หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แมวสายลับ CIA โครงการจริงที่เรื่องแท็กซี่ชนตายอาจเป็นเพียงตำนานสงครามเย็น

เขียนโดย phana3462

เรื่องนี้มีของจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง และมีตำนานอินเทอร์เน็ตปนอยู่อีกครึ่งหนึ่ง

ถ้าเล่าตามเวอร์ชันที่แชร์กันทั่วไป เรื่องของ Acoustic Kitty ฟังดูเหมือนมุกเสียดสีหน่วยข่าวกรองมากกว่าประวัติศาสตร์จริง CIA ใช้งบ 20 ล้านดอลลาร์ ผ่าตัดใส่ไมโครโฟนในหูแมว ซ่อนเครื่องส่งสัญญาณไว้ในตัว แล้วปล่อยไปดักฟังคนของโซเวียต แต่แมวเพิ่งก้าวลงจากรถก็เดินตัดถนน ถูกแท็กซี่ชนจนภารกิจจบในเวลาไม่กี่วินาที

ภาพนั้นจำง่ายจนถูกเล่าซ้ำมาหลายสิบปี ทว่าเมื่อเปิดเอกสารและคำชี้แจงที่เผยแพร่ภายหลัง จะพบว่าบางส่วนยืนยันได้ชัด บางส่วนยังเถียงกันไม่จบ และตัวเลข 20 ล้านดอลลาร์ก็ไม่ได้ปรากฏเป็นยอดค่าใช้จ่ายตรงๆ ในเอกสารลับที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

สิ่งที่ยืนยันได้แน่นอนคือ CIA เคยทำแมวติดเครื่องดักฟังจริง

โครงการเริ่มราวปี 1964 ภายใต้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ CIA แนวคิดตั้งต้นไม่ได้ซับซ้อนนัก เจ้าหน้าที่ต่างชาติอาจนั่งคุยกันตามสวนสาธารณะหรือม้านั่งกลางแจ้ง จุดแบบนี้วางไมโครโฟนถาวรยาก ส่งเจ้าหน้าที่เข้าใกล้ก็สะดุดตา แต่แมวเดินผ่านกลับไม่มีใครสนใจ

ทีมงานจึงเลือกแมวตัวหนึ่งมาติดตั้งอุปกรณ์ ไมโครโฟนอยู่บริเวณหู เครื่องส่งสัญญาณขนาดเล็กซ่อนใต้ผิวหนัง และนำลวดเสาอากาศเส้นบางสอดไปตามขนยาว เป้าหมายคือให้รูปลักษณ์ภายนอกยังเหมือนแมวบ้านธรรมดา คนที่เห็นมันเดินเข้ามาใกล้จะไม่รู้เลยว่ามีเสียงสนทนาถูกส่งกลับไปยังเครื่องรับ

ฟังดูฉลาด แต่คนเลี้ยงแมวคงเดาปัญหาได้ก่อนนักวิทยาศาสตร์เสียอีก อุปกรณ์ทำงานได้ ส่วนแมวไม่ยอมทำงานตามคำสั่ง มันเดินไปทางที่อยากไป หยุดเมื่อเบื่อ และสนใจสิ่งรอบตัวมากกว่าจุดหมายที่เจ้าหน้าที่กำหนด การฝึกให้เคลื่อนที่ระยะสั้นพอทำได้ แต่พอออกนอกพื้นที่ควบคุม ความแน่นอนแทบหายไปหมด

เครื่องส่งสัญญาณเชื่อฟังวิศวกร แต่แมวเชื่อฟังอารมณ์ตัวเอง

เอกสารสรุปเมื่อปี 1967 ใช้ถ้อยคำค่อนข้างสุภาพ โดยชมว่าการพิสูจน์ว่าแมวสามารถฝึกให้เคลื่อนที่ระยะสั้นได้นั้นเป็นความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่ง ก่อนจะปิดประตูโครงการด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาว่า สภาพแวดล้อมและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทำให้วิธีนี้ใช้จริงในงานข่าวกรองไม่ได้

แปลเป็นภาษาคนก็คือ ทีมงานสร้างอุปกรณ์ได้ ฝึกแมวได้บางส่วน แต่ไม่มีใครรับประกันว่าเมื่อปล่อยลงสนามแล้วมันจะไปนั่งข้างเป้าหมายแทนที่จะเลี้ยวไปดมพุ่มไม้ ไล่นก หรือนอนกลางแดด โครงการจึงยุติในปี 1967 โดยไม่เคยถูกนำไปใช้เป็นภารกิจข่าวกรองจริงตามคำชี้แจงของ CIA

แล้วเรื่องแมวถูกแท็กซี่ชนมาจากไหน

ต้นตอสำคัญมาจากคำเล่าของวิกเตอร์ มาร์เคตติ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ซึ่งเล่าภาพเหตุการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ปล่อยแมวออกจากรถตู้เพื่อให้เข้าใกล้ชายสองคนบนม้านั่ง แต่แท็กซี่แล่นมาชนเสียก่อน เรื่องนี้แพร่ผ่านหนังสือ สารคดี หนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์จำนวนมาก จนกลายเป็นตอนจบมาตรฐานของ Acoustic Kitty

ฝั่ง CIA ให้ข้อมูลอีกแบบ หน่วยงานระบุในบทความของตนว่าแมวไม่เคยถูกใช้งานจริง อุปกรณ์ถูกถอดออกอย่างปลอดภัย และเรื่องถูกรถชนเป็นมุกของอดีตเจ้าหน้าที่ที่คนภายนอกนำไปเล่าต่อเหมือนข้อเท็จจริง โรเบิร์ต วอลเลซ อดีตผู้บริหารฝ่ายเทคนิคของ CIA ก็เคยยืนยันว่าแมวตัวนั้นรอด อุปกรณ์ถูกนำออก และมันมีชีวิตต่อไปตามปกติ

จุดนี้จึงควรเขียนอย่างระวังว่า เรื่องแท็กซี่เป็นคำบอกเล่าที่โด่งดัง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เอกสารเปิดเผยยืนยันตรงกันทุกฝ่าย หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่พอให้ฟันธงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง ส่วนเวอร์ชันที่บอกว่าแมวตายทันทีหลังเริ่มภารกิจแรก ยิ่งขัดกับคำชี้แจงล่าสุดของ CIA ที่ว่าโครงการไม่เคยเข้าสู่การใช้งานเชิงปฏิบัติการ

ตัวเลข 20 ล้านดอลลาร์ก็ต้องใส่เครื่องหมายคำถามไว้เช่นกัน

แหล่งข่าวแต่ละแห่งรายงานไม่เท่ากัน บางแห่งใช้ 10 ล้าน บางแห่ง 15 ล้าน และบางแห่ง 20 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขสูงสุดมักโยงกับคำบอกเล่าหรือการประเมินภายหลัง มากกว่าจะเป็นยอดบัญชีที่เห็นชัดในเอกสารโครงการ จึงพูดได้เพียงว่า CIA ลงทุนกับงานวิจัยนี้ไม่น้อย แต่การยืนยันว่าใช้เกิน 20 ล้านดอลลาร์แบบแน่นอนยังเกินหลักฐานที่เปิดเผยอยู่

ความน่าสนใจของ Acoustic Kitty ไม่ได้อยู่แค่ว่าอเมริกาเคยพยายามทำแมวสายลับ แต่อยู่ตรงที่เทคโนโลยีล้ำหน้าเพียงใดก็ยังแพ้ข้อจำกัดพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต วิศวกรย่อส่วนเครื่องดักฟังให้ซ่อนในตัวแมวได้ ทว่าไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยแมวให้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่รับคำสั่งเป๊ะๆ

เรื่องจริงจึงประหลาดพออยู่แล้ว โดยไม่ต้องเติมฉากแท็กซี่ให้มันน่าตกใจกว่าเดิม

สรุปแบบไม่ทำลายความสนุก โปรเจกต์มีอยู่จริง การติดไมโครโฟน เครื่องส่ง และเสาอากาศในแมวมีอยู่จริง การทดลองจบเพราะควบคุมแมวไม่ได้ก็มีหลักฐานรองรับ ส่วนงบ 20 ล้านดอลลาร์กับฉากจบกลางถนนยังเป็นข้อมูลที่ควรติดป้ายว่าเล่าต่อกันมา มากกว่าจะใช้เป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 20 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน5 เทรนด์ธุรกิจสุขภาพปี 2026 ที่น่าจับตาโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เองผู้จัดเอเชียนเกมส์พลาด "เปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือ แทนเพลงชาติเกาหลีใต้"อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยหนีอลม่าน! เหตุดอกไม้ไฟวันชาติเม็กซิโก พุ่งเข้าใส่ฝูงชนหนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยพระสงฆ์แห่งแรกของไทยอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สตรอมซิ่ง (Surströmming): ปลาเฮอริ่งหมักสวีเดน ราชาแห่งอาหารกลิ่นฉุนจากปลาทะเลในระดับตำนานตรวจสอบตัวเลขเสือโคร่งในเท็กซัสกับประชากรเสือป่าทั่วโลกรูบิกมี 43 ล้านล้านล้านสถานะ นักคณิตศาสตร์พิสูจน์ขีดจำกัดได้อย่างไรเบื้องหลังบ้านมรณะ! จากการตรวจค้นรถธรรมดา สู่คดีสยองสะเทือนขวัญระดับประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่