หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปืนพกเลเซอร์โซเวียต อาวุธอวกาศที่มีจริง แต่ไม่เคยได้ขึ้นสู่วงโคจร

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

เรื่องนี้จริงครึ่งหนึ่ง และส่วนที่ถูกเล่าต่อกันบ่อยที่สุดกลับผิดเสียด้วย

สหภาพโซเวียตสร้างปืนพกเลเซอร์สำหรับนักบินอวกาศขึ้นมาจริงในปี 1984 รูปร่างของมันเหมือนอาวุธจากกองถ่ายหนังไซไฟยุคเก่า มีด้ามจับ มีไก มีแมกกาซีน และมีลำกล้องเล็งไปข้างหน้า แต่หลักฐานที่พบไม่ได้บอกว่ามันถูกผลิตแจกประจำตัวให้นักบินอวกาศเอาขึ้นยาน เรื่องที่ใกล้ความจริงกว่าคือ มันเป็น อาวุธต้นแบบ ซึ่งพัฒนาเสร็จในระดับทดลอง และเท่าที่ทราบไม่เคยเดินทางขึ้นสู่วงโคจรเลย

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ต้องมองผ่านสายตาคนในยุคสงครามเย็นก่อน ตอนนั้นทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตไม่ได้มองอวกาศเป็นเพียงที่สำหรับงานวิทยาศาสตร์ ดาวเทียมจำนวนมากทำหน้าที่สอดแนม ถ่ายภาพ สื่อสาร และช่วยนำทาง ใครมองเห็นอีกฝ่ายก่อนก็ได้เปรียบ ข่าวการพัฒนากระสวยอวกาศของสหรัฐฯ จึงทำให้ฝ่ายโซเวียตกังวลว่า วันหนึ่งยานขนาดใหญ่แบบนั้นอาจเข้าไปใกล้ดาวเทียมของตน ตรวจสอบมัน หรือถึงขั้นนำกลับลงโลกได้

เป้าหมายของปืนกระบอกนี้ไม่ใช่ตัวคน แต่คือ “ดวงตา” ของยานอวกาศ

ทีมวิจัยจากสถาบันกองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ปีเตอร์มหาราช จึงคิดอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้รบกวนหรือทำลายกล้อง เซ็นเซอร์ และชุดออปติกของยานฝ่ายตรงข้าม หากมียานไม่พึงประสงค์เข้ามาใกล้สถานีอวกาศมากเกินไป นักบินอวกาศอาจใช้ลำแสงยิงใส่อุปกรณ์รับภาพ ทำให้ระบบมองเห็นหรือเล็งเป้าสูญเสียความสามารถ โดยไม่ต้องใช้กระสุนจริงที่อาจเจาะผนังสถานี กระเด็นสะท้อน หรือสร้างแรงถีบในสภาพไร้น้ำหนัก

ตรงนี้เองที่ทำให้คำว่า “ปืนพกเลเซอร์” ฟังดูยิ่งใหญ่เกินของจริงไปหน่อย มันไม่ได้ปล่อยลำแสงยาวเป็นเส้นสีแดงค้างอยู่กลางอากาศ ไม่มีเสียงหวือแบบในหนัง และไม่ได้มีพลังพอจะเจาะโลหะหนา หลักการทำงานใกล้เคียงกับการสร้างแสงวาบกำลังสูง แล้วใช้ตัวกลางเลเซอร์รวมพลังงานออกไปเป็นจังหวะสั้นๆ จุดอ่อนของกล้องและระบบเลนส์อยู่ตรงที่มันต้องรวบรวมแสงเข้าสู่พื้นที่เล็กมาก แสงที่ดูไม่รุนแรงนักเมื่อกระทบตัวถัง จึงอาจสร้างความเสียหายได้เมื่อถูกเลนส์รวมไปตกบนเซ็นเซอร์

กระสุนของมันไม่ใช่ลูกตะกั่ว แต่เป็นหลอดแฟลชใช้ครั้งเดียว

นักออกแบบทำหลอดกำเนิดแสงแบบไพโรเทคนิคให้มีรูปร่างคล้ายกระสุนขนาดประมาณ 10 มิลลิเมตร ภายในบรรจุวัสดุที่ให้แสงเข้มขณะจุดทำงาน หลอดหนึ่งใช้ได้หนึ่งครั้ง จากนั้นถูกคัดออกเหมือนปลอกกระสุน ปืนต้นแบบใช้แมกกาซีนบรรจุได้ 8 นัด และมีการทำรุ่นลูกโม่ 6 นัดตามมา ระยะที่มักถูกอ้างถึงอยู่ราว 20 เมตร จึงไม่ใช่อาวุธสำหรับสอยดาวเทียมที่ลอยห่างออกไปเป็นกิโลเมตร แต่เหมาะกับสถานการณ์ระยะประชิดระหว่างยานหรือภายในสถานีมากกว่า

กำลังของลำแสงอยู่ในระดับที่ออกแบบมาเพื่อทำลายชิ้นส่วนไวต่อแสง ไม่ได้วางเป้าให้สังหารมนุษย์ ทว่าคำว่าไม่ร้ายแรงไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ดวงตาคนเองก็มีเลนส์รวมแสงเข้าจอประสาทตาเหมือนระบบออปติก การยิงตรงเข้าตาจึงอาจทำให้บาดเจ็บหรือสูญเสียการมองเห็นได้ นักพัฒนาจึงเรียกมันว่าอาวุธป้องกันตัวแบบไม่ถึงตายได้ในเชิงแนวคิด แต่ถ้าใช้งานกับคน ผลที่ตามมาก็ยังหนักหนาอยู่ดี

ของจริงที่สุดในเรื่องนี้ คือโซเวียตสร้างมันขึ้นมา
ส่วนคำว่า “แจกให้นักบินอวกาศพก” ยังไม่มีหลักฐานรองรับ

โครงการพร้อมใช้งานในระดับหนึ่งช่วงปี 1984 ซึ่งช้ากว่ายุคของสถานีทหารอวกาศอัลมาซไปหลายปี เมื่อการเมืองของสหภาพโซเวียตเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ยุคเปเรสตรอยกา แนวคิดลดความตึงเครียดและลดอาวุธก็ทำให้โครงการลักษณะนี้หมดแรงส่ง ตัวปืนจึงจบชีวิตในฐานะงานทดลองและของจัดแสดง ไม่ได้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานบนยานอวกาศ

ที่น่าสนใจคือปืนกระบอกนี้สะท้อนวิธีคิดของสงครามเย็นได้ชัดกว่าความสามารถในการยิงเสียอีก ฝ่ายหนึ่งสร้างยานที่อีกฝ่ายกลัวว่าจะมาขโมยดาวเทียม อีกฝ่ายจึงสร้างอาวุธสำหรับทำให้ยานนั้นตาบอด ทั้งหมดเกิดขึ้นในโลกที่แทบไม่มีใครเคยเผชิญหน้ากันจริงๆ บนวงโคจร วิศวกรต้องออกแบบเครื่องมือสำหรับเหตุการณ์ที่อาจไม่มีวันเกิด แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะความเสียหายในอวกาศไม่มีช่างซ่อมวิ่งมาถึงภายในไม่กี่นาที

ถ้าจะเล่าเรื่องนี้ให้ตรงที่สุด ควรเรียกมันว่า “ปืนพกเลเซอร์ต้นแบบสำหรับป้องกันสถานีอวกาศและเล่นงานระบบออปติกระยะใกล้” มากกว่าจะบอกว่าโซเวียตผลิตแจกนักบินอวกาศ ปืนมีจริง เทคโนโลยีมีจริง ความหวาดระแวงก็มีจริง เพียงแต่ฉากนักบินอวกาศเหน็บมันไว้ข้างเอวแล้วขึ้นไปดวลกันบนฟ้า ยังเป็นภาพที่เรื่องเล่าบนอินเทอร์เน็ตเติมสีเข้าไปเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมหลายคนถึงเชื่อว่า "เวลา 03:00 น." เป็นช่วงเวลาที่แปลกที่สุดของคืน?ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันจำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิด7 ความเชื่อโบราณของคนไทย ที่หลายคนยังทำมาจนถึงทุกวันนี้7 ของเล่นในตำนานของเด็กไทย ที่เห็นเมื่อไรก็ทำให้คิดถึงวันวาน5 ประเทศ ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดจากกุหลาบแดงถึงผู้หญิงขับรถ 5 กฎซาอุฯ ที่เปลี่ยนไป“เวียดนาม” ครองแชมป์สตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลก ส่วนไทยกลายเป็นอันดับ 9YouTuber บุคคลที่มีรายได้สูงที่สุดในประเทศไทยจากงานศพตัวเองถึงลักพาตัวจำลอง 5 ประสบการณ์สุดขั้วชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิดข้าวหอมมะลิของไทย ประเทศไหนซื้อไปบริโภคมากที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จำเธอได้ไหม? “เด็กหญิงที่สวยที่สุดในโลก” โตเป็นสาววัย 20 แล้ว สวยเหมือนเดิม แต่ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดโผ 10 นักเขียนไทย ที่ขายหนังสือได้มากที่สุด10 คนดังไทย ที่มีธุรกิจส่วนตัวสร้างรายได้มหาศาลประเทศที่ยุบกองทัพไปกว่า 75 ปี แล้วพวกเขาปกป้องประเทศกันอย่างไร?เปิดรายได้ 10 คนไทย ที่ทำเงินจาก TikTok จนชีวิตเปลี่ยน
ตั้งกระทู้ใหม่