กลิ่นวานิลลาหอมหวาน เคยมีที่มาจากต่อมข้างรูทวารของบีเวอร์จริงหรือ
ไอศกรีมวานิลลาที่คุ้นเคย อาจมีเรื่องราวเบื้องหลังที่หลายคนไม่เคยได้ยินมาก่อน
ถ้าได้ยินคำว่า กลิ่นวานิลลา ภาพที่หลายคนนึกถึงคงเป็นไอศกรีม ขนมเค้ก หรือคุกกี้ที่มีกลิ่นหอมหวานชวนกิน แต่มีเกร็ดหนึ่งที่ถูกแชร์กันมานานจนหลายคนตกใจ นั่นคือครั้งหนึ่งเคยมีการนำสารที่ชื่อว่า คาสโตเรียม (Castoreum) มาใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในอาหารและน้ำหอม ซึ่งสารชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากต่อมที่อยู่ใกล้บริเวณรูทวารของบีเวอร์ ฟังครั้งแรกก็ชวนให้รู้สึกแปลกไม่น้อย
คาสโตเรียมคืออะไรกันแน่
บีเวอร์มีถุงต่อมพิเศษอยู่บริเวณโคนหาง ใกล้กับรูทวาร ภายในบรรจุสารคัดหลั่งที่สัตว์ใช้สื่อสารกับบีเวอร์ตัวอื่น ทั้งการบอกอาณาเขต การแสดงตัวตน และการดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ สารนี้ไม่ได้เป็นของเสียจากระบบขับถ่าย แต่เป็นสารที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะจากต่อมเฉพาะทาง นักวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า Castoreum
เมื่อผ่านกระบวนการสกัดและปรุงแต่ง กลิ่นของมันกลับมีความซับซ้อนอย่างน่าประหลาด มีทั้งโทนหวาน อบอุ่น คล้ายหนัง ไม้ วานิลลา และผลไม้สุก จึงเคยได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมน้ำหอมระดับหรู รวมถึงเคยถูกใช้เป็นส่วนผสมแต่งกลิ่นอาหารบางประเภทในอดีต
ความจริงที่หลายคนเข้าใจผิด คือมันไม่ได้ถูกนำมาบีบใส่อาหารสด ๆ อย่างที่จินตนาการ
สารคาสโตเรียมต้องผ่านการทำให้บริสุทธิ์และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยก่อนนำไปใช้งาน อีกทั้งปริมาณที่ใช้มีน้อยมาก จึงไม่ใช่ภาพตามที่หลายคนคิดว่าเป็นการนำสารจากสัตว์มาใส่ลงในขนมหรือไอศกรีมโดยตรง
แล้วทุกวันนี้ยังใช้กันอยู่หรือไม่
คำตอบคือ แทบไม่มีแล้ว แม้ว่ากฎหมายในหลายประเทศจะยังอนุญาตให้ใช้ได้ภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวด แต่ในทางปฏิบัติผู้ผลิตส่วนใหญ่หันไปใช้สารวานิลลาจากฝักวานิลลาจริง หรือใช้วานิลลินที่สังเคราะห์ขึ้นแทน เพราะมีราคาถูกกว่า ผลิตได้ง่ายกว่า ควบคุมคุณภาพได้สม่ำเสมอ และไม่ต้องพึ่งวัตถุดิบจากสัตว์
การสกัดคาสโตเรียมเป็นกระบวนการที่ใช้ต้นทุนสูง ต้องอาศัยบีเวอร์จำนวนมาก แต่กลับได้สารออกมาเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับการผลิตวานิลลินในโรงงานที่สามารถผลิตได้ครั้งละมหาศาล จึงแทบไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจให้ผู้ผลิตอาหารเลือกใช้คาสโตเรียมอีกต่อไป
เหตุใดข่าวนี้จึงยังถูกพูดถึงอยู่เสมอ
เพราะมันเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจได้ง่าย แค่ได้ยินว่ากลิ่นวานิลลาเคยเกี่ยวข้องกับต่อมข้างรูทวารของสัตว์ หลายคนก็รีบแชร์ต่อทันที แต่เมื่อขาดบริบทสำคัญ เรื่องราวจึงถูกเล่าจนดูเหมือนว่าสินค้าทั่วไปในปัจจุบันยังใช้สารชนิดนี้อยู่ ทั้งที่ความจริงแตกต่างจากนั้นมาก
• เคยมีการใช้จริงในอดีต
• ยังพบในน้ำหอมบางสูตรที่ต้องการกลิ่นธรรมชาติแบบเฉพาะตัว
• ในอุตสาหกรรมอาหารยุคปัจจุบันพบได้น้อยมากจนแทบไม่มีความสำคัญทางการค้า
• วานิลลาส่วนใหญ่ที่ผู้บริโภคพบในท้องตลาดไม่ได้มาจากคาสโตเรียม
เรื่องนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่าความจริงกับความเข้าใจของคนทั่วไปอาจแตกต่างกันมาก ข่าวที่เริ่มต้นจากข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน หากถูกเล่าต่อโดยไม่มีรายละเอียด ก็สามารถทำให้หลายคนเข้าใจผิดได้ง่าย แม้ต้นกำเนิดของคาสโตเรียมจะฟังดูชวนอึ้ง แต่เมื่อมองในแง่วิทยาศาสตร์ มันก็เป็นเพียงสารธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มนุษย์เคยนำมาใช้ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยวิธีการผลิตที่สะดวกกว่า ปลอดภัยกว่า และคุ้มค่ากว่าในปัจจุบัน
8 อาหารที่ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มความจำให้คนทำงานหนัก
ใช้มือถือกลางฝนเสี่ยงฟ้าผ่าหรือไม่? ความจริงที่ควรรู้ก่อนพายุมา
แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
แม่เดือด! ลูกสาวถูกพี่ในโรงเรียนด่าทอ-ตามรังแก ก่อนเรื่องลามถึงผู้ปกครอง
ทำไมบางคนร้องไห้หลังมีเซ็กซ์ทั้งที่ไม่ได้เสียใจ?
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
ส่องทิศทางตัวเลขเด่น ม้าสีหมอก VS ม้าวิ่ง วันที่ 1 กันยายน 2569
เปิดสถิติเลขท้าย 3 ตัว งวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปี
ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?
ทำไมอาหารของเพื่อนถึงอร่อยกว่าอาหารของเรา?
8 อาหารที่ช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มความจำให้คนทำงานหนัก
ใช้มือถือกลางฝนเสี่ยงฟ้าผ่าหรือไม่? ความจริงที่ควรรู้ก่อนพายุมา
เปิดสำรับเขมร 6 เมนูดัง ตั้งแต่อาม็อกปลาถึงซัมลอร์กอร์กอร์
แม่เดือด! ลูกสาวถูกพี่ในโรงเรียนด่าทอ-ตามรังแก ก่อนเรื่องลามถึงผู้ปกครอง
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม


