หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เมื่อเป็นไข้ ทำไมตัวจึงร้อนขึ้น กลไกการตอบสนองของร่างกาย

เขียนโดย Zummarikun

        การที่ร่างกายของเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นจนเกิดภาวะตัวร้อนเมื่อเป็นไข้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือเป็นความผิดปกติของร่างกายอย่างไร้ทิศทางค่ะ แต่เป็นกลไกการตอบสนองทางชีววิทยาที่ทรงประสิทธิภาพและมีความสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ซึ่งถูกควบคุมโดยระบบประสาทส่วนกลางและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพื่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือการติดเชื้อที่เข้ามาคุกคามสุขภาพของเราค่ะ

        จุดเริ่มต้นของการเกิดไข้ เริ่มต้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมบุกรุกเข้าสู่ร่างกาย เช่น แบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา รวมถึงกรณีที่มีการอักเสบหรือบาดเจ็บของเนื้อเยื่อภายใน สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้จะมีสารกระตุ้นเฉพาะตัวที่เรียกว่า เอ็กโซจีนาส ไพโรเจน (Exogenous pyrogens) เช่น ลิโพพอลิแซ็กคาไรด์ (LPS) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผนังเซลล์แบคทีเรีย

        เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ได้แก่ เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ เช่น เมคโครเฟจ (Macrophage) และ นิวโทรฟิล (Neutrophil) ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ เม็ดเลือดขาวจะตอบสนองด้วยการหลั่งสารสื่อสารเคมีกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า เอนโดจีนาส ไพโรเจน (Endogenous pyrogens) หรือ ไซโตไคน์ชนิดก่อไข้ (Pro-inflammatory cytokines) เช่น อินเตอร์ลิวคิน-1 (IL-1), อินเตอร์ลิวคิน-6 (IL-6) และ ทูเมอร์เนโครซิสแฟกเตอร์-อัลฟา (TNF-alpha) เข้าสู่กระแสเลือดค่ะ

 

        สารสื่อสารเคมีเหล่านี้จะเดินทางไปตามระบบไหลเวียนโลหิตจนกระทั่งไปถึงสมองส่วนที่เรียกว่า ไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เปรียบเสมือนเป็น "เทอร์โมสแตท" (Thermostat) หรือเครื่องปรับอุณหภูมิอัตโนมัติประจำตัวเรา โดยปกติแล้ว ไฮโพทาลามัสจะตั้งค่าอุณหภูมิมาตรฐานของร่างกายไว้ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียสค่ะ แต่เมื่อไซโตไคน์เหล่านี้ไปจับกับตัวรับที่บริเวณหลอดเลือดของไฮโพทาลามัส จะกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารชีวเคมีอีกชนิดหนึ่งชื่อว่า โพรสตาแกลนดิน อีสอง (Prostaglandin E2 หรือ PGE2) สาร PGE2 นี้นี่เองค่ะที่เป็นตัวการสำคัญในการเข้าไปส่งสัญญาณสั่งการให้ไฮโพทาลามัสทำการปรับเปลี่ยน "จุดตั้งค่าอุณหภูมิมาตรฐาน" (Set-point) ใหม่ให้สูงขึ้น เช่น ปรับเพิ่มจาก 37 องศาเซลเซียส ไปเป็น 38.5 หรือ 39 องศาเซลเซียสค่ะ

        เมื่อสมองส่วนไฮโพทาลามัสปรับ Set-point ขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ในช่วงแรก ร่างกายจะรับรู้ว่าอุณหภูมิที่แท้จริงในขณะนั้นยังต่ำกว่าค่าใหม่ที่ตั้งไว้ สมองจึงสั่งการให้เกิดกลไกเพื่อ "สร้างความร้อน" และ "กักเก็บความร้อน" ทันทีค่ะ

        นี่คือเหตุผลว่าทำไมในระยะแรกที่เราเริ่มจะมีไข้ เราถึงรู้สึกหนาวสั่น หลอดเลือดฝอยบริเวณผิวหนังจะเกิดการหดตัวเพื่อลดการสูญเสียความร้อนออกนอกร่างกาย ทำให้ผิวหนังดูซีดลง มือเท้าเย็น และกล้ามเนื้อจะเกิดการหดตัวเกร็งอย่างรวดเร็วเป็นสับๆ ซึ่งก็คืออาการหนาวสั่นนั่นเองค่ะ การหดตัวของกล้ามเนื้อนี้เป็นกระบวนการผลิตความร้อนเข้าสู่ร่างกายโดยตรง จนกระทั่งอุณหภูมิในร่างกายค่อยๆ สูงขึ้นไปแตะจุด Set-point ใหม่ที่สมองตั้งไว้ อาการหนาวสั่นจึงจะค่อยๆ หายไป แล้วเปลี่ยนมาเป็นภาวะ "ตัวร้อนจัด" ผิวหนังแดง และแห้งค่ะ

        คำถามสำคัญต่อมาคือ ทำไมร่างกายต้องพยายามสร้างความร้อนจนตัวร้อนขนาดนั้น? ในทางการแพทย์ การที่อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลางถือเป็นกลไกการปกป้องตนเองที่มีประโยชน์มากค่ะ ประการแรก อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ของเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางประเภทที่ไม่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่ร้อนกว่าปกติได้ ประการที่สอง ความร้อนจะช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญในร่างกาย ทำให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว เคลื่อนที่ได้รวดเร็วขึ้น ทำลายเชื้อโรคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มการผลิตแอนติบอดีในการต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

        กระบวนการทั้งหมดนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกำจัดเชื้อโรคหรือลดการอักเสบลงได้ เมื่อปัจจัยก่อไข้ลดลง เม็ดเลือดขาวก็จะหยุดหลั่งไซโตไคน์ ระดับ PGE2 ในสมองก็จะลดลงตามไปด้วย ส่งผลให้ไฮโพทาลามัสปรับค่า Set-point กลับลงมาสู่ระดับปกติที่ 37 องศาเซลเซียสอีกครั้งค่ะ ในช่วงนี้ สมองจะส่งสัญญาณตรงกันข้าม คือสั่งให้ร่างกาย "ระบายความร้อน" ออกมา ผ่านการขยายตัวของหลอดเลือดที่ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังแดงขึ้น และกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อทำงานขับเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อเหงื่อระเหยออกไป ก็จะพาความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้อุณหภูมิตัวเราค่อยๆ ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติตามลำดับค่ะ

        ดังนั้น อาการตัวร้อนเมื่อเป็นไข้ จึงไม่ใช่ตัวโรคโดยตรง แต่เป็นเพียง "อาการแสดง" ที่บอกให้เรารู้ว่า ร่างกายและกองทัพภูมิคุ้มกันกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อปกป้องเราจากเชื้อโรคค่ะ อย่างไรก็ตาม หากอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป เช่น สูงเกิน 39.5 หรือ 40 องศาเซลเซียส หรือมีอาการไข้สูงติดต่อกันหลายวัน ก็อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการชักจากไข้สูงได้ การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องเพื่อช่วยระบายความร้อน และการรับประทานยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อยับยั้งการสร้าง PGE2 จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสบายขึ้นและปลอดภัยในระหว่างที่ภูมิคุ้มกันกำลังทำงานค่ะ

เนื้อหาโดย: Zummarikun
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 130 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งจ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกรีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพภาษากายบอกได้ไหมว่ามีกิ๊กในที่ทำงานเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69มหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยอำเภอในประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นในวันเดียวกันทั้งหมด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
โภชนาการบำบัดคืออะไร? การปรับอาหารให้เหมาะกับโรคและร่างกายความหมายและแรงบันดาลใจจากเนื้อเพลง ("เริ่มต้นทำด้วยคำว่ารัก...ดังคำโบราณที่ว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก" ก็ต้องแบบนี้สิใช่มั้ย😁อาการไอไม่ใช่โรค แต่เป็น "กลไกการป้องกันตัว"
ตั้งกระทู้ใหม่