หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ใบสั่งขับรถเร็วใบแรกของโลก โดนจับเพราะวิ่งแค่ 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เขียนโดย ยายขี้บ่น

ถ้าเอาเหตุการณ์นี้มาเล่าในยุคนี้ หลายคนคงคิดว่าเป็นเรื่องแต่ง

ทุกวันนี้แค่ขับรถเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลายคนก็เริ่มลุ้นว่าจะโดนกล้องจับความเร็วหรือเปล่า แต่ย้อนไปเมื่อกว่า 130 ปีก่อน มีชายชาวอังกฤษคนหนึ่งสร้างสถิติที่ไม่มีใครอยากได้ นั่นคือการได้รับใบสั่งข้อหา ขับรถเร็วเกินกำหนด เป็นคนแรกของโลก ทั้งที่ความเร็วของเขาอยู่ที่เพียง 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่านั้น

 

กฎหมายเกิดก่อนรถจะวิ่งทัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1896 ที่ประเทศอังกฤษ ในช่วงที่รถยนต์ยังเป็นของใหม่บนท้องถนน ผู้คนส่วนใหญ่ยังใช้ม้าลากรถเป็นพาหนะหลัก รัฐจึงออกกฎหมายควบคุมความเร็วอย่างเข้มงวด เพราะยังไม่มีใครรู้ว่ารถยนต์จะส่งผลต่อความปลอดภัยมากแค่ไหน

ในเขตที่เกิดเหตุ กฎหมายกำหนดให้รถวิ่งได้ไม่เกินประมาณ 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช้าพอๆ กับคนเดินสบายๆ แต่ชายผู้ขับรถคันนั้นกลับใช้ความเร็วถึง 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือมากกว่าที่กฎหมายกำหนดกว่า 4 เท่า


ทุกวันนี้อาจดูช้ามาก แต่ในปี 1896 ถือว่าเร็วจนเจ้าหน้าที่ต้องออกโรง

ตำรวจถึงกับต้องปั่นจักรยานตาม

เรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ ตำรวจในยุคนั้นยังไม่มีรถสายตรวจ การติดตามรถยนต์จึงอาศัยตำรวจที่ขี่จักรยานตามไปจนสามารถหยุดรถได้ ก่อนจะออกใบสั่งอย่างเป็นทางการ ถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของการบังคับใช้กฎหมายจราจรยุคแรกๆ ของโลก

ผู้ที่ได้รับใบสั่งคือ วอลเตอร์ อาร์โนลด์ นักธุรกิจผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับรถยนต์ เขาถูกปรับเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งแม้จะไม่มากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน แต่เหตุการณ์นี้กลับถูกจดจำในฐานะจุดเริ่มต้นของการบังคับใช้กฎหมายด้านความเร็วกับรถยนต์

 

จาก 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สู่ยุคทางด่วน

หลังจากนั้นไม่นาน อังกฤษได้ปรับปรุงกฎหมายใหม่ ยกเลิกข้อจำกัดความเร็วที่เข้มงวดเกินไป และกำหนดเพดานความเร็วให้เหมาะสมกับพัฒนาการของรถยนต์มากขึ้น เทคโนโลยีรถพัฒนาอย่างรวดเร็ว ถนนดีขึ้น ระบบเบรกและความปลอดภัยก็ทันสมัยขึ้น จนความเร็วที่เคยถูกมองว่าอันตรายในอดีต กลายเป็นความเร็วที่จักรยานบางคันยังทำได้ในปัจจุบัน

แม้ตัวเลข 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะฟังดูน่าขำ แต่เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกครั้งที่มีเทคโนโลยีใหม่เข้ามา สังคมมักต้องใช้เวลาในการปรับตัว กฎหมายเองก็ต้องค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับนวัตกรรม ไม่ต่างจากปัจจุบันที่หลายประเทศกำลังออกกฎหมายรองรับรถยนต์ไร้คนขับ หรือยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่


ใบสั่งใบแรกของโลก จึงไม่ได้ถูกจดจำเพราะความเร็ว แต่ถูกจดจำเพราะมันคือจุดเริ่มต้นของกฎจราจรยุคใหม่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 68 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิดอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัว4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยโรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จักฉลามสีส้มทองแห่งคอสตาริกา เมื่อธรรมชาติสร้าง “ฉลามสีทอง” ที่หายากจนแทบไม่น่าเชื่อ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัวกระดูกมนุษย์แข็งกว่าคอนกรีตได้จริงแค่ไหน"นอสตราดามุสจีน" ทำนายจะเกิดเหตุการณ์ 911 รอบใหม่..โลกจะล่มสลายในอีก 20 ปีข้างหน้าระบบหัวใจ เลือด และหนวดของปลาหมึกทำงานอย่างไรชนสำนักใหญ่! ส่องเลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม เสือตกถังพลังเงินดี ปะทะ ม้าสีหมอก ตัวไหนเด่น ตัวไหนชน มาคุยกัน!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังลาออกจากงานมาทำฟรีแลนซ์ คุ้มจริงไหม?คาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัว
ตั้งกระทู้ใหม่