอมมิวนิสต์และหน่วยงานรัฐพยายามก่อรัฐประหารเพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลง กอร์บาชอฟถูกควบคุมตัวอยู่ที่บ้านพักในไครเมีย ขณะที่รถถังเข้าสู่กรุงมอสโก

สิ่งที่คนก่อรัฐประหารคาดไม่ถึงคือการต่อต้านจากประชาชนและบอริส เยลต์ซิน ผู้นำของสาธารณรัฐรัสเซีย เยลต์ซินกลายเป็นภาพจำของเหตุการณ์เมื่อออกมาต่อต้านฝ่ายรัฐประหารบริเวณอาคารรัฐสภารัสเซีย การก่อรัฐประหารล้มเหลวภายในไม่กี่วัน

ผลลัพธ์กลับตรงข้ามกับสิ่งที่ฝ่ายสายแข็งต้องการ กอร์บาชอฟกลับมามีตำแหน่ง แต่พลังทางการเมืองลดลงอย่างหนัก ขณะที่เยลต์ซินและรัฐบาลของสาธารณรัฐต่างๆ แข็งแรงขึ้น ความน่าเชื่อถือของพรรคคอมมิวนิสต์พังลง และสาธารณรัฐหลายแห่งเร่งประกาศเอกราช

นี่เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะสหภาพโซเวียตไม่ได้แพ้สงครามครั้งใหญ่ ไม่มีกรุงมอสโกถูกกองทัพต่างชาติยึด และคลังอาวุธนิวเคลียร์ก็ยังอยู่ครบ สิ่งที่หายไปก่อนคือความสามารถของรัฐบาลกลางในการทำให้ส่วนประกอบต่างๆ ยอมอยู่ร่วมกันภายใต้ระบบเดียว

วันที่ 25 ธันวาคม 1991 กอร์บาชอฟลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต วันถัดมา 26 ธันวาคม สหภาพโซเวียตสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ สาธารณรัฐทั้ง 15 แห่งแยกออกมาเป็นรัฐเอกราช

กรณีโซเวียตจึงเป็นตัวอย่างชัดมากว่า ประเทศสามารถดูแข็งแรงจากภายนอกแต่เปราะจากภายในได้พร้อมกัน กองทัพใหญ่ไม่ได้แก้ระบบเศรษฐกิจที่ติดขัด การควบคุมข้อมูลไม่ได้ทำให้ความไม่พอใจหายไป และเมื่อเปิดพื้นที่ให้แก้ปัญหาหลังสะสมมานาน ความเปลี่ยนแปลงอาจวิ่งเร็วกว่าความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมมัน

อีกมุมที่น่าคิดคือกอร์บาชอฟพยายามซ่อมระบบ ไม่ได้ตั้งใจรื้อระบบ แต่การปฏิรูปไปกระทบทั้งเศรษฐกิจ การเมือง อำนาจของพรรค และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางกับสาธารณรัฐพร้อมกัน สิ่งที่เคยถูกผูกด้วยอำนาจจากศูนย์กลางจึงเริ่มคลายทีละเส้น จนวันหนึ่งไม่เหลือแรงพอจะดึงกลับเข้าหากันอีก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 54 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน5 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตาเสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนหนีอลม่าน! เหตุดอกไม้ไฟวันชาติเม็กซิโก พุ่งเข้าใส่ฝูงชนผู้จัดเอเชียนเกมส์พลาด "เปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือ แทนเพลงชาติเกาหลีใต้"4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สูญเสีย 2 อส. เหตุลอบบึ้มรถ 6 ล้อที่สุคิริน เจ็บอีก 16 นายเปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมเปิดฝาขวดครั้งแรกต้องมีเสียง “กร๊อบ” แล้ววงแหวนพลาสติกถึงค้างอยู่ที่คอขวด?ตัวเลข 90% ของข้อมูลโลกใน 2 ปี มาจากไหน และยังใช้ได้อยู่หรือไม่ตัวเลข 90% ของข้อมูลโลกในช่วง 2 ปีมาจากไหนน้ำอุ่นแก๊ส vs ไฟฟ้า แบบไหนปลอดภัยกว่ากัน และแบบไหนจ่ายน้อยกว่า
ตั้งกระทู้ใหม่