หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สีแดง น้ำเงิน เขียว บนตู้ริมถนน ทำไมแต่ละประเทศถึงเลือกสีประจำตัวไม่เหมือนกันเลย

เขียนโดย ตัวซีเคร็ท

สีบนตู้ริมถนน ไม่ได้เลือกกันเพราะสวยอย่างเดียว



เห็นตู้สีแดงในอังกฤษ ตู้สีน้ำเงินในอเมริกา หรือตู้แดงอมส้มตามถนนญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกว่าเป็นรสนิยมประจำชาติ แต่เบื้องหลังมีทั้งเรื่องการมองเห็น ระบบราชการ การสร้างแบรนด์ และประวัติศาสตร์การเมืองปนกันอยู่เต็มไปหมด ตู้พวกนี้เคยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญพอๆ กับป้ายรถเมล์ คนต้องมองหาให้เจอภายในไม่กี่วินาที สีจึงทำหน้าที่เหมือนโลโก้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง

ขอแยกก่อนนิดหนึ่ง ตัวอย่าง อังกฤษสีแดง อเมริกาสีน้ำเงิน ญี่ปุ่นสีส้ม นั้นตรงกับตู้ไปรษณีย์มากกว่าตู้โทรศัพท์ เพราะตู้โทรศัพท์ของแต่ละประเทศไม่ได้ใช้สีเดียวกับตู้ไปรษณีย์เสมอ ญี่ปุ่นที่หลายคนจำว่าเป็นสีส้ม แท้จริงไปรษณีย์ญี่ปุ่นบันทึกว่าเริ่มใช้ตู้สีแดงในปี 1901 เพียงแต่เฉดแดงแบบชาดหรือสีที่ซีดจากแดด มักถูกมองเป็นแดงอมส้ม ส่วนโทรศัพท์สาธารณะญี่ปุ่นในหลายยุคกลับมีทั้งแดง น้ำเงิน เขียว เทา ครีม และน้ำตาลตามชนิดเครื่องกับช่วงเวลา

อังกฤษเลือกสีแดงเพราะต้องเห็นง่าย และต้องจำได้ทันที ตู้ไปรษณีย์อังกฤษยุคแรกไม่ได้แดงมาตั้งแต่ต้น ช่วงหนึ่งเคยกำหนดให้เป็นสีเขียว แต่ปัญหาคือมันกลืนกับต้นไม้ รั้ว และฉากชนบท จึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแดงในคริสต์ศตวรรษที่ 19 สีนี้ตัดกับพื้นถนนและอาคารได้ดี พอหน่วยงานไปรษณีย์ดูแลเครือข่ายโทรศัพท์ด้วย สีแดงแบบแดงไปรษณีย์จึงไหลไปอยู่บนตู้โทรศัพท์ กลายเป็นภาพจำทั้งชุดโดยไม่ต้องมีป้ายอธิบายยาวๆ

เรื่องน่าสนุกคือผู้ออกแบบตู้โทรศัพท์เคทูอันโด่งดังอย่างไจลส์ กิลเบิร์ต สก็อตต์ ไม่ได้หลงรักสีแดงตั้งแต่แรก มีข้อเสนอให้ใช้สีเงินหรือเทาอุ่นด้วยซ้ำ แต่ฝ่ายไปรษณีย์ยืนยันว่าต้องมีสีมาตรฐานที่เด่นจากฉากรอบข้าง สุดท้ายสีแดงชนะ และพอใช้ซ้ำหลายสิบปี มันก็เปลี่ยนจากสีเพื่อการใช้งานเป็นสัญลักษณ์ของอังกฤษเต็มตัว เห็นแค่เงาทรงตู้กับสีแดงก็เดาสถานที่ได้แล้ว

อเมริกาสีน้ำเงินไม่ได้เป็นธรรมเนียมเก่าแก่ตั้งแต่วันแรก ตู้รับจดหมายของสหรัฐฯ เคยผ่านสีเขียว แดง ขาว สีอลูมิเนียม และชุดแดงขาวน้ำเงินมาก่อน ช่วงปี 1955 มีการใช้สามสีเพื่อให้ระบุได้ง่ายและให้ความรู้สึกแบบชาติอเมริกัน แต่การทาสามสีมีขั้นตอนมากและดูแลยาก ต่อมามีการศึกษาปรับแบบอุปกรณ์ให้ประหยัดขึ้น จึงทดลองใช้สีเดียว ก่อนกำหนดตู้สีน้ำเงินเข้มเป็นมาตรฐานในปี 1970 สีเดียวช่วยลดงานทาสี ซ่อมง่าย และเข้ากับตราไปรษณีย์ยุคใหม่ได้ดี

แปลว่าสีน้ำเงินของตู้ไปรษณีย์สหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากคำตอบทางจิตวิทยาแบบง่ายๆ ว่าน้ำเงินดูน่าเชื่อถือเท่านั้น แต่มาจากการสะสมของการออกแบบ ต้นทุน งานบำรุงรักษา และอัตลักษณ์องค์กร พอคนเห็นซ้ำทุกวัน สีจึงกลายเป็นภาษาสาธารณะ ใครยืนอยู่ไกลก็รู้ว่าตรงนั้นเป็นจุดฝากจดหมาย ไม่ใช่ตู้ไฟ ตู้ดับเพลิง หรือกล่องควบคุมสัญญาณ

ญี่ปุ่นยิ่งชัดว่าหนึ่งประเทศไม่ได้มีสีเดียวตลอดกาล ตู้ไปรษณีย์สีแดงถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 1901 และค่อยๆ กลายเป็นภาพคู่กับเครื่องหมายไปรษณีย์ 〒 ซึ่งถูกประกาศใช้ตั้งแต่ปี 1887 แต่ฝั่งโทรศัพท์สาธารณะมีการแยกสีตามระบบและรูปแบบการใช้งาน ยุคหลังสงครามมีโทรศัพท์แดงสำหรับวางตามร้าน โทรศัพท์น้ำเงินในตู้ และต่อมามีเครื่องสีเขียวกับสีเทาที่รองรับเหรียญหรือบัตรโทรศัพท์ สีจึงไม่ได้แค่บอกว่าเป็นของบริษัทไหน บางช่วงมันบอกได้ถึงชนิดบริการ วิธีจ่ายเงิน หรือรุ่นเทคโนโลยีด้วย

ประเทศอื่นก็เดินคนละทาง เยอรมนีกับหลายประเทศยุโรปใช้เหลืองกับงานไปรษณีย์ เพราะสีเหลืองผูกกับตราแตรไปรษณีย์และองค์กรไปรษณีย์มายาวนาน ไอร์แลนด์เปลี่ยนตู้สีแดงที่รับมาจากยุคอังกฤษให้เป็นสีเขียวในปี 1922 หลังเกิดรัฐใหม่ สีเดิมจึงไม่ได้ถูกเปลี่ยนเพราะมองไม่เห็น แต่เพราะต้องการประกาศตัวตนทางการเมือง ส่วนบางประเทศใช้สีต่างกันเพื่อแยกจดหมายธรรมดา ไปรษณีย์ด่วน หรือไปรษณีย์อากาศ เหมือนระบบป้ายที่อ่านได้โดยไม่ต้องอ่านข้อความ

สีของตู้จึงเป็นทั้งเครื่องมือใช้งาน โลโก้ และเศษประวัติศาสตร์ที่ยังตั้งอยู่ริมถนน



พอมือถือกับบริการออนไลน์เข้ามา ตู้โทรศัพท์หายไปจำนวนมาก ส่วนตู้ไปรษณีย์ถูกใช้น้อยลงในหลายเมือง แต่สีเดิมกลับยิ่งมีพลัง เพราะสิ่งที่เคยธรรมดากลายเป็นของย้อนยุค อังกฤษนำตู้แดงไปดัดแปลงเป็นห้องสมุดเล็ก จุดติดเครื่องกระตุกหัวใจ หรือร้านจิ๋ว ขณะที่ตู้เก่าในประเทศอื่นกลายเป็นของสะสมและจุดถ่ายภาพ สุดท้ายสีที่เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่าทำยังไงให้หาเจอ กลับกลายเป็นลายเซ็นของเมืองที่คนทั้งโลกจำได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ตัวซีเคร็ท's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 77 ครั้ง
เขียนโดย ตัวซีเคร็ท
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงานนักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบินเห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย."ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
ท่าน้ำนะโม แม่น้ำคงคา พารานาสี อินเดีย มนต์ขลังริมฝั่งแม่น้ำคงคาแห่งชีวิต"นอสตราดามุสจีน" ทำนายจะเกิดเหตุการณ์ 911 รอบใหม่..โลกจะล่มสลายในอีก 20 ปีข้างหน้าวอร์เรน บัฟเฟตต์ วัย 96 ปี วางมือจากตำแหน่งประธานกรรมการของเบิร์กเชียร์ แฮทธาเวย์! หลังจากดำรงตำแหน่งมา 61 ปี เขาได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับฮาวาร์ด บุตรชายของเขาญี่ปุ่นยกระดับการเตือนภัยสำหรับภูเขาไฟเป็น ระดับ 3 (จากทั้งหมด 5 ระดับ) เป็นครั้งแรกในรอบ18ปี
ตั้งกระทู้ใหม่