หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ก่อนตารางสีเสื้อจะดังในโซเชียล คนไทยก็เลือกสีมงคลตามวันกันมาเนิ่นนานแล้ว

เขียนโดย ยายขี้บ่น

เปิดตารางสีเสื้อมงคลตอนเช้า แล้วนึกว่าเป็นของใหม่จากโซเชียลหรือเปล่า?

คำตอบคือไม่ใหม่เลย คนไทยผูกสีเข้ากับวันและดาวเคราะห์มานานมาก เพียงแต่เรื่องที่เล่ากันว่า มีตารางแบบนี้มาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยา ต้องเติมเชิงอรรถไว้นิดหนึ่ง เพราะหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่คนยกมาอ้างกันบ่อยที่สุด คือ สวัสดิรักษาคำกลอน ของสุนทรภู่ ซึ่งแต่งในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ใช่งานที่แต่งขึ้นในกรุงศรีอยุธยาโดยตรง

รากความเชื่ออาจเก่ากว่านั้น แต่หลักฐานชัดที่เราอ่านกันทุกวันนี้อยู่ในงานของสุนทรภู่

สุนทรภู่แต่ง สวัสดิรักษา เป็นกลอนสุภาษิตถวายเจ้านายพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ 2 เนื้อหาไม่ใช่คู่มือเลือกเสื้อไปทำงานหรือไปเดตแบบตารางออนไลน์ แต่เป็นคำสอนเรื่องการวางตัว การกิน การนอน การเดินทาง การเข้าเฝ้า ตลอดจนการเตรียมเครื่องแต่งกายเมื่อออกศึก ความคิดหลักคือ คนมีศักดิ์ควรรู้จักระวังตน ทำสิ่งต่าง ๆ ให้เหมาะกับเวลา ทิศ วัน และฤกษ์ เพื่อรักษาสวัสดิมงคลของชีวิต

ตอนที่ทำให้คนยุคนี้สะดุดตาที่สุด เริ่มจากคำแนะนำให้เตรียมเครื่องแต่งกายครบทั้งเจ็ดสี แล้วเลือกใช้ตามวัน อาทิตย์ใช้สีแดง จันทร์ใช้สีนวลขาว อังคารใช้ม่วงหรือคราม พุธใช้สีแสดและสีเหลือบ พฤหัสใช้เขียวปนเหลือง ศุกร์ใช้สีเมฆหมอก ส่วนเสาร์ใช้สีดำ แถมยังบอกให้แต่งม้าให้เข้ากับสีของวันด้วย เพราะเชื่อว่าจะช่วยกันภัยและข่มขวัญศัตรู

จุดที่ต่างจากตารางสีเสื้อในมือถือมาก คือสีเหล่านี้ผูกกับการศึกและฐานะของผู้สวม ไม่ได้แบ่งช่องย่อยว่าเงิน งาน ความรัก หรือโชคลาภ

ถ้าเอาตารางสมัยนี้ไปวางเทียบ จะเห็นว่าหลายสีไม่ตรงกันเลย วันจันทร์ในกลอนใช้สีนวลขาว ไม่ใช่สีเหลืองสดตามภาพจำปัจจุบัน วันอังคารออกไปทางม่วงและคราม ไม่ใช่ชมพู วันพุธเป็นสีแสดกับผ้าเหลือบหลายสี ไม่ใช่เขียวล้วน ส่วนวันศุกร์ใช้สีเมฆหมอก ซึ่งตีความได้ใกล้กับสีเทาหม่นหรือสีน้ำเงินคล้ำ มากกว่าจะเป็นฟ้าแบบที่เห็นในปฏิทินสีประจำวันทั่วไป

เหตุที่สีเปลี่ยนไปได้ ก็เพราะคำว่าสีประจำวันไม่ได้มีตำราเล่มเดียวครอบจักรวาล ความเชื่อไทยรับอิทธิพลเรื่องเทพประจำดาวและโหราศาสตร์จากคติพราหมณ์ แล้วแตกแขนงไปตามตำรา พิธี และยุคสมัย บางสายยึดสีกายของเทพ บางสายยึดสีเครื่องทรง บางสายเลือกสีที่เหมาะกับการศึก พอเข้ายุคสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต ก็มีการจัดหมวดใหม่ให้จำง่าย ใช้ง่าย และตอบความต้องการของคนเมืองมากขึ้น

จากสีออกศึก จึงค่อย ๆ กลายเป็นสีไปประชุม สีเรียกเงิน และสีเสริมเสน่ห์

เรื่องเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ก็ต้องแยกให้ชัด ใน สวัสดิรักษา มีคำสอนเกี่ยวกับมารยาทของผู้มีอิสริยยศและการประพฤติตัวในราชสำนักจริง แต่บทสีเจ็ดวันที่โด่งดังนั้นกล่าวถึง ภูษาผ้าทรงณรงค์รบ หรือเครื่องแต่งกายสำหรับออกศึกอย่างตรงไปตรงมา การสรุปว่าเป็นกฎบังคับให้ทุกคนแต่งสีตามวันเวลาเข้าเฝ้า จึงแรงเกินหลักฐานที่มีอยู่

แล้วกรุงศรีอยุธยาเกี่ยวตรงไหน? ตัวกลอนของสุนทรภู่บอกว่าแต่งตามพระบาลี ซึ่งชวนให้เห็นว่าท่านไม่ได้คิดระบบทั้งหมดขึ้นใหม่จากศูนย์ อีกทั้งคติเรื่องดาวพระเคราะห์ สี และฤกษ์ยามแพร่หลายในราชสำนักไทยมาก่อนสมัยของท่าน จึงมีเหตุผลพอจะพูดว่า รากความเชื่อเก่าแก่กว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ถ้าจะฟันธงว่าตารางสีแบบครบชุดนี้ใช้กันทั่วกรุงศรีอยุธยา ก็ยังต้องระวัง เพราะหลักฐานที่คนทั่วไปเข้าถึงและตรวจสอบได้ชัดที่สุดยังเป็นบทประพันธ์ยุครัตนโกสินทร์

มองอีกมุมหนึ่ง ตารางสีเสื้อในโซเชียลไม่ได้ปลอมเสียทีเดียว มันเป็นญาติห่าง ๆ ของความเชื่อเก่า เพียงผ่านการตัดต่อ เติมช่อง และเปลี่ยนคำอธิบายให้เข้ากับชีวิตคนสมัยใหม่ จากนักรบเลือกสีเพื่อความฮึกเหิม กลายเป็นพนักงานออฟฟิศเลือกสีเพื่อความมั่นใจก่อนพรีเซนต์งาน จากสีเมฆหมอกก่อนออกสงคราม กลายเป็นสีเรียกทรัพย์ก่อนออกจากบ้าน

ประโยคที่แม่นที่สุดจึงไม่ใช่ ตารางสีเสื้อมงคลมีมาตั้งแต่กรุงศรีฯ แบบเดียวกับวันนี้ แต่ควรพูดว่า คนไทยมีความเชื่อเรื่องสีประจำวันและสีมงคลสืบมาแต่โบราณ หลักฐานเด่นชัดปรากฏใน สวัสดิรักษาคำกลอน ของสุนทรภู่ช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนตารางแยกสีการเงิน ความรัก งาน และกาลกิณีที่แชร์กันทุกปีนั้น เป็นฉบับปรับแต่งของคนรุ่นหลัง

จะใส่ตามความเชื่อก็ไม่ผิด แต่อย่าลืมว่าเสื้อสีมงคลที่ช่วยได้ทันทีที่สุด คือสีที่ใส่แล้วเรามั่นใจและเหมาะกับกาลเทศะ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 14 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังเคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปีเปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?เกาะของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมากที่สุดรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ตั้งกระทู้ใหม่