จากคนตกงาน สู่เศรษฐีเงินล้าน ด้วยการเพาะ "แมลงสาบ" ขาย!
ธุรกิจที่คนยี้ แต่กลับขายได้ทั้งเป็นยา อาหารสัตว์ และเครื่องกำจัดขยะ
สำหรับคนทั่วไป แค่เห็นแมลงสาบหนึ่งตัววิ่งผ่านพื้นบ้านก็แทบอยากย้ายหนี แต่ชายชาวจีนคนหนึ่งกลับยอมลงทุนหลายล้านบาท เพื่อสร้างห้องมืด อบอุ่น และชื้นสำหรับเลี้ยงพวกมันพร้อมกันนับล้านตัว
เขาไม่ได้เลี้ยงไว้เป็นสัตว์แปลก และไม่ได้เพาะเพื่อกำจัดศัตรูพืช
ทุก ๆ สามเดือน แมลงสาบจำนวนหนึ่งจะถูกนำออกจากฟาร์ม ทำให้ตาย ตากแห้ง และส่งขายต่อให้โรงงานยา ฟาร์มหมู ฟาร์มปลา รวมถึงร้านอาหารบางแห่ง
ชายคนนี้ชื่อ หลี่ ปิงไฉ หรือ Li Bingcai อดีตพ่อค้าร้านโทรศัพท์มือถือจากมณฑลเสฉวน ผู้ตัดสินใจทิ้งอาชีพเดิม แล้วหันมาสร้างรายได้จากสัตว์ที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะมองใกล้ ๆ
ครั้งหนึ่ง ฟาร์มของเขามีแมลงสาบอยู่ประมาณ 3.4 ล้านตัว และเขาเคยลงทุนในกิจการนี้ถึงประมาณ 1 ล้านหยวน หรือราว 4–5 ล้านบาทในเวลานั้น
เขาไม่ได้ตกงาน แต่ยอมทิ้งร้านมือถือเพื่อเดิมพันกับสัตว์ที่ทุกคนรังเกียจ
เรื่องของหลี่มักถูกเล่าต่อกันว่า เขาเป็นคนตกงานที่เริ่มเลี้ยงแมลงสาบจากศูนย์จนกลายเป็นเศรษฐี
แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ระบุว่า ก่อนเข้าสู่ธุรกิจนี้ เขาเคยเปิดร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ และมีเงินลงทุนก้อนใหญ่พอจะสร้างฟาร์มแมลงสาบของตัวเอง
ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานของคนไม่มีเงินที่รวยขึ้นในชั่วข้ามคืน
แต่มันคือเรื่องของคนที่มองเห็นตลาดในสิ่งที่คนอื่นพยายามกำจัด และกล้าเสี่ยงเงินจำนวนมากกับธุรกิจที่แทบไม่มีใครอยากทำตาม
ทำไมเขาถึงเลือกเลี้ยงแมลงสาบ ทั้งที่มีสัตว์อีกมากมายให้เพาะขาย?
แมลงสาบโตเร็ว กินอาหารได้หลากหลาย ใช้พื้นที่ไม่มาก และสามารถเลี้ยงซ้อนกันในแนวตั้งภายในอาคารได้
หลี่จึงดัดแปลงพื้นที่ในชนบทให้กลายเป็นห้องเลี้ยงขนาดใหญ่ ภายในเต็มไปด้วยชั้นไม้ แผ่นกระดาษ และช่องแคบ ๆ ที่เหมาะกับการหลบซ่อนของแมลงสาบ
ห้องเลี้ยงต้องรักษาความอบอุ่น ความชื้น และความมืดเอาไว้ เพราะเป็นสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้พวกมันกินอาหาร โต และขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้มาเยือน ภาพแมลงสาบนับล้านตัวคลานทับกันอาจเหมือนฉากในภาพยนตร์สยองขวัญ
แต่สำหรับเจ้าของฟาร์ม ทุกช่องบนชั้นไม้คือพื้นที่ผลิตสินค้าที่กำลังเพิ่มจำนวนอยู่ตลอดเวลา
อาหารของแมลงนับล้าน กลับเป็นของที่มนุษย์กำลังจะโยนทิ้ง
หนึ่งในเหตุผลที่ธุรกิจนี้ถูกจับตามอง คือแมลงสาบสามารถกินเศษอาหารได้หลายชนิด
ผักที่ช้ำ
ผลไม้ที่ขายไม่หมด
เศษอาหารจากร้าน
หรือวัตถุดิบที่มนุษย์ไม่ต้องการแล้ว
ฟาร์มขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองจี่หนานเคยเลี้ยงแมลงสาบประมาณหนึ่งพันล้านตัว เพื่อช่วยกำจัดขยะอาหารจากร้านอาหารได้ราว 50 ตันต่อวัน
เศษอาหารถูกนำมาบด ก่อนส่งผ่านท่อเข้าไปยังพื้นที่เลี้ยง จากนั้นแมลงสาบจะค่อย ๆ กินของเหล่านั้นจนเหลือปริมาณน้อยมาก
สัตว์ที่เคยถูกมองว่าเป็นตัวแทนของความสกปรก จึงถูกเปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็นเครื่องกำจัดขยะที่มีชีวิต
พวกมันกินของเสีย
เปลี่ยนของเสียเป็นน้ำหนักตัว
ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวน
ก่อนถูกนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบชนิดใหม่
ใครกันที่ยอมเสียเงินซื้อแมลงสาบเหล่านี้?
คำตอบคือ ลูกค้าไม่ได้ซื้อไปเพื่อเลี้ยงเล่น
แมลงสาบแห้งบางส่วนถูกส่งให้โรงงานผลิตยาจีน บางส่วนถูกบดเป็นวัตถุดิบโปรตีนสำหรับหมู ปลา หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ
หลี่ยังเคยขายแมลงสาบให้ร้านอาหารบางแห่ง ซึ่งนำไปทอดและปรุงด้วยเครื่องเทศเสฉวนสำหรับลูกค้าที่ต้องการลองอาหารแปลก
ในช่วงหนึ่ง เขาเปิดเผยว่าสามารถขายแมลงสาบแห้งประมาณหนึ่งตันให้โรงงานยาได้เกือบ 90,000 หยวน หรือหลายแสนบาท
โรงงานยาไม่ได้ต้องการแมลงสาบที่จับได้จากท่อระบายน้ำ
แมลงสาบในอุตสาหกรรมไม่ได้ถูกจับมาจากครัว ห้องน้ำ หรือกองขยะริมถนน
ฟาร์มจะเลือกเพาะสายพันธุ์เฉพาะในพื้นที่ควบคุม พร้อมจัดการอาหาร อุณหภูมิ ความชื้น และขั้นตอนการเก็บเกี่ยวอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในสายพันธุ์ที่นิยมใช้คือแมลงสาบอเมริกัน หรือ Periplaneta americana ซึ่งถูกนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับสารสกัดและผลิตภัณฑ์บางประเภทในอุตสาหกรรมยาจีน
จีนเคยมีโรงงานขนาดใหญ่ที่เพาะแมลงสาบได้ถึงประมาณ 6 พันล้านตัวต่อปี สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมดังกล่าว
แมลงสาบหนึ่งตัวแทบไม่มีราคา แต่สิบล้านตัวกลับเปลี่ยนสมการทั้งหมด
ความลับของธุรกิจนี้ไม่ได้อยู่ที่การขายแมลงสาบแต่ละตัวในราคาแพง
แต่อยู่ที่การผลิตในปริมาณมหาศาล
แมลงสาบมีวงจรขยายพันธุ์เร็วและสามารถอาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น พื้นที่อาคารหนึ่งหลังจึงรองรับแมลงได้ตั้งแต่หลักล้านไปจนถึงหลักพันล้านตัว
หวัง ฟู่หมิง หรือ Wang Fuming ผู้เพาะแมลงสาบรายใหญ่อีกรายในจีน เคยมีฟาร์มถึงหกแห่ง รวมแมลงสาบประมาณ 10 ล้านตัว
เขาเคยอธิบายว่า ในช่วงที่ราคารับซื้อดี เงินลงทุนประมาณ 20 หยวนอาจสร้างรายรับกลับมาได้ประมาณ 150 หยวน
ราคาของแมลงสาบแห้งในจีนยังเคยเพิ่มจากราว 2 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เป็นประมาณ 20 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เมื่อความต้องการจากโรงงานยาเพิ่มสูงขึ้น
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ผู้เพาะรายใหม่จำนวนมากเริ่มมองแมลงสาบไม่ใช่ศัตรูในบ้าน แต่เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง
เหตุการณ์สยองที่พิสูจน์ว่า ธุรกิจนี้พลาดเพียงครั้งเดียวไม่ได้
แม้แมลงสาบจะเลี้ยงง่าย แต่มันมีความเสี่ยงที่ทำให้ชุมชนรอบข้างหวาดระแวง
ในปี 2013 ฟาร์มแห่งหนึ่งในมณฑลเจียงซูถูกทำลาย ส่งผลให้แมลงสาบอย่างน้อย หนึ่งล้านตัว หลุดออกจากพื้นที่เลี้ยงและกระจายไปยังบริเวณรอบ ๆ
เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคต้องส่งทีมเข้าไปตรวจสอบและวางแผนกำจัดพวกมัน
เหตุการณ์นี้ทำให้ฟาร์มขนาดใหญ่ต้องออกแบบระบบป้องกันหลายชั้น เช่น
ประตูสองตอน
ผนังผิวเรียบ
ตาข่ายปิดช่องระบายอากาศ
ร่องน้ำรอบอาคาร
และระบบควบคุมอุณหภูมิ
ฟาร์มแห่งหนึ่งถึงขั้นทำคูน้ำที่มีปลาอยู่รอบพื้นที่เลี้ยง เพื่อให้ปลากินแมลงสาบที่อาจพยายามหลุดออกมา
เพราะหากแมลงสาบนับล้านตัวหลุดออกพร้อมกัน เจ้าของอาจไม่ได้สูญเสียเพียงผลผลิต แต่ยังอาจสูญเสียความไว้วางใจจากชุมชนทั้งหมดในคืนเดียว
จากฟาร์มสัตว์แปลก สู่โรงงานกำจัดขยะที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
ในช่วงแรก ฟาร์มแมลงสาบถูกมองว่าเป็นเพียงธุรกิจขายวัตถุดิบให้โรงงานยา
แต่ภายหลัง หลายบริษัทเริ่มมองเห็นความสามารถอีกด้านหนึ่ง นั่นคือการกำจัดขยะอาหาร
แมลงสาบสามารถกินเศษอาหารได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ทุกขั้นตอน และหลังจากโตเต็มที่ ตัวของมันยังสามารถนำไปทำอาหารสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นได้
จึงเกิดระบบที่มีรายได้และประโยชน์หลายต่อพร้อมกัน
เมืองลดปริมาณขยะ
ฟาร์มได้อาหารต้นทุนต่ำ
แมลงเปลี่ยนอาหารเหลือทิ้งเป็นโปรตีน
และผลผลิตถูกขายต่อสู่อุตสาหกรรม
จากสัตว์ที่คนพยายามกำจัด มันจึงกลายเป็นแรงงานขนาดจิ๋วที่กินขยะอยู่ตลอดทั้งวัน
เจ้าของฟาร์มแมลงสาบ เขารวย?
หลี่เคยขายโทรศัพท์มือถือ ก่อนนำเงินประมาณหนึ่งล้านหยวนไปลงทุนสร้างฟาร์มแมลงสาบที่มีสัตว์อยู่ประมาณ 3.4 ล้านตัว
เขาขายผลผลิตให้ทั้งโรงงานยา ฟาร์มหมู ฟาร์มปลา และร้านอาหารบางแห่ง
แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาเริ่มจากการเป็นคนตกงาน หรือกลายเป็นมหาเศรษฐีหลายสิบล้านจากกิจการนี้แล้ว
เขาเป็นอดีตเจ้าของร้านมือถือที่ยอมเสี่ยงลงทุนหลายล้านบาท เพื่อเข้าสู่ธุรกิจเลี้ยงแมลงสาบในตลาดเฉพาะทาง
ถึงจะไม่ใช่เรื่อง “เริ่มจากศูนย์แล้วรวยในคืนเดียว” ความจริงก็ยังน่าทึ่งพออยู่แล้ว
เพราะสัตว์ที่คนทั่วโลกยอมจ่ายเงินเพื่อกำจัด กลับสร้างรายได้ให้ชายคนหนึ่ง และถูกเลี้ยงในปริมาณนับล้านเพื่อป้อนให้หลายอุตสาหกรรม
สิ่งที่ทำให้เขามีรายได้ไม่ใช่เพราะแมลงสาบหายาก
แต่เพราะเขารู้ว่า ใครต้องการซื้อพวกมัน และต้องเลี้ยงให้ได้มากเพียงใดจึงจะกลายเป็นธุรกิจ
cr.
https://www.businessinsider.com/chinese-city-feeds-cockroaches-kitchen-waste-2018-12?utm_source=chatgpt.com
https://vietnamnet.vn/dang-so-nuoi-gian-lam-mon-an-dac-san-va-thuoc-chua-benh-524298.html?utm_source=chatgpt.com
https://www.latimes.com/world/la-fg-c1-china-cockroach-20131015-dto-htmlstory.html?utm_source=chatgpt.com
ส่องมูลค่าทรัพย์สินของ "ลิซ่า" เน็ตไอดอลระดับโลก
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
เรากำลังกินพลาสติกสัปดาห์ละ 1 บัตรเครดิตจริงหรือ? ความจริงของไมโครพลาสติกที่ซ่อนอยู่ในทุกมื้ออาหาร
ทำไมสุนัขถึงดมหาเจ้าของเจอ? เพราะมนุษย์ทุกคนมี “ลายเซ็นของกลิ่นกาย” ที่ไม่เหมือนใคร
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
ถ้าได้คุยกันบนดาวอังคาร เสียงที่ได้ยินอาจเพี้ยนเหมือนเทปยืด จนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
เปิดอันดับจังหวัดที่มีผู้ค้าลอตเตอรี่มากที่สุดในประเทศไทย
เคยสังเกตไหม? ทำไมกาสิโนแทบทุกแห่งถึงไม่มีนาฬิกาและไม่มีหน้าต่าง คำตอบคือทำให้คุณลืมเวลา
เปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?
เรื่องเล่าที่คนแชร์กันไม่หยุด! ชาร์ลี แชปลิน เคยลงประกวดคนหน้าเหมือนตัวเองแล้วแพ้จริงหรือ?
ติ่งสีชมพูเล็กๆ ที่หัวตา ไม่ได้มีไว้เฉยๆ แต่มันคือร่องรอยจากเปลือกตาชั้นที่ 3 ของบรรพบุรุษเรา
ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลก





