หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ย้อนแฟชั่นผมรากไทร จากหัววัยรุ่นไทยสู่ภาพจำยุค RS-Grammy ครองเมือง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

ถ้าย้อนกลับไปช่วงปลายยุค 90 ต่อถึงต้นยุค 2000 แล้วเปิดรูปงานโรงเรียน รูปจากกล้องฟิล์ม หรือรูปวัยรุ่นตามสยามขึ้นมาดู มีทรงผมอยู่แบบหนึ่งที่เห็นปุ๊บแทบเดาปีได้ทันที นั่นคือผมด้านบนซอยฟู ด้านข้างบาง แต่ด้านหลังปล่อยยาวลงมาตรงต้นคอ บางคนยาวเป็นหาง บางคนซอยแตกเป็นช่อ แล้วบ้านเราเรียกกันติดปากว่า “รากไทร” หรือบางทีก็พูดเพี้ยนเป็น “ลากไทร”

ทรงนี้ไม่ได้เกิดในไทย และไม่ได้เริ่มจากศิลปิน RS หรือ Grammy ด้วย ต้นตระกูลของมันคือทรง Mullet ที่มีหลักง่ายมากคือ “หน้าสั้น หลังยาว” แฟชั่นลักษณะนี้ดังในโลกตะวันตกตั้งแต่ยุค 1970-1980 โดยเฉพาะวงการร็อก ป๊อปร็อก และเมทัล ก่อนจะเปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆ ในยุค 90 พอมาถึงเอเชีย มันไม่ได้ถูกก๊อปมาแบบตรงๆ แต่ถูกซอยให้นุ่มกว่า บางกว่า และเข้ากับผมตรงของคนเอเชีย จนหน้าตาต่างจากมัลเล็ตฝรั่งแบบเห็นได้ชัด

ทีนี้พอมาถึงเมืองไทย มันเจอกับช่วงเวลาที่เหมาะสุดๆ เพราะยุคนั้นนักร้องคือแฟชั่นอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริง ยังไม่มี TikTok ไม่มี Instagram ไม่มีคลิปสอนเซตผม 30 วินาที สิ่งที่วัยรุ่นเห็นคือปกเทป ปกซีดี โปสเตอร์ในนิตยสาร มิวสิกวิดีโอ รายการเพลง และคอนเสิร์ต ศิลปินดังเปลี่ยนทรงผมที ร้านตัดผมทั่วประเทศก็ได้รับคำสั่งประมาณว่า “เอาทรงคล้ายคนนี้” ตามมาเป็นทอดๆ

ช่วงที่ค่ายเพลงใหญ่แข่งขันกันหนัก ภาพลักษณ์ของศิลปินถูกทำให้จำง่ายมาก เสื้อผ้า สีผม เครื่องประดับ ไปจนถึงทรงผมจึงสำคัญพอๆ กับเพลง ฝั่งวัยรุ่นก็รับแฟชั่นผ่านศิลปิน RS และ GMM Grammy รวมถึงดารา นายแบบ นางแบบ และวัฒนธรรมป๊อปจากญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกงที่เข้ามาพร้อมกัน รากไทรเลยไม่ได้มีหน้าตาเดียว บางคนไว้หลังยาวตรงๆ บางคนซอยบางจนเป็นเส้น บางคนทำสีทอง น้ำตาล หรือไฮไลต์ บางทรงด้านบนตั้งด้วยเจลแล้วปลายด้านหลังชี้ออก

ภาพจำที่หลายคนนึกถึงว่า “รากไทรยุค RS-Grammy” จึงควรมองเป็นบรรยากาศแฟชั่นของวงการเพลงไทยทั้งยุค มากกว่าจะบอกว่าค่ายใดค่ายหนึ่งเป็นผู้สร้างทรงนี้ขึ้นมา เพราะต้นทางของ Mullet เก่ากว่านั้นหลายสิบปี และแฟชั่นไทยตอนนั้นรับอิทธิพลหลายทางพร้อมกัน

ของที่ขาดแทบไม่ได้คือเจลกับแวกซ์ เพราะหัวใจของรากไทรฉบับวัยรุ่นไทยไม่ได้อยู่แค่การปล่อยด้านหลังยาว ต้องมีการ “ซอย” ด้วย ร้านทำผมจะไล่เลเยอร์ด้านบนให้เกิดวอลลุ่ม แล้วทำปลายให้บาง เวลาใส่ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมจึงสามารถจับเป็นช่อได้ ยิ่งปลายชี้ออกนิดๆ ยิ่งได้อารมณ์นักร้อง

แล้วมีเรื่องขำที่คนเคยผ่านยุคนั้นน่าจะจำได้ เวลาไปตัดผมบางร้านไม่ต้องรู้ศัพท์ Mullet หรอก แค่บอกว่า “ซอยรากไทร หลังยาวหน่อย” ช่างก็เข้าใจทันที แต่คำว่า “หน่อย” ของแต่ละร้านไม่เท่ากัน บางคนออกจากร้านดูเป็นศิลปิน บางคนกลับบ้านแล้วโดนถามทันทีว่าทำไมไม่ตัดด้านหลังให้เสร็จ

โรงเรียนก็เป็นอีกสนามรบหนึ่ง เพราะแฟชั่นนี้ดันสวนทางกับกฎทรงผมนักเรียนแบบเต็มๆ ด้านหน้าอาจพอจัดการได้ แต่หลักฐานอยู่ตรงท้ายทอย เด็กบางคนเลยไว้แบบก้ำกึ่ง ให้ด้านหลังยาวพอเห็นตอนปล่อย แต่พยายามทำให้เรียบเวลาเข้าโรงเรียน พอวันหยุดค่อยเอาเจลมาจับปลายใหม่ รากไทรจึงมีความหมายแฝงนิดๆ ว่าอยากแต่งตัว อยากมีสไตล์ และอยากหลุดจากทรงมาตรฐาน

พอเข้าสู่กลางถึงปลายยุค 2000 แฟชั่นเริ่มเปลี่ยน ผมตั้งสั้น ผมปัด ผมอีโม และทรงจากศิลปินเกาหลีเข้ามาแรงขึ้น รากไทรแบบเดิมเริ่มถูกมองว่าเชย รูปสมัยวัยรุ่นที่เคยภูมิใจกลายเป็นรูปที่เจ้าของอยากซ่อน มีช่วงหนึ่งแค่เห็นผมหลังยาวเป็นเส้นก็แทบรู้ทันทีว่าเป็นรูปเก่า

แต่แฟชั่นมีนิสัยประหลาด ของที่เคยเชยสามารถวนกลับมาเท่ได้อีก หลังปี 2020 เป็นต้นมา Mullet กลับเข้ากระแสโลกอีกครั้ง ทั้งศิลปินตะวันตกและ K-pop ขณะที่ในไทยกระแส Y2K ทำให้คนกลับไปค้นภาพแฟชั่นปลาย 90 ถึงต้น 2000 อีก รอบปี 2566 กระแส “อีกี้” จากเพลงธาตุทองซาวด์ยิ่งทำให้ภาพสาว Y2K ผมซอยรากไทรถูกพูดถึงหนักขึ้น จนมีการนำไปเทียบกับ Hush Cut และทรงเลเยอร์สมัยใหม่

รากไทรรุ่นใหม่เลยดูไม่เหมือนทรงที่เคยโดนครูฝ่ายปกครองเพ่งท้ายทอยเสียทีเดียว ช่างลดความแข็งของทรงลง เพิ่มเลเยอร์ให้กลืนกัน ปล่อยการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ และไม่จำเป็นต้องเหลือหางยาวชัดๆ แบบเมื่อก่อน แต่หลักเดิมยังอยู่ คือด้านหน้าและด้านข้างสั้นกว่าด้านหลัง

เสน่ห์ของรากไทรจึงไม่ได้มีแค่เรื่องว่าทรงสวยหรือไม่สวย มันเหมือนตราประทับเวลา เห็นแล้วนึกถึงร้านเทป นิตยสารวัยรุ่น มิวสิกวิดีโอหน้าจอแก้ว เจลกระปุกเล็ก ร้านตัดผมข้างโรงเรียน และยุคที่อยากแต่งตามนักร้องคนโปรดต้องถือรูปไปให้ช่างดู ไม่มี Pinterest ให้เปิด ไม่มีฟิลเตอร์ลองทรงก่อนตัด

ที่สนุกที่สุดคือ คนรุ่นหนึ่งเคยพยายามตัดรากไทรทิ้งเพราะกลัวดูเชย แต่อีกยี่สิบปีต่อมา คนรุ่นใหม่กลับเดินเข้าร้านแล้วขอ Mullet หรือ Hush Cut ด้วยความตั้งใจ แฟชั่นทรงเดิมไม่ได้หายไปไหน แค่วนกลับมาพร้อมชื่อ วิธีซอย และความรู้สึกใหม่เท่านั้นเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 135 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนคดีปล้น Banco Central ที่ใช้อุโมงค์ยาวเกือบ 80 เมตรRichard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนมัดรวมจับเลขชน สัตว์นำโชค 1 ตุลาคม 2569หลวงพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 เลขเด่น 6 - 8แมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังเปิดตำนานกรุสมบัติของชาติ โบราณวัตถุล้ำค่ามีประวัติศาสตร์มายาวนาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันRichard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรมัดรวมจับเลขชน สัตว์นำโชค 1 ตุลาคม 2569คดีปล้น Banco Central ที่ใช้อุโมงค์ยาวเกือบ 80 เมตรแมววิเชียรมาศเคยเป็นแมวหลวงจริงแค่ไหนเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
วงการคอสเพลย์: จากงานอดิเรกสู่ธุรกิจทำเงิน"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้Richard McNair หลบออกจากเรือนจำด้วยพาเลทถุงไปรษณีย์ได้อย่างไรคดีปล้น Banco Central ที่ใช้อุโมงค์ยาวเกือบ 80 เมตร
ตั้งกระทู้ใหม่