เบื้องหลังความงามคลาสสิกที่แลกด้วยเลือด: เมื่อแฟชั่นยุควิคตอเรียนเกือบทำให้วาฬสูญพันธุ์
ลองจินตนาการถึงภาพผู้หญิงในชุดกระโปรงสุ่มไก่บานฟูฟ่อง หรือเสื้อรัดรูปเอวกิ่วตัวเล็กๆ ที่เรามักเห็นในซีรีส์ย้อนยุคตะวันตกดูสิครับ ภาพเหล่านั้นดูหรูหรา สง่างาม และเป็นสัญลักษณ์ของความคลาสสิกแบบตะวันตกที่ใครๆ ก็ชื่นชม แต่เชื่อไหมว่าเบื้องหลังความงามที่ดูเพอร์เฟกต์เหล่านั้น กลับซ่อนโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่ทำให้อารยธรรมมนุษย์ต้องสั่นสะเทือน
ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าลูกไม้และผ้าไหมเนื้อดีในยุคนั้นก็คือ "คอร์เซ็ต" (Corset) และ "คริโนลีน" (Crinoline) หรือโครงกระโปรงที่ช่วยจัดระเบียบร่างกายของผู้หญิงให้ได้รูปทรงตามค่านิยม และไอ้เจ้าโครงสร้างที่ว่านี้ สิ่งที่ผู้คนยุคนั้นถวิลหามากที่สุดเพื่อนำมาทำเป็นโครงดัดก็คือ "บาลีน" (Baleen) หรือแผงกรองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ในปากของวาฬบาลีนนั่นเอง
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเป็นวาฬ? จริงๆ แล้วในยุคศตวรรษที่ 18-19 โลกของเรายังไม่มีพลาสติกที่ทั้งเหนียวและยืดหยุ่นได้ดีขนาดนี้ครับ มนุษย์ลองมาหมดแล้วทั้งไม้และเหล็ก แต่ไม้ก็หักง่ายเกินไป ส่วนเหล็กก็หนักและขึ้นสนิมจนทำเสื้อผ้าพัง สุดท้ายเลยมาจบที่แผงกรองของวาฬ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือสปริงตัวได้ดี ดัดโค้งเข้ากับสรีระได้ตามความร้อนของร่างกาย แถมยังไม่หักเปราะง่ายๆ อีกด้วย
พอความต้องการแฟชั่นเอวกิ่วและกระโปรงบานสะพรั่งมันพุ่งทะยานถึงขีดสุด อุตสาหกรรมการล่าวาฬในมหาสมุทรทั่วโลกจึงบูมแบบฉุดไม่อยู่ เรือล่าวาฬนับร้อยนับพันลำล่องเรือออกไปกลางทะเลลึกเพื่อล่าสัตว์ยักษ์เหล่านี้ สิ่งที่น่าเศร้าคือ วาฬหนึ่งตัวที่มีน้ำหนักหลายสิบตัน บางครั้งถูกล่าเพียงเพื่อจะเลาะเอาแค่แผงกรองในปากยาวไม่กี่เมตร และไขมันส่วนหนึ่งไปทำน้ำมันตะเกียง แล้วปล่อยให้ซากที่เหลือลอยเคว้งคว้างกลางทะเล
เอาเข้าจริง เรื่องนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงมุมมืดของมนุษย์เราเหมือนกันนะ ที่พร้อมจะทำลายล้างธรรมชาติขนาดใหญ่เพียงเพื่อตอบสนองต่อเทรนด์ความงามชั่วครั้งชั่วคราว วาฬหัวคันศร (Bowhead Whale) และวาฬไรท์ (Right Whale) กลายเป็นเป้าหมายหลัก จนประชากรของพวกมันลดฮวบลงเกือบถึงขั้นสูญพันธุ์ในช่วงเวลานั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยชีวิตสัตว์ยักษ์เหล่านี้ไว้ได้ ไม่ใช่เพราะคนในยุคนั้นตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมหรอกครับ แต่เป็นเพราะการมาถึงของ "นวัตกรรมใหม่" อย่างเหล็กกล้าฉาบสารกันสนิมที่มีราคาถูกกว่า และการค้นพบน้ำมันปิโตรเลียมที่มาแทนที่น้ำมันวาฬ รวมถึงกระแสแฟชั่นที่เริ่มเปลี่ยนไปสู่ความคล่องตัวมากขึ้นในศตวรรษที่ 20
เรื่องราวในอดีตนี้กำลังบอกอะไรบางอย่างกับเราในยุคปัจจุบัน เทรนด์แฟชั่นมาแล้วก็ไป แต่ร่องรอยบาดแผลที่ทิ้งไว้กับโลกมันอาจต้องใช้เวลาเยียวยานานนับร้อยปี ทุกวันนี้เวลาเรามองย้อนกลับไปดูภาพถ่ายประวัติศาสตร์ของชุดกระโปรงบานๆ เหล่านั้น มันจึงไม่ได้มีแค่ความงดงามทางศิลปะ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีถึงราคาค่างวดที่ธรรมชาติเคยต้องจ่ายให้กับความสวยความงามของมนุษย์
ข้อมูลการศึกษาผลกระทบประชากรวาฬหัวคันศร (Bowhead Whale) โดยสถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution)
รถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเอง
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมาย
เบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์
ล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?
5 กลยุทธ์ "ป้ายเหลือง" ในซูเปอร์มาร์เก็ต ปักเวลาไหนได้ของดีราคาถูกที่สุด?
5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
กินขนมทุกวัน เพิ่งรู้! ถุงขนมพอง ๆ ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่คือก๊าซที่ช่วยรักษาความกรอบ
ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวาย
10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?
รถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเอง
ล้างหาดต้อนรับทหารเรือสหรัฐฯ 5,000 นาย หลังจากนี้ต้นมะพร้าวพัทยาจะกลับมาอีกไหม?
เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์
ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง
ทำความรู้จัก“มะปลิง”หรือ“ตะลิงปลิง”ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผล
เมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์
ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง
5 กลยุทธ์ "ป้ายเหลือง" ในซูเปอร์มาร์เก็ต ปักเวลาไหนได้ของดีราคาถูกที่สุด?
