หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจิ้งอี้เซา จากเรือดอกไม้สู่ราชินีโจรสลัดผู้ต่อรองกับราชสำนักชิงได้สำเร็จ

เขียนโดย phana3462

โจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ชายไว้หนวดถือดาบ แต่เป็นหญิงจีนที่รู้จักคุมทั้งคน เงิน และการเมือง

ชื่อของเธอที่คนทั่วโลกรู้จักกันว่า เจิ้งอี้เซา หรือ Ching Shih ไม่ใช่ชื่อเกิดด้วยซ้ำ คำนี้มีความหมายทำนองว่า ภรรยาของเจิ้งอี้ ส่วนชีวิตก่อนแต่งงานมีหลักฐานว่าเธอทำงานบนเรือดอกไม้ในกวางตุ้ง ซึ่งเป็นสถานเริงรมย์ลอยน้ำ บางแหล่งเรียกตรงๆ ว่าเป็นหญิงบริการ แต่รายละเอียดชีวิตช่วงแรกมีน้อยมาก จึงควรระวังเรื่องเล่าที่เติมสีสันเกินหลักฐาน

ปี 1801 เธอแต่งงานกับเจิ้งอี้ หัวหน้าโจรสลัดผู้กำลังรวบรวมกองเรือเล็กกองเรือน้อยตามชายฝั่งจีนใต้ให้กลายเป็นเครือข่ายเดียวกัน จุดที่น่าสนใจคือเธอไม่ได้ขึ้นเรือไปเป็นเพียงภรรยาของหัวหน้า นักประวัติศาสตร์มองว่าเธอมีส่วนช่วยจัดระเบียบพันธมิตร ดูแลผลประโยชน์ และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างผู้นำหลายกลุ่ม จนกองเรือโจรสลัดกวางตุ้งขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จากกองโจรริมฝั่ง กลายเป็นองค์กรที่เก็บภาษีทะเลได้จริง

ช่วงรุ่งเรือง เครือข่ายนี้มีเรือสำเภาหลายร้อยลำ แบ่งเป็นกองธงสีต่างๆ โดยกองธงแดงทรงอำนาจที่สุด ตัวเลขกำลังพลในเอกสารและงานเขียนสมัยหลังไม่ตรงกัน บ้างประเมินราว 40,000 คน บ้างให้ตัวเลขใกล้ 70,000 คน ส่วนยอด 80,000 คนที่แชร์กันบ่อยจัดว่าเป็นตัวเลขปลายบน ไม่ใช่จำนวนที่ยืนยันแน่นอนได้ ถึงลดลงมาเหลือ 40,000 คนก็ยังใหญ่กว่าภาพโจรสลัดแบบเรือสองสามลำในนิยายหลายเท่า

เจิ้งอี้เสียชีวิตกะทันหันในปี 1807 ตรงนี้เองที่เรื่องของเจิ้งอี้เซาเริ่มเหนือความคาดหมาย แทนที่บรรดากัปตันชายจะแย่งอำนาจแล้วผลักแม่ม่ายออกไป เธอกลับรักษาพันธมิตรเอาไว้ได้ ด้วยการเข้าหาผู้นำคนสำคัญทีละฝ่าย และดึงจางเป่า หรือ Cheung Po Tsai ผู้บัญชาการกองธงแดงมาเป็นกำลังหลัก จางเป่าเคยเป็นบุตรบุญธรรมและคนสนิทของเจิ้งอี้ ต่อมากลายเป็นคู่ชีวิตของเธอ ความสัมพันธ์นี้ช่วยผูกอำนาจทางการเมืองเข้ากับกำลังรบในทะเล

สิ่งที่ทำให้เธอน่ากลัว ไม่ใช่แค่จำนวนเรือ

กองเรือมีระบบแบ่งรายได้เป็นเรื่องเป็นราว ของที่ยึดมาได้ต้องลงบัญชี ลูกเรือเก็บส่วนหนึ่ง ที่เหลือเข้ากองกลางเพื่อซื้อเสบียง ซ่อมเรือ และเลี้ยงคนจำนวนมหาศาล หมู่บ้านกับพ่อค้าตามชายฝั่งบางแห่งต้องจ่ายค่าคุ้มครอง เรือสินค้าต้องซื้อใบผ่านทาง หากไม่ยอมก็เสี่ยงถูกปล้น เท่ากับว่าเจิ้งอี้เซาไม่ได้บริหารกองโจรแบบออกปล้นแล้วแยกย้าย แต่สร้างเศรษฐกิจเงาที่มีรายรับประจำ มีคลังกลาง และมีผู้ดูแลตามจุดต่างๆ

กฎบนเรือเข้มงวดมาก การขโมยเงินกองกลาง การฝ่าฝืนคำสั่ง หรือหนีหน้าที่มีโทษหนัก เรื่องกฎเหล่านี้มักถูกเล่าว่าเธอเขียนเองทุกข้อ แต่เอกสารจีนร่วมสมัยชี้ว่าจางเป่าเป็นผู้ประกาศระเบียบหลายส่วน ภาพที่ใกล้ความจริงกว่าคือเธอเป็นผู้คุมโครงสร้างและการเงิน ส่วนจางเป่าดูแลการบังคับบัญชากองธงแดง ทั้งคู่ทำงานประสานกันจนองค์กรขนาดมหึมายังเดินต่อได้

กองทัพเรือราชวงศ์ชิงพยายามปราบหลายครั้งและเสียหายหนัก เรือรบบางส่วนถูกยึด ลูกเรือบางกลุ่มเปลี่ยนข้าง เจ้าหน้าที่ชายฝั่งจำนวนไม่น้อยไม่กล้าออกทะเล กองเรือต่างชาติทั้งอังกฤษและโปรตุเกสก็เคยปะทะกับเครือข่ายนี้ แต่ประโยคที่ว่าเจิ้งอี้เซาชนะโปรตุเกสจนอีกฝ่ายต้องขอสันติภาพนั้นเล่าแรงเกินหลักฐาน ช่วงปลายปี 1809 ถึงต้นปี 1810 กองเรือโปรตุเกสจากมาเก๊ากลับเป็นฝ่ายกดดันกองธงแดงได้หลายครั้ง ปัญหาภายในและการแยกตัวของกองธงดำยิ่งทำให้พันธมิตรเริ่มสั่นคลอน

ชัยชนะที่แท้จริงของเธอเกิดบนโต๊ะเจรจา ไม่ใช่กลางทะเล

เมื่อเห็นว่าการสู้ต่ออาจทำให้ทุกอย่างพัง เจิ้งอี้เซาเลือกเปลี่ยนจากกำลังเรือมาใช้การต่อรอง เธอเดินทางเข้ากวางตุ้งโดยไม่พาอาวุธหนักไป มีผู้หญิงและเด็กจากชุมชนโจรสลัดร่วมทางไปด้วย ภาพที่ส่งถึงขุนนางจึงไม่ใช่กองทัพบุกเมือง แต่เป็นคนจำนวนมากที่พร้อมวางมือ หากรัฐยอมให้ทางลงที่ไม่เลวร้ายเกินไป

ข้อตกลงในปี 1810 ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ได้รับการอภัยโทษ หลายคนกลับบ้าน บางคนเข้ารับราชการในกองทัพเรือ จางเป่าได้ตำแหน่งทางทหารและเก็บเรือไว้ส่วนหนึ่ง เจิ้งอี้เซารักษาทรัพย์สินจำนวนมากและแต่งงานกับเขาอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนรอดพ้น มีแกนนำบางส่วนถูกลงโทษ แต่เมื่อเทียบกับการกวาดล้างโจรสลัดตามปกติ เงื่อนไขนี้ถือว่าดีผิดคาด

หลังวางมือ เธอไม่ได้ถูกลากไปประหาร ไม่ได้หายไปกลางทะเล และไม่ได้ตายอย่างยากจน เธอใช้ชีวิตต่ออีกหลายสิบปี มีเรื่องเล่าว่าทำธุรกิจบ่อนพนันหรือสถานเริงรมย์ในกวางตุ้ง ก่อนเสียชีวิตราวปี 1844 เมื่ออายุใกล้ 70 ปี นี่แหละเหตุผลที่หลายคนยกให้เป็นโจรสลัดที่ประสบความสำเร็จที่สุด ไม่ใช่เพราะชนะทุกศึก แต่เพราะสร้างองค์กรใหญ่จนรัฐปราบไม่ลง รู้จังหวะถอย และเปลี่ยนสถานะจากศัตรูของแผ่นดินกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีทรัพย์สินได้

เรื่องของเจิ้งอี้เซาจึงเด็ดกว่าตำนานโจรสลัดทั่วไปตรงที่ เธอไม่ได้ฝากชื่อไว้ด้วยสมบัติที่ฝังใต้เกาะ แต่ฝากไว้ด้วยความสามารถในการอ่านคน คุมผลประโยชน์ และเลือกหยุดก่อนโชคจะหมด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
phana3462's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย phana3462
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6หมาไทยทำไมต้องหลังอานค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกกินขนมทุกวัน เพิ่งรู้! ถุงขนมพอง ๆ ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่คือก๊าซที่ช่วยรักษาความกรอบส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้วอำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความสุขที่ยอดเยี่ยม : การบำรุงมารดาบิดาอาหารและขนมไทยยอดนิยมของชาวต่างชาติ5 สุดยอดเกมแรกๆที่เข้ามาในไทยครั้งแรกมีเกมอะไร จำกันได้ไหม 5 ของกินแก้เจ็บคอแบบไทยๆ ที่ประหยัดและเห็นผลดีกว่ายาแผนปัจจุบัน 
ตั้งกระทู้ใหม่