หลายคนเข้าใจผิดว่า Motion Sensor ใช้กล้อง ทั้งที่จริงมันจับความร้อนจากร่างกาย
ไฟเปิดเองทันทีที่เดินผ่าน ไม่ใช่เพราะมีใครแอบมองอยู่
เวลาก้าวเข้าไปในห้องเก็บของ โรงรถ หรือทางเดิน แล้วไฟติดขึ้นมาเอง หลายคนมักนึกว่าอุปกรณ์ที่ติดอยู่บนเพดานกำลังใช้กล้องจับภาพการเคลื่อนไหวของเรา ความจริงแล้วเซ็นเซอร์ที่ใช้กับระบบสมาร์ทโฮมและไฟอัตโนมัติส่วนใหญ่ไม่ได้มีกล้องอยู่ภายในเลย แต่ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า PIR หรือ Passive Infrared Sensor ซึ่งทำงานคนละแบบกับการถ่ายภาพโดยสิ้นเชิง
PIR ไม่ได้มองเห็นคน แต่มันรับรู้ความร้อน
ร่างกายของมนุษย์และสัตว์มีอุณหภูมิสูงกว่าสิ่งแวดล้อม จึงแผ่รังสีอินฟราเรดออกมาตลอดเวลา เซ็นเซอร์ PIR ถูกออกแบบมาเพื่อรับรู้การเปลี่ยนแปลงของรังสีอินฟราเรดเหล่านี้ เมื่อมีแหล่งความร้อนเคลื่อนที่ตัดผ่านพื้นที่ตรวจจับ เซ็นเซอร์จะรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างกำลังเคลื่อนที่ จากนั้นจึงส่งสัญญาณให้เปิดไฟ เปิดสวิตช์ หรือสั่งงานอุปกรณ์อื่นตามที่ตั้งค่าไว้
คำสำคัญอยู่ที่คำว่า การเปลี่ยนแปลง เพราะ PIR ไม่ได้วัดอุณหภูมิทั้งห้องตลอดเวลา แต่มันคอยสังเกตว่ามีความร้อนใหม่เคลื่อนผ่านหน้าเซ็นเซอร์หรือไม่ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง มันก็จะถือว่าสภาพแวดล้อมยังเหมือนเดิม
สิ่งที่เซ็นเซอร์ตรวจจับคือ "ความต่างของความร้อน" ไม่ใช่ภาพของคน
แล้วเลนส์สีขาวที่เห็นคืออะไร
ด้านหน้าของ PIR มักมีฝาครอบพลาสติกสีขาวขุ่นที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเลนส์กล้อง จริง ๆ แล้วมันคือเลนส์แบบ Fresnel ซึ่งมีหน้าที่รวมและแบ่งพื้นที่รับรังสีอินฟราเรดให้เซ็นเซอร์ตรวจจับได้กว้างขึ้น ทำให้การเดินผ่านเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เซ็นเซอร์รับรู้ได้อย่างรวดเร็ว
เลนส์ชนิดนี้ช่วยแบ่งพื้นที่ตรวจจับออกเป็นหลายโซน เมื่อร่างกายที่มีความร้อนเคลื่อนผ่านจากโซนหนึ่งไปอีกโซนหนึ่ง ค่าที่เซ็นเซอร์ได้รับจะเปลี่ยนแปลงทันที จึงตีความว่าเกิดการเคลื่อนไหวและสั่งเปิดไฟ
ทำไมบางครั้งยืนนิ่ง ๆ แล้วไฟดับ
หลายคนเคยเจอเหตุการณ์นั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือเข้าห้องน้ำนาน ๆ แล้วไฟดับเอง ทั้งที่ยังอยู่ในห้อง นั่นเป็นเพราะ PIR ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของความร้อน ไม่ใช่การมีตัวตนของคน หากเรานั่งนิ่งเป็นเวลานาน ความแตกต่างของรังสีอินฟราเรดแทบไม่เปลี่ยน เซ็นเซอร์จึงเข้าใจว่าไม่มีการเคลื่อนไหวและสั่งปิดไฟเมื่อครบเวลาที่ตั้งไว้
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางสถานที่ต้องโบกมือหรือขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้ไฟติดอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเซ็นเซอร์เสีย แต่เป็นลักษณะการทำงานปกติของ PIR
PIR มีข้อดีอะไร
• ประหยัดพลังงาน เพราะไม่ต้องเปิดไฟตลอดเวลา
• ไม่ใช้กล้อง จึงไม่บันทึกภาพและมีความเป็นส่วนตัวสูง
• กินไฟน้อยมาก สามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอดวัน
• ราคาไม่แพง จึงถูกนำไปใช้ในบ้าน สำนักงาน และอาคารสาธารณะจำนวนมาก
แล้ว Motion Sensor ทุกชนิดใช้ PIR หรือเปล่า
คำตอบคือไม่ทั้งหมด แม้ PIR จะได้รับความนิยมมากที่สุด แต่ยังมีเซ็นเซอร์อีกหลายประเภท เช่น Microwave Sensor ที่ใช้คลื่นไมโครเวฟตรวจจับการเคลื่อนไหว, Ultrasonic Sensor ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง หรือระบบที่ใช้กล้องร่วมกับปัญญาประดิษฐ์สำหรับงานด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ไฟเปิดอัตโนมัติในบ้านส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้ PIR เพราะมีราคาคุ้มค่า ติดตั้งง่าย และไม่กระทบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
ครั้งหน้าเมื่อไฟติดเองทันทีที่เดินผ่าน ลองนึกไว้ว่าอุปกรณ์ตรงหน้าไม่ได้กำลังมองเรา แต่มันเพียงรับรู้ว่าความร้อนจากร่างกายกำลังเคลื่อนผ่านเท่านั้น
สื้อตัวเดียวใส่ได้ทั้งเดือน? รู้จัก HercShirt V5.0 และเทคโนโลยีต้านกลิ่น
ไม้ปาดพร้อม! เบื้องหลังศึกเช็ดกระจกโลกที่ตัดสินกันระดับวินาที
7 ถ้ำสวยที่สุดของไทย งดงามราวกับโลกอีกใบ
เมื่อเวลามีค่ากว่าเงิน 9 พฤติกรรมที่หลายคนเลือกตัดออก
ข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก
5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุด
YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทย
เครดิตบูโรไม่ใช่ "แบล็กลิสต์" เรื่องจริงที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด
หลับบนเครื่องไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้! สาวไทยแฉ ถูกผู้โดยสารต่างชาติลวนลามถึงขั้นทิ้งคราบไว้บนกางเกง
ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน
แผ่นซีดีที่ดูเรียบเงา แท้จริงเต็มไปด้วยร่องข้อมูลจิ๋วเรียงเป็นเกลียวทั้งแผ่น
LINE ประกาศว่าจะหยุดให้การสนับสนุนแอปเวอร์ชันเก่าบางเวอร์ชันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป! มีการเปิดเผยข้อกำหนดเวอร์ชันขั้นต่ำสำหรับ iOS และ Android แล้ว
ทำไม Oracle ถึงกลายเป็นบริษัทที่คนไอทีจำนวนไม่น้อยบอกว่าใช้งานแล้วปวดหัว
Nokia หายไปไหน ทำไมอดีตราชามือถือถึงเงียบลงจนหลายคนคิดว่าหายจากโลก