ตำนาน “โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลก” เปิดสเปกเมื่อ 43 ปีก่อน เทียบราคา iPhone ยุคปัจจุบัน
ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอุปกรณ์ที่แทบทุกคนต้องมีติดตัว ไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์ ถ่ายภาพ เล่นอินเทอร์เน็ต ทำงานหรือทำธุรกรรมต่างๆ
แต่ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีก่อน การมีโทรศัพท์ที่สามารถถือเดินไปไหนมาไหน และโทรออกผ่านเครือข่ายมือถือได้ ถือเป็นเรื่องที่ล้ำสมัยอย่างมาก
หนึ่งในชื่อสำคัญของประวัติศาสตร์ยุคนี้คือ Motorola DynaTAC 8000X โทรศัพท์มือถือแบบถือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นโทรศัพท์มือถือแบบพกพาเชิงพาณิชย์เครื่องแรกๆของโลก และกลายเป็นต้นแบบสำคัญของยุคโทรศัพท์มือถือในเวลาต่อมา
▪️จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 1973
เรื่องราวไม่ได้เริ่มต้นจาก DynaTAC 8000X โดยตรง แต่ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 1973
วันนั้น Martin Cooper วิศวกรของ Motorola ได้สาธิตการโทรศัพท์ด้วยโทรศัพท์มือถือแบบถือเป็นครั้งแรกในนครนิวยอร์ก โดยใช้เครื่องต้นแบบ DynaTAC และโทรหา Joel Engel ซึ่งทำงานอยู่กับ Bell Labs คู่แข่งสำคัญในเวลานั้น
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์โทรศัพท์มือถือ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าโทรศัพท์มือถือสามารถใช้งานแบบพกพาได้จริง โดยไม่ต้องติดตั้งอยู่ภายในรถยนต์หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
▪️จากเครื่องต้นแบบสู่ DynaTAC 8000X
หลังจากการสาธิตในปี 1973 Motorola ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการพัฒนาเทคโนโลยี ก่อนจะเปิดตัว DynaTAC 8000X ในปี 1983
Ericsson ระบุว่า DynaTAC 8000X เปิดตัวเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 1983 และเป็นโทรศัพท์มือถือแบบถือที่เปิดตัวเชิงพาณิชย์รุ่นแรกๆ โดยการพัฒนาหลังจากการโทรครั้งแรกในปี 1973 ใช้เวลาประมาณ 10 ปี
อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลพิพิธภัณฑ์ Smithsonian ระบุ DynaTAC 8000X ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่วางจำหน่ายเชิงพาณิชย์เครื่องแรก และระบุว่าเครื่องที่จัดแสดงเป็นรุ่นปี 1984 ซึ่งสะท้อนว่าคำว่า “เปิดตัว” กับ “วางจำหน่ายจริง” อาจพบการระบุปีแตกต่างกันตามแหล่งข้อมูล
▪️เปิดสเปก Motorola DynaTAC 8000X
เมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน DynaTAC 8000X มีรูปลักษณ์ที่ดูเหมือน “ก้อนอิฐ” จนได้รับฉายาว่า The Brick
ข้อมูลที่มีการอ้างถึงโดยแหล่งประวัติศาสตร์เทคโนโลยีระบุว่า ตัวเครื่องมีความสูงประมาณ 25 เซนติเมตร น้ำหนักราว 790 – 800 กรัม และสามารถสนทนาได้ประมาณ 30 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขณะที่การชาร์จแบตเตอรี่ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีข้อจำกัดอย่างมากเมื่อเทียบกับโทรศัพท์ยุคใหม่ แต่ DynaTAC 8000X ทำหน้าที่สำคัญมากในเวลานั้นคือ ทำให้ผู้ใช้สามารถพกโทรศัพท์ติดตัว และโทรออกผ่านเครือข่ายเซลลูลาร์ได้
▪️ราคาในยุคนั้นแพงแค่ไหน ?
ราคาของ DynaTAC 8000X อยู่ที่ประมาณ 3,995 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับโทรศัพท์ในยุคนั้น
แหล่งข้อมูลด้านประวัติศาสตร์เทคโนโลยีระบุว่า ราคาดังกล่าวทำให้โทรศัพท์รุ่นนี้กลายเป็นสินค้าราคาแพง และเป็นสัญลักษณ์ของเทคโนโลยี และสถานะทางสังคมในยุคหนึ่ง
หากนำตัวเลขดังกล่าวมาเทียบกับสมาร์ตโฟนในปัจจุบัน จะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้ชัดเจนมาก เพราะโทรศัพท์ยุคแรกมีราคาแพงมาก ทั้งที่สามารถทำหน้าที่หลักได้เพียงการโทรศัพท์ ขณะที่สมาร์ตโฟนในปัจจุบันรวมความสามารถหลายอย่างไว้ในเครื่องเดียว
▪️แล้ว iPhone 18 Pro ราคาเท่าไรในปี 2569 ?
สำหรับปี 2569 Apple ระบุราคา iPhone 18 Pro ในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 48,900 บาท สำหรับรุ่น 256GB ส่วนความจุอื่นๆ ได้แก่
• 256GB ราคา 48,900 บาท
• 512GB ราคา 56,900 บาท
• 1TB ราคา 72,900 บาท
• 2TB ราคา 96,900 บาท
ขณะที่ iPhone 18 Pro Max มีราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท และสูงสุด 100,900 บาท สำหรับรุ่น 2TB ตามราคาบน Apple Store ประเทศไทย
เมื่อมองย้อนกลับไป DynaTAC 8000X มีความสามารถจำกัดมาก เมื่อเทียบกับ iPhone ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่โทรศัพท์รุ่นเก่ามอบให้โลกคือ แนวคิดสำคัญว่า โทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับบ้าน รถยนต์หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งอีกต่อไป
▪️จาก “โทรศัพท์ก้อนอิฐ” สู่คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา
จากโทรศัพท์ที่หนักเกือบ 1 กิโลกรัม ใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง และสนทนาได้เพียงประมาณ 30 นาที เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันสมาร์ตโฟนสามารถถ่ายภาพ และวิดีโอคุณภาพสูง เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ใช้งานแอปพลิเคชัน ประชุมออนไลน์ ทำธุรกรรมทางการเงิน และทำงานหลายอย่างที่ในอดีตต้องใช้คอมพิวเตอร์
เมื่อมองย้อนกลับไป DynaTAC 8000X จึงอาจไม่ได้โดดเด่น เพราะมีฟังก์ชันมากมาย แต่โดดเด่น เพราะมันช่วยผลักดันแนวคิดสำคัญของโลกการสื่อสารคือ “โทรศัพท์ที่ติดตัวเราไปได้ทุกที่”
จากจุดเริ่มต้นในปี 1973 จนถึงสมาร์ตโฟนในปี 2569 เส้นทางของโทรศัพท์มือถือจึงสะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่บางครั้งไม่ได้เริ่มต้นจากอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่เริ่มจากการทำให้สิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันครับ
1. Smithsonian – National Museum of American History
2. Smithsonian – National Museum of Natural History
3. Ericsson – History of Handheld Telephones
4. IT History Society – Motorola DynaTAC 8000X
5. Apple Thailand – iPhone 18 Pro/iPhone 18 Pro Max
อ้างอิง:
1.https://americanhistory.si.edu/explore/stories/true-magic-dialing-cell-phone-history-marty-cooper
2.https://naturalhistory.si.edu/visit/accessibility/audio-and-visual-description/cellphone-unseen-connections-visual-description-tour
3. https://www.ericsson.com/en/about-us/history/changing-the-world/world-leadership/handheld-telephones
4. https://ithistory.org/hardware/motorola-dynatac-8000x
5. https://www.apple.com/th/iphone-18-pro/
ภาพประกอบ : Rico Shen / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เปิดเหตุผล ทำไมกรุงเทพฯ ไม่แบ่งการปกครองเป็นอำเภอ แต่ใช้คำว่า “เขต”?
ประเดิมต้นงวด 16/10/69! ส่องสถิติหวยออกวันศุกร์ เลขไหนหมุนซ้ำบ่อยสุด
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ประเดิมต้นงวด 16 ต.ค. ส่องคู่มือซื้อสลากฯ เหนือ 1-9 ใต้ 2-0 แต่เลข 4 กลับถูกเน้น
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
รู้จัก "ยูโด" ศิลปะการต่อสู้จากซามูไร สู่กีฬาที่ถอยหนีคือแพ้ และการทุ่มครั้งเดียวจบเกม
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
เปิดโลก "มังกรสีน้ำเงิน" ( Glaucus atlanticus ) อัญมณีลอยน้ำผู้งดงามแต่แฝงพิษร้ายแรงระดับมหากาฬ
พายุ...บิด ไม่มีจริง กรมอุตุฯ ยันข่าวปลอม เตือน 4–7 ต.ค. ยังมีฝนหนัก-ลมแรง
สาวโตรอนโตโวย Meta ลบบัญชีข้ามคืน ติดต่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ต้องพึ่ง AI แม้จ่ายเงินสมัครบริการ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นๆ
เปิดเหตุผล ทำไมกรุงเทพฯ ไม่แบ่งการปกครองเป็นอำเภอ แต่ใช้คำว่า “เขต”?
อำเภอที่มีชื่อยาวที่สุด เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
รู้จัก "ยูโด" ศิลปะการต่อสู้จากซามูไร สู่กีฬาที่ถอยหนีคือแพ้ และการทุ่มครั้งเดียวจบเกม
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นๆ



