เมื่อเวลามีค่ากว่าเงิน 9 พฤติกรรมที่หลายคนเลือกตัดออก
หลายคนเคยได้ยินคำว่า “เวลาเป็นเงินเป็นทอง” แต่เมื่อเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น บางคนกลับพบว่าเวลาอาจมีค่ามากกว่าเงิน เพราะเงินยังพอหาเพิ่มได้ ขณะที่เวลาซึ่งผ่านไปแล้วไม่สามารถซื้อกลับคืนมาได้
นี่ไม่ได้หมายความว่าคนมีเงินทุกคนจะใช้ชีวิตเหมือนกัน หรือเราต้องยอมจ่ายเงินเพื่อแก้ปัญหาทุกเรื่อง แต่เมื่อเริ่มมองเห็นต้นทุนของเวลา หลายคนมักลดหรือเลิกทำพฤติกรรมบางอย่าง เพื่อเก็บเวลาและพลังงานไว้ให้สิ่งที่สำคัญกว่า
1. เลิกเสียเวลาถกเถียงเรื่องเล็กน้อย
การโต้เถียงเพื่อเอาชนะในเรื่องที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ อาจกินทั้งเวลาและพลังงานมากกว่าที่คิด หลายคนจึงเริ่มถามตัวเองก่อนว่า เรื่องนี้สำคัญพอที่จะต้องถกเถียงจริงหรือไม่
หากผลลัพธ์ไม่ได้ทำให้งานดีขึ้น ความสัมพันธ์ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาอะไรได้ การหยุดสนทนาอย่างสุภาพอาจคุ้มค่ากว่าการพยายามเป็นฝ่ายถูกเสมอ
2. เลิกต่อคิวโดยไม่จำเป็น
หากสามารถจองล่วงหน้า ทำรายการออนไลน์ ใช้บริการจัดส่ง หรือเลือกช่วงเวลาที่คนไม่หนาแน่น หลายคนยอมวางแผนเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ต้องเสียเวลารอ
อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินเพิ่มเพื่อประหยัดเวลาควรพิจารณาตามกำลังของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องเลือกบริการที่แพงที่สุดเสมอไป บางครั้งแค่เปลี่ยนเวลาเดินทางหรือเตรียมข้อมูลให้พร้อมก็ลดเวลารอได้แล้ว
3. เลิกทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
งานบางอย่าง เช่น ทำความสะอาด ซ่อมแซม จัดส่งของ หรือจัดการเอกสาร อาจใช้เวลานานกว่าที่คาด โดยเฉพาะเมื่อเราไม่มีอุปกรณ์หรือความชำนาญ
หลายคนจึงเลือกจ้างผู้เชี่ยวชาญในงานที่ไม่ถนัด เพื่อเก็บเวลาไปทำงาน ดูแลครอบครัว พักผ่อน หรือทำสิ่งที่สร้างคุณค่าได้มากกว่า
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) พบว่า ในบางบริบท การใช้เงินกับบริการที่ช่วยประหยัดเวลาอาจสัมพันธ์กับความพึงพอใจในชีวิต และทำให้ผู้เข้าร่วมการทดลองรู้สึกมีความสุขมากกว่าการใช้เงินซื้อสิ่งของ แต่ผลลัพธ์ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องจ้างผู้อื่นทำทุกเรื่อง จึงควรพิจารณาความคุ้มค่าควบคู่กับงบประมาณของตัวเอง
4. เลิกซื้อของราคาถูกที่ต้องเปลี่ยนบ่อย
ของราคาถูกไม่ได้หมายความว่าไม่ดีเสมอไป แต่สินค้าที่ชำรุดง่าย ใช้งานไม่เหมาะกับความต้องการ หรือต้องซ่อมและเปลี่ยนบ่อย อาจสร้างต้นทุนทั้งด้านเงินและเวลาในระยะยาว
หลายคนจึงเริ่มพิจารณาจากความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานมากกว่าดูเฉพาะราคาหน้าป้าย เช่น เลือกสินค้าที่ทนทาน มีอะไหล่ หรือซ่อมได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงที่สุด
5. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง
การเลื่อนงานสำคัญออกไปอาจทำให้ต้องกลับมาคิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ยิ่งใกล้กำหนดส่งก็ยิ่งต้องเร่งทำ จนเสียทั้งเวลาและคุณภาพของงาน
หลายคนจึงเลือกเริ่มจากขั้นตอนเล็กที่สุด เช่น เปิดเอกสาร เตรียมอุปกรณ์ โทรนัดหมาย หรือทำงานเพียง 10 นาที การเริ่มต้นเล็ก ๆ มักง่ายกว่าการรอให้มีแรงจูงใจเต็มร้อย
6. เลิกใช้เวลากับความสัมพันธ์ที่บั่นทอนตลอดเวลา
ความสัมพันธ์ทุกแบบย่อมมีช่วงที่ไม่ราบรื่น แต่หากการพบปะหรือพูดคุยกับใครบางคนทำให้ต้องรับมือกับความขัดแย้ง การดูถูก หรือแรงกดดันซ้ำ ๆ หลายคนจะเริ่มกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนขึ้น
บางกรณีอาจไม่จำเป็นต้องตัดใครออกจากชีวิตทันที เพียงลดระยะเวลาในการพบปะ ปฏิเสธบางเรื่อง หรือไม่เข้าไปมีส่วนร่วมกับบทสนทนาที่ไม่สร้างสรรค์ ก็ช่วยรักษาพลังงานของตัวเองได้
7. เลิกประชุมหรือทำกิจกรรมที่ไม่มีเป้าหมาย
ไม่ว่าจะเป็นการประชุม การนัดพบ หรือกิจกรรมต่าง ๆ หากไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เวลาส่วนใหญ่อาจหมดไปกับการพูดเรื่องเดิมโดยไม่มีข้อสรุป
หลายคนจึงเริ่มถามก่อนเข้าร่วมว่า ต้องการตัดสินใจเรื่องอะไร ใครจำเป็นต้องเข้าร่วม และควรจบด้วยผลลัพธ์แบบไหน บางเรื่องอาจใช้ข้อความหรืออีเมลสั้น ๆ แทนการประชุมได้
8. เลิกเล่นโทรศัพท์โดยไม่มีจุดหมาย
การหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพียงไม่กี่นาทีอาจกลายเป็นการเลื่อนดูโซเชียลมีเดียนานกว่าที่ตั้งใจ หลายคนจึงเริ่มกำหนดช่วงเวลาใช้งาน ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น หรือวางโทรศัพท์ให้ห่างมือขณะทำงาน
เป้าหมายไม่ใช่การเลิกใช้เทคโนโลยี แต่คือการเลือกใช้โทรศัพท์ด้วยความตั้งใจ แทนที่จะปล่อยให้อัลกอริทึมหรือการแจ้งเตือนเป็นฝ่ายกำหนดเวลาของเรา
9. เลิกใช้ชีวิตเพื่อเอาใจคนอื่น
เมื่อเข้าใจคุณค่าของเวลา หลายคนเริ่มเลือกใช้ชีวิตตามเป้าหมายและลำดับความสำคัญของตัวเอง มากกว่าพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนพอใจ
การปฏิเสธบางเรื่องไม่ได้แปลว่าเห็นแก่ตัว หากสิ่งนั้นเกินกำลัง ขัดกับเป้าหมาย หรือทำให้ไม่มีเวลาดูแลหน้าที่สำคัญ การพูดว่า “ไม่” อย่างสุภาพจึงอาจเป็นวิธีปกป้องเวลาและคุณภาพชีวิต
คุณค่าของเวลาไม่ได้แปลว่าต้องรีบตลอดเวลา
การให้ความสำคัญกับเวลาไม่ใช่การทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด หรือเปลี่ยนเวลาทุกนาทีให้กลายเป็นรายได้ แต่คือการรู้ว่าเรื่องใดควรทำเอง เรื่องใดควรมอบหมาย เรื่องใดควรรอ และเรื่องใดไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอีกต่อไป
ก่อนตัดสินใจทำอะไร ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า สิ่งนี้คุ้มกับเวลาและพลังงานที่ต้องใช้หรือไม่ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราเสียดายอาจไม่ใช่เงินที่จ่ายออกไป แต่อาจเป็นเวลาที่ไม่ได้ใช้กับสิ่งสำคัญจริง ๆ
คุณกำลังพยายามลดพฤติกรรมข้อใดอยู่ หรือมีวิธีประหยัดเวลาแบบไหนที่ได้ผลกับชีวิตของคุณ ลองมาแบ่งปันความคิดเห็นกันได้เลย
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
สื้อตัวเดียวใส่ได้ทั้งเดือน? รู้จัก HercShirt V5.0 และเทคโนโลยีต้านกลิ่น
7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน
ไม้ปาดพร้อม! เบื้องหลังศึกเช็ดกระจกโลกที่ตัดสินกันระดับวินาที
ของแพงไม่ได้ฟุ่มเฟือยเสมอ 7 อย่างที่ซื้อดีแล้วใช้ได้นาน
7 ถ้ำสวยที่สุดของไทย งดงามราวกับโลกอีกใบ
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
ข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก
เปิดโลก 5 เมนูญี่ปุ่นหน้าตาแปลก แต่มีที่มาทางวัฒนธรรม
7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน




