เก่งแค่ไหนก็รอดยาก-5 สุสานโบราณที่สร้างทางหลอกโจรให้เจาะยากที่สุดในโลก
สุสานโบราณหลายแห่งไม่ได้สร้างขึ้นมาเพียงเพื่อฝังร่างเท่านั้น แต่สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการบุกรุกโดยเฉพาะ คนโบราณใช้เวลาหลายสิบปีคิดแผนผัง วางกับดัก ขุดทางหลอก ก่อผนังตัน ทำทางลาดชันให้สับสน จนคนที่ลักลอบขุดค้นต่อให้ชำนาญเรื่องทิศทางขนาดไหนก็มักจะวนกลับมาที่เดิม หรือไปสุดทางตันที่ไม่มีอะไรเลย
1.มหาพีระมิดแห่งคูฟูที่กีซา ประเทศอียิปต์ สุสานแห่งนี้สร้างราว พ.ศ. 203 ก่อนคริสตกาลถึง พ.ศ. 244 ก่อนคริสตกาล (ค.ศ. 2580 ถึง 2560 ก่อนคริสตกาล) และยังคงเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน ภายนอกดูเหมือนเป็นทรงเรขาคณิตเรียบง่าย แต่ภายในกลับเป็นเขาวงกตสามมิติของจริง ทางเดินหลักที่เรียกว่าแกรนด์แกลเลอรีเป็นทางลาดสูงชันเกือบเก้าเมตร ยาวเกือบห้าสิบเมตร เพดานทำเป็นขั้นบันไดซ้อนกันเพื่อกระจายน้ำหนัก
แต่ที่ทำให้หลงก็คือทางเดินย่อยที่แตกออกไปแบบไม่มีป้ายบอก ทางเดินลงด้านล่างที่เรียกว่าทางเดินลดระดับจะพาลงไปสู่ห้องใต้ดินที่ขุดไม่เสร็จ เป็นห้องโล่งที่ไม่มีอะไรเลย เหมือนทำไว้ให้ขโมยดีใจเก้อแล้วต้องเดินย้อนกลับขึ้นมาใหม่ ขณะที่ทางเดินขึ้นด้านบนจะพาไปสู่ห้องของพระราชินีและห้องของพระราชาซึ่งปิดด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่หลายแท่ง แต่ละแท่งหนักหลายสิบตันและวางสไลด์ปิดทางเอาไว้ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือเมื่อ พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ทีมสำรวจใช้เทคโนโลยีสแกนความร้อนพบช่องว่างยาวด้านหลังทางเข้าหลัก ซึ่งเชื่อว่าเป็นทางเดินหลอกอีกชุดที่ตั้งใจทำไว้เพื่อเบี่ยงความสนใจ แสดงว่าคนออกแบบได้วางแผนซ้อนแผนเอาไว้หลายชั้น คนที่ลอดเข้ามาทางปล่องขโมยที่ขุดโดยคนงานในยุคกลางตอน พ.ศ. 1373 (ค.ศ. 830) ก็ยังต้องคลานผ่านปล่องแคบสูงไม่ถึงเมตร ก่อนจะมาโผล่ที่จุดกึ่งกลางของทางลาดแล้วต้องเลือกว่าจะขึ้นหรือลง หลายคณะที่เข้ามาสำรวจในช่วงแรกบันทึกไว้ตรงกันว่าใช้เวลาหลายชั่วโมงเพียงเพื่อหาทางกลับออกไปยังจุดเดิม
2.พีระมิดของฟาโรห์อเมนเอมฮัตที่ 3 แห่งราชวงศ์ที่สิบสอง อยู่ทางใต้ของกีซาเล็กน้อยที่ดาห์ชูร์และฮาวารา สร้างราว พ.ศ. 387 ก่อนคริสตกาลถึง พ.ศ. 342 ก่อนคริสตกาล (ค.ศ. 1850 ถึง 1805 ก่อนคริสตกาล) ที่แห่งนี้ได้รับฉายาจากชาวกรีกโบราณว่าลาบิรินท์หรือวงกต เพราะเฮโรโดตัสที่เดินทางมาเห็นเมื่อราว พ.ศ. 43 ก่อนคริสตกาล (ค.ศ. 500 ก่อนคริสตกาล) เขียนไว้ว่ามีห้องมากถึงสามพันห้อง ครึ่งหนึ่งอยู่ใต้ดิน ความจริงอาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่โครงสร้างของพีระมิดฮาวาราบ่งบอกความตั้งใจในการทำให้หลงได้อย่างชัดเจน
ทางเข้าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ด้านเหนือเหมือนพีระมิดทั่วไป แต่อยู่ด้านใต้และต้องอ้อมผ่านวิหารฝังพระศพขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสาและโถงที่หน้าตาเหมือนกันหมดเหมือนกระจกสะท้อน เมื่อผ่านประตูมาแล้วจะเจอทางเดินที่หักมุมฉากถึงหกครั้ง แต่ละครั้งจะเจอห้องตันที่ก่อปิดด้วยหินปูน มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่พื้นมีช่องลับซ่อนอยู่ใต้แผ่นหิน ต้องยกแผ่นหินหนักหลายตันออกจึงจะเห็นปล่องแคบที่พาลงไปอีกชั้น ห้องฝังพระศพจริงอยู่ลึกลงไปและปิดด้วยแท่นหินควอตซ์ไซต์หนักกว่า 45 ตัน มีฝาปิดแบบเลื่อนจากด้านบนลงมาและไม่มีมือจับให้เปิดจากภายนอกเลย วิศวกรสมัยนั้นตั้งใจให้เมื่อปิดแล้วจะไม่มีทางเปิดได้อีก ระบบทางเดินที่วกวนนี้ทำให้ขโมยจำนวนมากขุดอุโมงค์ผิดทางจนทะลุไปเจอโคลนใต้ดินที่น้ำจากทะเลสาบโมเอริสซึมเข้ามา สุดท้ายต้องล่าถอยกลับออกไปมือเปล่า
3.สุสาน KV17 ของฟาโรห์เซติที่ 1 และสุสาน KV5 ที่อยู่ใกล้กัน บริเวณหุบผากษัตริย์ฝั่งตะวันตกของเมืองลักซอร์ โดยเฉพาะสุสาน KV17 สร้างเมื่อราว พ.ศ. 353 ก่อนคริสตกาลถึง พ.ศ. 342 ก่อนคริสตกาล (ค.ศ. 1290 ถึง 1279 ก่อนคริสตกาล) ถือเป็นสุสานที่ยาวที่สุดและลึกที่สุดแห่งหนึ่งในหุบเขา ทางเดินหลักทอดยาวกว่า 130 เมตร ลาดลงสู่ใต้ดินเป็นขั้นบันไดสลับกับโถงเสา แต่ละโถงตกแต่งด้วยภาพเขียนสีสดที่เหมือนกันจนแยกยาก จุดที่ทำให้หลงที่สุดคือปล่องลึกที่ขุดดิ่งลงไปกลางทางเดิน เชื่อกันว่าขุดไว้เพื่อดักน้ำและดักขโมย คนที่เดินเพลินมองแต่ภาพเขียนบนผนังอาจตกลงไปได้ง่าย ผ่านปล่องนั้นไปจะเจอทางแยกที่ด้านหนึ่งเป็นห้องที่ตกแต่งเสร็จสวยงามแต่เป็นห้องหลอก ไม่มีโลงอยู่เลย ส่วนทางที่แท้จริงต้องเลี้ยวผ่านช่องเล็กที่ต้องก้มตัวแล้วจึงจะเจอห้องเสาหกต้นก่อนจะถึงห้องฝังพระศพที่เพดานเป็นรูปดวงดาว
ส่วน KV5 ซึ่งเป็นสุสานของโอรสของรามเสสที่ 2 นั้นยิ่งสับสนกว่าเดิมเพราะเป็นสุสานหมู่ที่มีห้องมากกว่า 120 ห้อง แตกกิ่งเหมือนรังผึ้ง ทางเดินหลักแตกออกเป็นทางย่อยหลายสิบทาง แต่ละทางไปสุดที่ห้องเล็กที่มีโลงของเจ้าชายองค์ต่างๆ ผู้ที่ไม่ได้ทำแผนที่ไว้จะจำไม่ได้เลยว่าห้องไหนเดินผ่านไปแล้ว ห้องไหนยังไม่ได้ผ่าน จนต้องใช้เชือกผูกนำทางแบบนักสำรวจถ้ำ
4.สุสานของจักรพรรดิองค์แรกของจีน จิ๋นซีฮ่องเต้หรือฉินสื่อหวงตี้ ที่เมืองซีอาน สุสานแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 273 ก่อนคริสตกาล (ค.ศ. 246 ก่อนคริสตกาล) ตั้งแต่พระองค์ยังทรงพระเยาว์และใช้แรงงานหลายแสนคนต่อเนื่องกว่าสามสิบปี บันทึกของซือหม่าเชียนที่เขียนในราว พ.ศ. 434 ถึง พ.ศ. 444 (ค.ศ. 109 ถึง 91 ก่อนคริสตกาล) เล่าไว้ว่าภายในมีแม่น้ำปรอทไหลเวียนด้วยกลไก มีกับดักธนูที่ผูกไว้กับเส้นลวดพร้อมยิงใส่ผู้บุกรุกตลอดเวลา การขุดค้นทางธรณีฟิสิกส์สมัยใหม่เมื่อ พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) พบว่าระดับปรอทในดินรอบเนินสุสานสูงกว่าปกติหลายร้อยเท่า ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกนั้น
สิ่งที่ทำให้สุสานแห่งนี้เดินยากไม่ใช่แค่กับดัก แต่เป็นผังที่จำลองอาณาจักรทั้งอาณาจักร มีทางเดินที่สร้างตามตำแหน่งของแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซี มีห้องเก็บอาวุธ ห้องเก็บรถม้า ห้องเก็บกองทหารดินเผานับพันตัวที่ยืนเรียงกันเป็นแถวในคูน้ำรูปตัวที แต่ละคูเชื่อมต่อกันด้วยทางเดินใต้ดินที่ระดับความลึกต่างกัน บางจุดเป็นดินอัดแน่นที่ต้องขุดผ่าน บางจุดเป็นทางระบายน้ำที่น้ำท่วมขังตลอดปี นักโบราณคดีที่ทำงานในบริเวณกองทัพดินเผาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 (ค.ศ. 1974) จนถึงปัจจุบันยังสำรวจไม่ครบทุกคู เพราะเมื่อเปิดคูหนึ่งก็มักพบทางตันที่ก่ออิฐปิดไว้หรือทางที่ทรุดตัวลงไปแล้ว การจะไปถึงห้องพระศพกลางที่เชื่อว่ายังไม่เคยมีใครเปิดได้นั้นต้องผ่านเขาวงกตของคูทหารเหล่านี้ก่อน ซึ่งจนถึง พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) รัฐบาลจีนก็ยังไม่อนุญาตให้ขุดเนินดินหลักเพราะกลัวโครงสร้างภายในเสียหายและกลัวไอปรอท
5.วิหารแห่งศิลาจารึกซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์ปากัลมหาราชแห่งอาณาจักรมายา บริเวณป่าฝนของเม็กซิโกที่เมืองปาเลงเก สร้างราว พ.ศ. 1126 ถึง พ.ศ. 1226 (ค.ศ. 683 ถึง 683) ภายนอกดูเป็นพีระมิดขั้นบันไดเก้าชั้นสูงตระหง่าน แต่ความลับอยู่ภายใน นักโบราณคดีอัลแบร์โต รุซ ลุยลิเยร์ ใช้เวลาสี่ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) ค้นหาจนพบว่าพื้นของวิหารชั้นบนมีแผ่นหินแผ่นหนึ่งที่มีรูสำหรับสอดเชือกยก แผ่นหินนั้นปิดปล่องบันไดที่เต็มไปด้วยเศษหินและดินที่ตั้งใจถมไว้เพื่อปิดทาง บันไดนั้นไม่ได้ทอดตรงลงไป แต่หักมุมไปมาถึงหกครั้ง แต่ละครั้งมุมแคบจนต้องตะแคงตัว และมีช่องเล็กที่หันไปเจอห้องบูชาบรรพบุรุษซึ่งไม่มีทางไปต่อ เหมือนทำไว้ให้คนที่แอบลงมาหลงคิดว่าถึงแล้ว
แต่เมื่อลงลึกประมาณยี่สิบกว่าเมตรจึงจะถึงห้องใต้ดินที่มีโลงหินขนาดใหญ่ฝาปิดหนักห้าตัน บนฝาโลงสลักภาพต้นไม้แห่งชีวิตอันโด่งดัง ผนังห้องมีทางเดินเล็กที่ขุดต่อไปแล้วตัน เหมือนตั้งใจขุดหลอกให้คนคิดว่ายังมีห้องลับอีกชั้น นักสำรวจยุคแรกที่ลงไปถึงต้องใช้เวลาหลายวันค่อยขนเศษหินออกทีละตะกร้าเพราะอากาศเบาบางและทางแคบมาก หากไม่มีความอดทนก็อาจคิดว่าสุสานจบลงแค่ห้องบูชาด้านบนแล้วกลับออกไปโดยไม่ได้เห็นห้องพระศพที่แท้จริงเลย
คนโบราณตั้งใจสร้างสุสานทั้งห้าแห่งนี้ด้วยจุดร่วมเดียวกันคือไม่ได้พึ่งพาเพียงความแข็งแรงของหินในการป้องกันผู้บุกรุกและหัวขโมยปล้มสุสาน แต่ต้องการสร้างความสับสนของคนที่บุกเข้ามาอีกชั้นหนึ่งด้วยทางเดินที่ดูเหมือนจะพาไปข้างหน้ากลับพากลับไปที่เดิม ประตูที่ดูเหมือนทางออกกลับเป็นผนังทึบ ห้องสวยงามที่ดูเหมือนห้องสำคัญกลับว่างเปล่า คนโบราณเข้าใจจิตวิทยาของผู้บุกรุกดีว่าเมื่อเจอทางตันหลายครั้ง ความกลัวและความเหนื่อยจะทำให้ตัดสินใจผิดพลาดและรีบออกจากสุสานไปเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมสุสานเหล่านี้จึงยังคงรักษาความลับไว้ได้นานนับพันปี แม้เทคโนโลยีปัจจุบันจะก้าวหน้าไปมากก็ตาม
หุ้น SpaceX ร่วงแรง สะเทือนแผน IPO ของ OpenAI
ล็อตเตอรี่ 1 ใบ สามารถถูกได้สูงสุดถึง 3 รางวัลพร้อมกัน ในงวดเดียวกัน
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
คปภ.แจงประกัน 5 ล้านของฮลุน โซโล่ คุ้มครองกรณีใดบ้าง
4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุด
เปิด 5 เรื่องที่ประเทศไทยติดอันดับโลก สร้างชื่อเสียงในเวทีนานาชาติ
ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
เปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?
หนังสือโบราณกลับคืนสู่ห้องสมุดหลังจากหายไป 150 ปี! ถูกพบว่ามีค่าปรับค้างชำระจำนวนมหาศาล
เจาะลึกกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโลกโซเชียล! เมื่อแฟชั่น ‘น้ำแช่เท้า’ (Feet Juice) ลามระบาดข้ามทวีปสู่งานคอสเพลย์ประเทศจีน
"ขนมไข่ปลา" ไม่มีไข่ปลาเลย แล้วเหตุใดถึงเรียกชื่อนี้?
"เวนิส" ไม่ได้ลอยบนน้ำ แต่ตั้งอยู่บน "ป่าไม้ใต้น้ำ" กว่า 15 ล้านต้น
รายงานชี้ Tesla อาจแยกธุรกิจจีน แต่มัสก์โต้ว่าไม่เป็นความจริง
บรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จ
🐶 คนเกิดปีจอ + เกิดเดือนสิงหาคม: เปิดพิกัดขุมทรัพย์ โชคลาภพุ่งเข้าหาจากทางไหน?
ความเชื่อเรื่องไฝบนร่างกาย จุดไหนพาชีวิตปัง จุดไหนพาชีวิตพัง
☯️ ปีชงกลางปี 25694 นักษัตรต้องรีบ "แก้ชง" ก่อนสิ้นสิงหาคม! ปลดล็อกมรสุม ปลุกโชคใหญ่รับครึ่งปีหลัง
รวม 5 ตัวเลขต้องห้ามบนทะเบียนรถ ที่สายมูเชื่อว่าขับแล้วมีแต่เรื่อง