ใช้เวลาเขียนแค่ 8 ชั่วโมง! แอปที่ไม่มีฟีเจอร์อะไรเลย แต่กลับทำให้นักลงทุนยอมควักเงิน 30 ล้านบาท
แอปที่แทบ “ไม่ได้ทำอะไรเลย” แต่กลับได้เงินลงทุนกว่า 30 ล้านบาท
หลายคนเชื่อว่า แอปที่ประสบความสำเร็จต้องมีฟีเจอร์ครบ ทั้งแชต โทร วิดีโอ และ AI
แต่ในปี 2014 กลับมีแอปหนึ่งที่ทำได้เพียง ส่งคำว่า "Yo" ไปหาเพื่อน
เมื่อ โมเช โฮเกก ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี Mobli ต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้เขาส่งสัญญาณสั้น ๆ ไปหาผู้ช่วยหรือภรรยาได้ทันที
เขาไม่ต้องการเปิดแอปแชต พิมพ์ข้อความ หรือเสียเวลาเลือกคำ เพียงอยากกดปุ่มครั้งเดียว เพื่อบอกอีกฝ่ายประมาณว่า
“มาหาหน่อย”
“ฉันนึกถึงคุณ”
“ถึงเวลาแล้ว”
หรือ “ดูโทรศัพท์ด้วย”
เขาจึงขอให้นักพัฒนาชาวอิสราเอลชื่อ ออร์ อาร์เบล สร้างแอปง่าย ๆ ขึ้นมา
มันเรียบง่ายเสียจนในช่วงแรก Apple เคยปฏิเสธไม่ให้นำขึ้น App Store เพราะเห็นว่าแอปมีความสามารถน้อยเกินไป
แต่ความ “น้อยเกินไป” นี่เอง กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกอยากลอง
📱 แอปนี้ทำอะไรได้บ้าง? คำตอบคือ...แทบไม่มีอะไรเลย
เมื่อเปิดแอปขึ้นมา คุณจะเห็นรายชื่อเพื่อน
แตะชื่อเพื่อนหนึ่งครั้ง
ปลายทางจะได้รับการแจ้งเตือนว่า
"Yo"
จบ
ไม่มีคำอธิบายต่อ
ไม่มีช่องพิมพ์
ไม่มีอีโมจิ
ไม่มีแม้แต่ปุ่มส่งรูป
ผู้สร้างเรียกมันว่าเครื่องมือสื่อสารแบบ กดครั้งเดียวโดยไม่ต้องพิมพ์แม้แต่ตัวอักษรเดียว ความไม่ชัดเจนกลับทำให้คำคำเดียวใช้ได้หลายสถานการณ์อย่างไม่น่าเชื่อ
ความเรียบง่ายระดับสุดขั้วนี่เอง ที่ทำให้คนทั้งโลกเริ่มสงสัยว่า
"มันดังได้ยังไง?"
⏰ ใช้เวลาสร้างเพียง 8 ชั่วโมง แต่กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก
ผู้พัฒนา Or Arbel ใช้เวลาสร้างแอปนี้เพียงประมาณ 8 ชั่วโมง
จุดเริ่มต้นไม่ได้มาจากแผนธุรกิจยักษ์ใหญ่
แต่เป็นคำขอจากผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องการ
"ปุ่มเดียวที่กดแล้วอีกฝ่ายรู้ว่าฉันเรียก"
ไม่มีใครคิดว่าไอเดียเล็ก ๆ แบบนี้จะกลายเป็นแอประดับโลก
🚀 คนโหลดเพราะอยากรู้ ไม่ใช่เพราะจำเป็น
ผู้ใช้จำนวนมากยอมรับตรง ๆ ว่า
พวกเขาโหลด Yo เพราะ...
-
อยากรู้ว่ามันมีอะไร
-
อยากลองส่ง Yo กวนเพื่อน
-
อยากรู้ว่าทำไมคนถึงพูดถึง
-
จากแอปในกลุ่มพนักงาน สู่ผู้ใช้หลักหมื่นในหนึ่งเดือน
ช่วงแรก Yo ถูกส่งต่อกันเฉพาะในกลุ่มพนักงานและคนรู้จัก แต่ภายในเดือนแรกกลับมีผู้ใช้งานประมาณ 20,000 คน
เมื่อแอปถูกนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Product Hunt กระแสก็เริ่มระเบิด ผู้คนดาวน์โหลดเพราะสงสัยว่าแอปที่ส่งได้เพียงคำเดียวจะมีอะไรน่าสนใจ
ไม่นาน Yo มีผู้ใช้ประมาณ 50,000 คน และมีการส่งคำว่า Yo ไปแล้วราว 4 ล้านครั้ง ก่อนจะทะยานขึ้นติดสิบอันดับแอปฟรียอดนิยมบน App Store ของสหรัฐฯ
ความสำเร็จของมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีฟังก์ชันครบที่สุด แต่เกิดจากการที่ทุกคนอธิบายมันให้เพื่อนฟังได้ภายในไม่กี่วินาที
“โหลดแอปนี้สิ มันส่งได้แค่คำว่า Yo”
ยิ่งคนสงสัย
คนก็ยิ่งแชร์
ยิ่งแชร์
คนก็ยิ่งโหลด
กลายเป็นไวรัลแบบแทบไม่ต้องซื้อโฆษณา
💰 แล้ว 30 ล้านบาทมาจากไหน?
หลายคนเข้าใจว่า
แอปนี้ขายดีจนทำเงิน 30 ล้านบาท
แต่ความจริงคือ
มันได้รับ เงินลงทุน (Investment)
ไม่ใช่รายได้จากการขายแอป
นักลงทุนมองว่า
แม้วันนี้มันจะส่งได้แค่ "Yo"
แต่ถ้ามีผู้ใช้หลายล้านคน
อนาคตมันอาจกลายเป็นแพลตฟอร์มแจ้งเตือนขนาดใหญ่ได้
🤔 นักลงทุนเห็นอะไร ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น?
พวกเขาไม่ได้ลงทุนเพราะคำว่า "Yo"
แต่ลงทุนเพราะ
-
ผู้ใช้เพิ่มเร็วผิดปกติ
-
คนบอกต่อกันเอง
-
แอปใช้งานง่ายจนแทบไม่ต้องสอน
-
มีโอกาสต่อยอดเป็นบริการอื่น
บางครั้ง
นักลงทุนไม่ได้ซื้อ "สิ่งที่เป็นอยู่"
แต่ซื้อ "สิ่งที่มันอาจกลายเป็น"
🌍 แอปที่ไม่มีอะไร กลับติดอันดับ App Store
ภายในเวลาไม่นาน
Yo กลายเป็นหนึ่งในแอปฟรียอดนิยมของ App Store
มีผู้ใช้หลายหมื่นคน
และมีการส่งคำว่า
Yo
ไปแล้วหลายล้านครั้ง
ทั้งที่มันมีเพียงฟังก์ชันเดียว
😂 ยิ่งไร้สาระ คนยิ่งอยากแชร์
ในยุคที่ทุกบริษัทแข่งขันกันเพิ่มฟีเจอร์
Yo กลับทำตรงข้าม
มันตัดทุกอย่างออก
จนเหลือเพียง
"Yo"
ความเรียบง่ายที่เกินเหตุ
กลับกลายเป็นจุดขาย
🔓 ดังได้ไม่นาน ก็ถูกแฮ็ก
เมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัญหาก็ตามมา
นักศึกษาจาก Georgia Tech พบช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
สามารถปลอมข้อความ
ปลอมชื่อผู้ส่ง
และเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้บางส่วนได้
ข่าวนี้ทำให้ชื่อ Yo ดังยิ่งกว่าเดิม
📉 ทำไมวันนี้ไม่มีใครพูดถึง Yo แล้ว?
หลังจากกระแสเริ่มซา
ทีมพัฒนาพยายามเพิ่ม
-
ส่งรูป
-
ส่งลิงก์
-
แชร์ตำแหน่ง
-
แจ้งเตือนเว็บไซต์
แต่ยิ่งเพิ่ม
Yo ก็ยิ่งสูญเสียความเป็น
"แอปที่ส่งได้แค่คำเดียว"
สุดท้าย
มันไม่สามารถแข่งขันกับ WhatsApp, Messenger และ LINE ได้
กระแสจึงค่อย ๆ หายไป
💎 ยังมีอีกแอปที่ "แทบไม่ทำอะไรเลย" จริง ๆ
หลายคนสับสนระหว่าง
Yo
กับ
I Am Rich
I Am Rich เป็นแอปที่ราคา 999.99 ดอลลาร์
เมื่อเปิดขึ้นมา
มีเพียงรูปเพชรสีแดง
แทบไม่มีฟังก์ชันใด ๆ
มีคนซื้อเพียง 8 คน
ก่อน Apple จะลบออกจาก App Store
จึงเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการแอป
cr.
https://www.businessinsider.com/interview-with-yo-app-founder-or-arbel-2014-6?utm_source=chatgpt.com
https://www.businessinsider.com/pointless-funny-iphone-and-android-apps-2017-5?utm_source=chatgpt.com
https://www.businessinsider.de/gruenderszene/allgemein/or-arbel-yo-interview/?utm_source=chatgpt.com
https://www.cnbc.com/2014/06/18/this-app-says-yo-thats-all-and-has-raised-1-million.html?utm_source=chatgpt.com
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
นับภาษาของโลกอย่างไรเมื่อภาษาแม่กับภาษาที่สองให้ผลคนละอันดับ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมยิ่งสั่งตัวเองว่า 'อย่าเข้าเว็บชอปปิง' สมองกลับยิ่งจินตนาการถึงของชิ้นนั้นชัดขึ้นเรื่อยๆ?
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
10 อาชีพบ้านๆ ยุค 90 ที่หายไปจากชีวิตประจำวัน
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
เมล็ดแอปเปิลปล่อยไซยาไนด์ได้แค่ไหนและอันตรายหรือไม่
อำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
พบหลุมศพชายอายุ 5,000 ปีในโปแลนด์ พร้อม “สร้อยคอฟัน 42 ซี่” และกะโหลกปริศนา
พบหลุมศพชายอายุ 5,000 ปีในโปแลนด์ พร้อม “สร้อยคอฟัน 42 ซี่” และกะโหลกปริศนา
ทำไมสั่ง "ของทอด" เดลิเวอรี แล้วไม่เคยกรอบเหมือนกินที่ร้าน
10 อาชีพบ้านๆ ยุค 90 ที่หายไปจากชีวิตประจำวัน
เมล็ดแอปเปิลปล่อยไซยาไนด์ได้แค่ไหนและอันตรายหรือไม่
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย






