หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บนวงโคจรโลกมีดาวเทียมอยู่กี่ดวง ทำไมมันถึงไม่ค่อยจะชนกัน

เขียนโดย dukedick

เมื่อเราเงยหน้ามองท้องฟ้าในยามค่ำคืน บรรยากาศเหนือศีรษะอาจดูเงียบสงบและว่างเปล่า แต่ในความเป็นจริง รอบโลกของเรากำลังมีวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นนับหมื่นชิ้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอยู่ตลอดเวลา ทั้งดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมพยากรณ์อากาศ ดาวเทียมนำทาง ดาวเทียมสำรวจโลก ยานอวกาศที่หมดอายุ ท่อนจรวด ตลอดจนเศษโลหะขนาดเล็กจากภารกิจอวกาศในอดีต

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จำนวนดาวเทียมที่ยังใช้งานอยู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากการขยายตัวของกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ เช่น Starlink ของบริษัท SpaceX ซึ่งมีดาวเทียมหลายพันดวงกระจายอยู่ในวงโคจรรอบโลก ดาวเทียมเหล่านี้ถูกใช้เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ต การสื่อสาร การสำรวจ และงานด้านเทคโนโลยีอีกหลากหลายประเภท จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้วงโคจรของโลกจะคึกคักมากกว่ายุคเริ่มต้นของการสำรวจอวกาศหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม ดาวเทียมที่ยังทำงานได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่ลอยอยู่เหนือโลกเท่านั้น เพราะยังมีดาวเทียมที่หยุดทำงานแล้ว ท่อนจรวด ชิ้นส่วนอุปกรณ์ และเศษซากจากการชนหรือการระเบิดในอวกาศอีกจำนวนมาก วัตถุที่มีขนาดใหญ่พอจะติดตามได้มีอยู่หลายหมื่นชิ้น ส่วนเศษขยะที่มีขนาดเล็กเพียงไม่กี่เซนติเมตรหรือเล็กกว่านั้นอาจมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า แม้เศษชิ้นเล็กเหล่านี้จะดูไม่อันตรายเมื่ออยู่บนพื้นโลก แต่เมื่อเคลื่อนที่ด้วยความเร็วหลายกิโลเมตรต่อวินาที มันสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับดาวเทียม แผงโซลาร์เซลล์ หรือยานอวกาศได้ไม่ต่างจากกระสุนความเร็วสูง

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า ในเมื่อมีวัตถุมากมายโคจรอยู่รอบโลก เหตุใดพวกมันจึงไม่ชนกันอยู่ตลอดเวลา คำตอบประการแรกคือ อวกาศรอบโลกมีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าที่หลายคนจินตนาการ ภาพจำลองที่เราเห็นกันทั่วไปมักวาดดาวเทียมเป็นจุดหรือวัตถุขนาดใหญ่เพื่อให้มองเห็นได้ง่าย จึงทำให้ดูเหมือนว่าดาวเทียมกำลังเบียดเสียดกันแน่นรอบโลก แต่หากเปรียบเทียบตามขนาดจริง ดาวเทียมแต่ละดวงมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับพื้นที่มหาศาลของวงโคจร

 

ดาวเทียมไม่ได้ลอยอยู่บนเส้นทางวงกลมเส้นเดียวทั้งหมด แต่กระจายอยู่ตามระดับความสูง ความเอียง และระนาบวงโคจรที่แตกต่างกัน บางดวงอยู่ในวงโคจรต่ำเหนือพื้นโลกเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร บางดวงอยู่ในวงโคจรระดับกลาง ขณะที่ดาวเทียมสื่อสารบางประเภทอยู่ในวงโคจรค้างฟ้าที่ระดับความสูงเกือบ 36,000 กิโลเมตร ดาวเทียมสองดวงอาจอยู่ในระดับความสูงใกล้เคียงกัน แต่เดินทางอยู่คนละระนาบหรือผ่านจุดเดียวกันคนละเวลา ทำให้โอกาสชนกันลดลงอย่างมาก

ถึงกระนั้น ความคิดที่ว่าดาวเทียมส่วนใหญ่โคจรไปในทิศทางเดียวกันและจึงชนกันได้ไม่รุนแรงนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะวงโคจรรอบโลกมีทั้งเส้นทางที่เอียงไปในทิศต่าง ๆ วงโคจรผ่านบริเวณขั้วโลก และวงโคจรที่เคลื่อนไปในทิศตรงข้ามกัน หากวัตถุสองชิ้นตัดผ่านกันด้วยมุมที่แตกต่าง ความเร็วสัมพัทธ์อาจสูงมากจนการชนเพียงครั้งเดียวสามารถทำให้ดาวเทียมแตกออกเป็นเศษซากนับพันชิ้นได้

สิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งคือระบบเฝ้าระวังอวกาศ หน่วยงานด้านอวกาศและกองทัพในหลายประเทศใช้เรดาร์ กล้องโทรทรรศน์ และสถานีตรวจจับบนพื้นโลกเพื่อติดตามตำแหน่งและความเร็วของวัตถุในวงโคจรอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อคำนวณเส้นทางในอนาคต และตรวจสอบว่าวัตถุคู่ใดอาจเคลื่อนเข้าใกล้กันมากเกินไป

ระบบจะคำนวณช่วงเวลาที่วัตถุทั้งสองเข้าใกล้กันที่สุด ซึ่งเรียกว่า Time of Closest Approach หรือ TCA พร้อมประเมินระยะห่าง ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่ง และความน่าจะเป็นที่จะเกิดการชน การแจ้งเตือนไม่ได้ตัดสินจากระยะห่างเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งดาวเทียมสองดวงอาจถูกคาดการณ์ว่าจะผ่านกันในระยะไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่โอกาสชนจริงอาจต่ำมาก ขณะที่บางเหตุการณ์แม้ระยะห่างดูมากกว่า แต่ความไม่แน่นอนของเส้นทางกลับทำให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เมื่อระบบพบว่าดาวเทียมมีความเสี่ยงจะเข้าใกล้วัตถุอื่น เจ้าของหรือผู้ควบคุมดาวเทียมจะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า จากนั้นจะติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและคำนวณเส้นทางใหม่เรื่อย ๆ ยิ่งเข้าใกล้เวลาที่วัตถุจะผ่านกัน ข้อมูลตำแหน่งก็มักแม่นยำมากขึ้น หากประเมินแล้วว่าความเสี่ยงยังคงสูง ผู้ควบคุมอาจสั่งให้ดาวเทียมทำการหลบหลีก

การหลบของดาวเทียมไม่ได้มีลักษณะเหมือนรถยนต์ที่หักพวงมาลัยออกข้างทางอย่างกะทันหัน แต่เป็นการใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กปรับความเร็วเพียงเล็กน้อย บางครั้งอาจเร่งหรือชะลอเพียงไม่กี่เซนติเมตรต่อวินาที ทว่าความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยนี้ เมื่อสะสมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก็สามารถทำให้ดาวเทียมเดินทางถึงจุดเสี่ยงเร็วขึ้นหรือช้าลงจนแยกห่างจากวัตถุอีกชิ้นได้หลายกิโลเมตร หลังผ่านช่วงอันตรายแล้ว ดาวเทียมอาจถูกปรับกลับเข้าสู่วงโคจรเดิมเพื่อทำภารกิจต่อไป

ดาวเทียมรุ่นใหม่บางกลุ่มยังติดตั้งระบบหลบหลีกอัตโนมัติ ซึ่งสามารถรับข้อมูลเตือน ประเมินความเสี่ยง และปรับวงโคจรตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้เอง อย่างไรก็ตาม หากวัตถุทั้งสองชิ้นเป็นดาวเทียมที่ยังควบคุมได้ ผู้ดำเนินงานของทั้งสองฝ่ายควรติดต่อประสานกันเพื่อกำหนดว่าใครจะเป็นผู้หลบ เพราะหากต่างฝ่ายต่างปรับวงโคจรโดยไม่แจ้งกัน ก็อาจเกิดเหตุการณ์ที่ทั้งสองดวงเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและยังคงเสี่ยงชนกันอยู่

ปัญหาที่ยากกว่าคือกรณีที่วัตถุอีกฝ่ายเป็นดาวเทียมตายหรือเศษขยะอวกาศ เพราะวัตถุเหล่านี้ไม่มีเชื้อเพลิง ไม่มีระบบควบคุม และไม่สามารถรับคำสั่งให้หลบได้ ภาระในการหลีกเลี่ยงจึงตกอยู่กับดาวเทียมที่ยังทำงานได้เพียงฝ่ายเดียว แต่หากวัตถุทั้งสองเป็นเศษซากที่ไม่สามารถควบคุมได้ มนุษย์ก็ทำได้เพียงติดตามเส้นทางและเฝ้าระวังเท่านั้น

เมื่อดาวเทียมหมดอายุการใช้งาน ผู้ควบคุมจะพยายามกำจัดมันออกจากวงโคจรที่ใช้งานอยู่ ดาวเทียมในวงโคจรต่ำมักถูกลดระดับให้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก เมื่อเคลื่อนลงมาต่ำขึ้น แรงต้านอากาศจะค่อย ๆ ดึงมันลงมา ก่อนที่ชิ้นส่วนส่วนใหญ่จะร้อนจัดและเผาไหม้ระหว่างตกกลับสู่โลก ส่วนดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรค้างฟ้าจะนิยมย้ายขึ้นไปยังวงโคจรสุสาน ซึ่งอยู่สูงกว่าบริเวณที่ใช้งาน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ดาวเทียมดวงใหม่และลดโอกาสรบกวนกัน

ปัจจุบันยังมีความพยายามออกแบบดาวเทียมและจรวดให้สร้างขยะน้อยที่สุด เช่น การสำรองเชื้อเพลิงไว้สำหรับกำจัดดาวเทียมเมื่อหมดภารกิจ การป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่หรือถังเชื้อเพลิงระเบิดหลังใช้งาน และการนำชิ้นส่วนจรวดกลับมาใช้ใหม่ เพราะการระเบิดหรือการชนกันเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างเศษซากใหม่ได้จำนวนมาก และเศษเหล่านั้นอาจอยู่ในวงโคจรนานหลายสิบปีหรือหลายร้อยปี

ในอดีตเคยเกิดการชนกันของดาวเทียมจริงมาแล้ว เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2552 เมื่อดาวเทียมสื่อสาร Iridium 33 ชนกับดาวเทียมรัสเซีย Kosmos 2251 ซึ่งหยุดทำงานแล้ว การชนครั้งนั้นทำให้เกิดเศษซากจำนวนมากกระจายไปทั่ววงโคจร และเศษบางส่วนยังคงเป็นภัยต่อดาวเทียมดวงอื่นมาจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์ลักษณะนี้ทำให้เกิดความกังวลต่อสิ่งที่เรียกว่า Kessler Syndrome ซึ่งเป็นสถานการณ์สมมุติที่จำนวนวัตถุในวงโคจรหนาแน่นมากจนการชนหนึ่งครั้งสร้างเศษซากออกมา และเศษซากเหล่านั้นไปชนกับดาวเทียมหรือวัตถุอื่นต่อ เกิดเป็นการชนแบบลูกโซ่จนบางพื้นที่ของวงโคจรเต็มไปด้วยขยะและอาจใช้งานได้ยากเป็นเวลานาน

ดังนั้น เหตุที่ดาวเทียมยังไม่ชนกันเกลื่อนท้องฟ้า ไม่ใช่เพราะอวกาศว่างเปล่าหรือเพราะวัตถุทุกชิ้นเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน แต่เป็นผลจากพื้นที่วงโคจรที่กว้างใหญ่ การจัดวางดาวเทียมในระดับความสูงและระนาบที่แตกต่างกัน ระบบเรดาร์และกล้องโทรทรรศน์ที่คอยติดตามวัตถุอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนความสามารถของผู้ควบคุมในการปรับเส้นทางเมื่อพบความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม จำนวนดาวเทียมและขยะอวกาศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดการจราจรในอวกาศจึงกำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นทุกปี เพราะวงโคจรรอบโลกถือเป็นทรัพยากรส่วนกลางที่มนุษย์ทุกประเทศต้องใช้ร่วมกัน ทั้งในการสื่อสาร พยากรณ์อากาศ นำทาง สำรวจโลก และศึกษาจักรวาล หากไม่มีการควบคุมและกำจัดขยะอย่างจริงจัง พื้นที่เหนือโลกที่เคยช่วยพัฒนาอารยธรรมมนุษย์ อาจกลายเป็นเขตอันตรายที่เต็มไปด้วยเศษซากความเร็วสูงในอนาคตได้

เบื้องหลังความเงียบสงบของท้องฟ้า จึงมีทั้งเรดาร์ กล้องโทรทรรศน์ คอมพิวเตอร์ และเจ้าหน้าที่จำนวนมากคอยเฝ้าดูการจราจรเหนือโลกอย่างไม่หยุดพัก เพื่อให้ดาวเทียมนับหมื่นดวงสามารถเดินทางผ่านความมืดของอวกาศได้อย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จ้า 🛰️🌏

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 39 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกันมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ เปิดโลก “ลูกช้างแอฟริกาเผือก” ผู้เผชิญบททดสอบแห่งการอยู่รอด4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดชาร์จมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้แบตเสื่อมเร็วจริงไหม หรือเป็นความเชื่อที่ยังเข้าใจกันผิดพิธี "Vala" ภูมิปัญญาอนุรักษ์แห่งเกาะห่างไกลในปาปัวนิวกินีฝันว่าผมร่วงเต็มมือ ลางบอกเหตุเรื่องการสูญเสียบารมีหรือสัญญาณเครียดสะสมส่องสมดุลเลขคู่-เลขคี่ งวดกลางเดือน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาจังหวะซ้ำผสมการคำนวณและสัญญาณรอบตัวประเทศที่คนชอบมาเที่ยวไทยที่สุด มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากที่สุดเจ้าของรางวัลโนเบลเผย ไอเดีย PCR เปลี่ยนโลก ผุดขึ้นระหว่างทริป LSD กลางคืนเลขเด็ดงวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..คำนวณตามตารางเลขกำลังวัน รับประกันแม่นยำ!จักรยานทหารล้อสปริง: สองล้อสะเทือนสมรภูมิ ยุคไร้เครื่องยนต์ซื้อล็อตเตอรี่ยังไงให้ถูก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 เรื่องที่ประเทศไทยติดอันดับโลก สร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติWhy Dogs Love Smelly Socks—and Why the Habit Can Be Dangerousส่องสมดุลเลขคู่-เลขคี่ งวดกลางเดือน ก่อน 16 ส.ค. 69 — หาจังหวะซ้ำผสมการคำนวณและสัญญาณรอบตัวWhy Pet Memorial Costs Can Be Higher Than Owners Expectพิธี "Vala" ภูมิปัญญาอนุรักษ์แห่งเกาะห่างไกลในปาปัวนิวกินี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
CLICX คือธนาคารของอะไร ใครเป็นผู้ก่อตั้งชุดเกราะช้างศึก มหายุทโธปกรณ์แห่งอินเดีย เมื่อยักษ์ใหญ่แห่งพงไพรกลายเป็น “รถถังมีชีวิต”ก่อนจะมาเป็นช้อปปี้: จากค่ายเกม Garena สู่แอปส้มครองเมืองได้อย่างไร?ประเทศที่มีเซเว่นของไทย (CP ALL) ไปดำเนินธุรกิจมากที่สุด"
ตั้งกระทู้ใหม่