หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หมึกอิเล็กทรอนิกส์ซ่อนเม็ดสีจิ๋วอย่างไร จึงเปลี่ยนหน้าได้โดยแทบไม่กินไฟ

เขียนโดย nattawat25800

หน้าจอที่ไม่ได้สร้างภาพด้วยแสง แต่ใช้เม็ดสีเคลื่อนที่จริง

เวลาพลิกหน้าหนังสือบนเครื่องอ่านอีบุ๊ก ภาพตัวอักษรชุดเก่าจะเลือนหาย ก่อนที่หน้าชุดใหม่จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้น บางครั้งมีเงาดำวาบผ่านทั้งจอจนดูคล้ายหน้ากระดาษถูกลบแล้วพิมพ์ใหม่ อาการนี้ไม่ใช่ความผิดปกติ แต่เป็นร่องรอยของกระบวนการจัดเรียงอนุภาคสีขนาดเล็กมากที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวจอ

คำว่า E-Ink ไม่ได้หมายถึงหมึกเหลวที่ไหลไปมาเป็นตัวหนังสือ เทคโนโลยีขาวดำแบบดั้งเดิมใช้ระบบอิเล็กโตรโฟเรติก ภายในชั้นแสดงผลมีไมโครแคปซูลจำนวนนับล้าน แต่ละเม็ดมีขนาดใกล้เคียงเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม ภายในบรรจุของเหลวใส พร้อมอนุภาคสีขาวและสีดำที่มีประจุไฟฟ้าต่างกันลอยอยู่

เม็ดสีขึ้นลงตามคำสั่งของสนามไฟฟ้า

ในระบบสองสีที่บริษัท E Ink อธิบายไว้ อนุภาคสีขาวมีประจุลบ ส่วนอนุภาคสีดำมีประจุบวก วงจรทรานซิสเตอร์ใต้จอจะสร้างสนามไฟฟ้าเฉพาะตำแหน่ง เมื่อกำหนดขั้วให้เหมาะสม เม็ดสีชนิดหนึ่งจะเคลื่อนขึ้นมาใกล้ผิวด้านบน ขณะที่อีกชนิดถูกดึงลงไปด้านล่าง ผู้ใช้จึงมองเห็นจุดนั้นเป็นสีขาวหรือสีดำ

การสร้างตัวอักษรหนึ่งตัวไม่ได้อาศัยแคปซูลเพียงเม็ดเดียว แต่เกิดจากการควบคุมพื้นที่ย่อยจำนวนมากให้รวมกันเป็นรูปร่าง เส้นโค้งของพยัญชนะ ขอบภาพ หรือรายละเอียดของรูปถ่าย ล้วนเกิดจากการสั่งให้เม็ดสีในแต่ละพิกเซลเคลื่อนขึ้นลงด้วยระดับแรงดันและช่วงเวลาที่ต่างกัน

สีเทาจึงไม่ได้เกิดจากการผสมสีเทาสำเร็จรูป แต่เกิดจากการควบคุมตำแหน่งของอนุภาคดำและขาวให้ปรากฏในสัดส่วนต่างกัน บางจุดดันสีดำขึ้นเต็มที่จึงดูดำเข้ม บางจุดให้เม็ดสีดำขึ้นมาเพียงบางส่วนจึงกลายเป็นสีเทา กระบวนการนี้ทำให้จอแสดงภาพถ่ายและตัวอักษรที่มีขอบนุ่มได้ แม้พื้นฐานของหมึกจะมีเพียงสองสี

จอไม่ต้องเปิดไฟค้างเพื่อรักษาภาพ

จุดเด่นสำคัญของกระดาษอิเล็กทรอนิกส์คือคุณสมบัติแบบสองสถานะคงตัว เมื่ออนุภาคถูกจัดตำแหน่งจนสร้างภาพเสร็จแล้ว มันสามารถคงอยู่ตรงนั้นได้โดยไม่ต้องจ่ายไฟต่อเนื่อง เครื่องจึงใช้พลังงานมากตอนเปลี่ยนหน้า รีเฟรชจอ หรือวาดภาพใหม่ แต่แทบไม่ต้องใช้พลังงานเพื่อประคองหน้าที่แสดงค้างอยู่

นี่คือเหตุผลที่เครื่องอ่านอีบุ๊กสามารถเปิดภาพหน้าปกทิ้งไว้แม้เข้าสู่โหมดพัก และแบตเตอรี่มักอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ ระยะเวลาจริงยังขึ้นอยู่กับการเปิดไฟหน้า การเชื่อมต่อไร้สาย ความถี่ในการเปลี่ยนหน้า และการทำงานเบื้องหลังของเครื่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจอเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่เห็นคือแสงจากรอบตัวสะท้อนกลับมา

หน้าจอโทรศัพท์ทั่วไปสร้างภาพด้วยพิกเซลที่เปล่งแสง ส่วนจอ E-Ink อาศัยแสงภายนอกตกกระทบเม็ดสีแล้วสะท้อนกลับเข้าตา วิธีมองจึงคล้ายการอ่านหมึกบนกระดาษมากกว่า ยิ่งอยู่ในบริเวณสว่าง ตัวหนังสือมักยิ่งชัด และยังอ่านกลางแดดได้โดยไม่ต้องเร่งความสว่างแข่งกับแสงอาทิตย์

เครื่องอ่านหลายรุ่นมีไฟสำหรับอ่านในที่มืด แต่ไฟนั้นมักวางอยู่บริเวณขอบจอแล้วกระจายแสงไปบนผิวด้านหน้า จึงเรียกว่าไฟหน้า ไม่ใช่แสงจากด้านหลังแบบจอโทรศัพท์ แสงจะส่องลงบนชั้นหมึกก่อนสะท้อนกลับมาหาผู้อ่าน

ข้อแลกเปลี่ยนคือความเร็ว การผลักอนุภาคจริงในของเหลวย่อมช้ากว่าการเปลี่ยนความสว่างของพิกเซล LCD หรือ OLED จอประเภทนี้จึงเหมาะกับหนังสือ เอกสาร ป้ายราคา และภาพที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวรวดเร็ว มากกว่าวิดีโอหรือเกมที่ต้องเปลี่ยนภาพหลายสิบครั้งต่อวินาที

เงาตัวอักษรจากหน้าก่อนที่เรียกว่าโกสต์ติง เกิดจากอนุภาคบางส่วนยังจัดตำแหน่งไม่สมบูรณ์ ระบบจึงต้องสั่งรีเฟรชเต็มหน้าจอเป็นระยะ การกระพริบดำหรือขาวชั่วครู่ช่วยกวาดเม็ดสีให้กลับสู่สภาวะที่ควบคุมได้ ก่อนวาดหน้าถัดไปให้คมชัดขึ้น

สีสันบนกระดาษอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อนกว่าเดิม

จอ E-Ink รุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ดำกับขาว บางระบบเพิ่มชั้นฟิลเตอร์สีไว้เหนือหมึกขาวดำ บางระบบบรรจุอนุภาคหลายสีลงในโครงสร้างเดียวกัน แล้วควบคุมด้วยรูปแบบแรงดันที่ซับซ้อนกว่าเดิม ผลลัพธ์คือหน้าจอสีที่ยังคงคุณสมบัติสะท้อนแสงและประหยัดพลังงาน แต่ความสด ความเร็ว และความละเอียดอาจแตกต่างจากจอเปล่งแสง

เบื้องหลังหน้ากระดาษนิ่ง ๆ คือการเคลื่อนที่ระดับจุลภาค

สิ่งที่ดูเหมือนหมึกพิมพ์ธรรมดาจึงเป็นการทำงานร่วมกันของเคมี วัสดุศาสตร์ และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ทุกครั้งที่กดเปลี่ยนหน้า วงจรใต้จอจะส่งสนามไฟฟ้าไปจัดระเบียบอนุภาคนับไม่ถ้วน จากนั้นปล่อยให้ภาพใหม่หยุดนิ่งอยู่บนผิวจอโดยไม่ต้องเปิดไฟเลี้ยงตลอดเวลา

ความมหัศจรรย์ของ E-Ink ไม่ได้อยู่ที่การส่องสว่างให้แรงกว่าเดิม แต่อยู่ที่การทำให้เม็ดสีจริงเชื่อฟังคำสั่งไฟฟ้า จนหน้าจอบาง ๆ สามารถลบและเขียนตัวเองใหม่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับกระดาษแผ่นเดิมที่เปลี่ยนเนื้อหาได้โดยไม่ต้องพลิกไปหาแผ่นถัดไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 63 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Thorsten
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIจอมขมังเวทย์มาแล้ว! งวด 1/9/69 ส่องเลขเด่นบน 6 เด่นล่าง 910 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?อะโวคาโดในไทยมีกี่สายพันธุ์? ถ้าชอบแบบ “มัน ๆ” ต้องเลือกพันธุ์ไหน?ตะลึง! 6 มอนิเตอร์จอแก้ว CRT สำหรับเล่นเกมเก่า ที่ราคามือสองพุ่งแพงกว่าจอ OLED 
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 สุดยอดเกมแรกๆที่เข้ามาในไทยครั้งแรกมีเกมอะไร จำกันได้ไหม 5 ของกินแก้เจ็บคอแบบไทยๆ ที่ประหยัดและเห็นผลดีกว่ายาแผนปัจจุบัน 5 เครื่องครัวไทยโบราณ ที่ทนทานใช้ยาวนานจนรุ่นลูก ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 10 เมนูอาหารเช้าไทย ที่ประหยัดเวลาและเซฟเงินในกระเป๋าได้ดีที่สุด 
ตั้งกระทู้ใหม่