รายได้พนักงานส่งพัสดุในไทย สูงสุดแตะ 40,000 บาทต่อเดือนจริงหรือ?
เงินเดือนพนักงานส่งพัสดุในประเทศไทย
ปัจจุบันธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการซื้อขายสินค้าออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อาชีพ พนักงานส่งพัสดุ กลายเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีความต้องการสูง และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ขายกับผู้บริโภคทั่วประเทศ หลายคนอาจมองว่าอาชีพนี้มีรายได้ดี แต่ในความเป็นจริง รายได้ของพนักงานส่งพัสดุจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบการจ้างงาน จำนวนพัสดุที่จัดส่ง พื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงประเภทของยานพาหนะที่ใช้
เงินเดือนพนักงานส่งพัสดุในประเทศไทย
รายได้เท่าไร และขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
ปัจจุบันอาชีพพนักงานส่งพัสดุถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่มีความต้องการสูง ตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แม้รายได้ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน แต่โดยทั่วไปโครงสร้างรายได้ของพนักงานส่งพัสดุในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ดังนี้
1. พนักงานประจำ (Full-time)
พนักงานประจำจะได้รับเงินเดือนประจำ พร้อมค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากผลงาน โดยโครงสร้างรายได้มักประกอบด้วย เงินเดือนพื้นฐาน ค่าคอมมิชชันตามจำนวนพัสดุที่จัดส่งได้ ค่าโอที เบี้ยขยัน รวมถึงค่าน้ำมันหรือค่าพาหนะในบางบริษัท
- เงินเดือนพื้นฐานประมาณ 10,200–15,000 บาทต่อเดือน
- รายได้รวมเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18,000–25,000 บาทต่อเดือน และบางคนอาจสูงกว่านี้หากส่งพัสดุได้จำนวนมาก
ข้อดีของการเป็นพนักงานประจำคือมีสวัสดิการจากบริษัท เช่น ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ วันลาพักร้อน และมีรายได้พื้นฐานที่ค่อนข้างมั่นคง
2. พนักงานสัญญาจ้าง หรือวิ่งส่งแบบรายชิ้น (Freelance / Outsource)
รูปแบบนี้ไม่มีเงินเดือนประจำ แต่จะได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนพัสดุที่ส่งสำเร็จ โดยอัตราค่าจ้างเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–8 บาทต่อชิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริษัท พื้นที่ และประเภทของยานพาหนะที่ใช้
- ผู้ที่ส่งพัสดุประมาณ 60–100 ชิ้นต่อวัน มักมีรายได้ประมาณ 12,000–20,000 บาทต่อเดือน
- ผู้ที่ส่งได้ 150–200 ชิ้นต่อวัน หรือมากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีพัสดุจำนวนมาก อาจมีรายได้สูงถึง 30,000–40,000 บาทต่อเดือน หรือมากกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม พนักงานในรูปแบบนี้มักต้องรับผิดชอบค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง และค่าเสื่อมสภาพของรถด้วยตนเอง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้
รายได้ของพนักงานส่งพัสดุไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ได้แก่
- ประเภทของยานพาหนะ ผู้ที่ใช้รถกระบะตู้ทึบหรือรถตู้มักมีรายได้สูงกว่าผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ เพราะสามารถบรรทุกพัสดุได้มากกว่าและรับงานขนาดใหญ่ได้
- พื้นที่จัดส่ง เขตเมืองหรือย่านธุรกิจที่มีพัสดุจำนวนมาก จะช่วยให้ส่งสินค้าได้หลายรอบต่อวัน ทำให้รายได้สูงกว่าพื้นที่ชนบท
- ช่วงเทศกาลและแคมเปญออนไลน์ เช่น 9.9, 11.11, 12.12 หรือช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้พนักงานส่งพัสดุมีโอกาสสร้างรายได้จากค่าคอมมิชชันและค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มขึ้น
โดยสรุป รายได้ของพนักงานส่งพัสดุในประเทศไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจ้างงาน จำนวนพัสดุที่จัดส่ง พื้นที่ปฏิบัติงาน และความขยันของแต่ละคน โดยรายได้เฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 18,000–30,000 บาทต่อเดือน และผู้ที่ทำงานในพื้นที่ที่มีปริมาณงานสูงหรือมีประสบการณ์มาก ก็สามารถมีรายได้เกิน 40,000 บาทต่อเดือน ได้เช่นกัน
เขียนโดย Judsee
ความรู้ทั่วไป สาระความสำคัญ
ในประเทศและต่างประเทศ
ดาวจริงไม่มี 5 แฉก แล้วสัญลักษณ์ ⭐ มาจากไหน?
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
ขนมจีนน้ำเงี้ยว ทำไมชามเดียวถึงกลายเป็นเมนูที่หลายคนคิดถึงไม่รู้ลืม
กินทุเรียนแล้วดื่มเหล้า อันตรายจริงไหม ทำไมถึงมีคนเตือนกันมานาน
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
ไม้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
เปิดอันดับจังหวัดที่มีผู้ค้าลอตเตอรี่มากที่สุดในประเทศไทย
เจาะลึก “บาลุต” (Balut) ไข่ข้าวสตรีทฟู้ดวัดใจแห่งฟิลิปปินส์
10 อินฟลูเอนเซอร์เมืองไทยที่มีผู้ติดตามมากที่สุด
มหัศจรรย์แห่ง ทะเลสาบกลางขุนเขาไทย ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องอยากมา
กินทุเรียนแล้วดื่มเหล้า อันตรายจริงไหม ทำไมถึงมีคนเตือนกันมานาน
ขนมจีนน้ำเงี้ยว ทำไมชามเดียวถึงกลายเป็นเมนูที่หลายคนคิดถึงไม่รู้ลืม
ไม้ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
ดาวจริงไม่มี 5 แฉก แล้วสัญลักษณ์ ⭐ มาจากไหน?
ทำไมซีรีส์เกาหลีถึงครองใจผู้ชมทั่วโลก เบื้องหลังความสำเร็จของ K-Drama
นกเขาขันรับเช้าวันอาทิตย์ + ฝนพรำกลางเดือน — รวมสัญญาณธรรมชาติผสมสถิติ งวด 16 ส.ค. 69








