หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ขนมไข่ปลา" ไม่มีไข่ปลาเลย แล้วเหตุใดถึงเรียกชื่อนี้?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

"ขนมไข่ปลา" ไม่มีไข่ปลาเลย แล้วเหตุใดถึงเรียกชื่อนี้?

แค่ได้ยินชื่อ หลายคนอาจเผลอคิดไปไกลว่าเป็นเมนูคาว หรืออย่างน้อยก็ต้องมี "ไข่ปลา" ผสมอยู่บ้าง แต่ความจริงแล้ว ขนมไทยสีเหลืองทองหน้าตาแปลกตาชนิดนี้ ไม่มีเนื้อปลา และไม่มีไข่ปลาผสมอยู่เลยแม้แต่หยดเดียวครับ!

"ขนมไข่ปลา" เป็นขนมไทยโบราณที่ปัจจุบันหาทานยากขึ้นทุกที เสน่ห์ของมันอยู่ที่กลิ่นหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเนื้อตาลแท้ ๆ เนื้อแป้งที่เคี้ยวแล้วเหนียวนุ่มหนึบหนับ รสชาติหวานละมุนกำลังดี และยิ่งพอได้เคี้ยวคู่กับมะพร้าวทึนทึกขูดโรยเกลือคลุกคลิก ความมันและเค็มอ่อน ๆ จะช่วยตัดรสหวานได้อย่างลงตัวที่สุด

ชื่อ "ไข่ปลา" เพราะรูปร่าง ไม่ใช่เพราะวัตถุดิบ

ที่มาของชื่อนั้นตรงไปตรงมากว่าที่คิดครับ ในขั้นตอนการทำ คนโบราณจะปั้นแป้งเป็นชิ้นเล็ก ๆ คลึงเป็นเส้นเรียวยาว แล้วใช้นิ้วม้วนงอปลายทั้งสองข้างเข้าหากัน รูปร่างที่ได้จึงออกมาโค้ง ๆ มน ๆ ดูคล้ายกับ "ไข่ปลาสลิด" คนสมัยก่อนเห็นอย่างไรก็เรียกอย่างนั้น จึงกลายเป็นชื่อ "ขนมไข่ปลา" ติดปากมาจนถึงทุกวันนี้

นี่ถือเป็นอารมณ์ขันและเสน่ห์ในการตั้งชื่ออาหารของคนไทยโบราณครับ ที่มักหยิบจับรูปทรงรอบตัวมาเปรียบเปรยเปรียบเทียบ (คิดดูสิครับ ขนาด "ขนมลูกชุบ" ยังไม่มีผลไม้จริง หรือ "ขนมขี้หนู" ก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับหนูเลยสักนิดเดียว)

สีเหลืองทองชวนกิน ได้มาจากไหน?

สีส้มอมทองที่สวยสะดุดตาของขนมชนิดนี้ ไม่ได้เกิดจากการหยดสีผสมอาหาร หรือการใช้ไข่แดงช่วยเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ 100% จาก "เนื้อลูกตาลสุก" ซึ่งนอกจากจะให้สีเหลืองนวลชวนน้ำลายสอแล้ว ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ขนมมีกลิ่นหอมหวานละมุนเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย

ส่วนผสมหลักของขนมไข่ปลา

สูตรเด็ดเคล็ดลับอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบ้านและแต่ละท้องถิ่น แต่วัตถุดิบหลักยืนพื้นที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ:

ยุคนี้เราอาจเริ่มเห็นสูตรประยุกต์ที่ใช้ เผือก หรือ ฟักทอง แทนเนื้อตาลเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นรสสัมผัสแบบดั้งเดิมที่นักกินโหยหา ก็ต้องยกให้สูตรที่ทำจาก เนื้อตาล เท่านั้นครับ

ขั้นตอนการทำ: ไม่ได้ทอด แต่ใช้ "ต้มในน้ำเชื่อม" จนลอย

เมื่อนวดแป้งผสมกับเนื้อตาลจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว คนทำจะค่อย ๆ ปั้นและงอโค้งทีละชิ้นให้คล้ายไข่ปลา ก่อนจะหย่อนลงไปต้มในน้ำเชื่อมร้อน ๆ ที่ลอยใบเตยเตรียมไว้

เคล็ดลับอยู่ตรงนี้ครับ... เมื่อแป้งสุกได้ที่ ตัวขนมจะค่อย ๆ ลอยขึ้นมาเหนือน้ำเชื่อมอย่างน่ารัก คนทำจะรีบช้อนขึ้นมาพักไว้ แล้วนำไปคลุกเคล้ากับมะพร้าวทึนทึกขูดเกลือทันที

รสสัมผัสที่ได้จึงเป็นความ เหนียวนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นตาลอวลในปาก หวานฉ่ำน้ำเชื่อม และตบท้ายด้วยความมันเค็มของมะพร้าว เป็นรสชาติที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ

จากขนมพื้นบ้าน สู่ "ของหายาก" ที่ใกล้สูญหาย

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเราแทบไม่เคยเห็นขนมไข่ปลาตามท้องตลาดเลย? เหตุผลหลักเป็นเพราะการเตรียม "เนื้อตาลสุก" นั้นมีกรรมวิธีที่ซับซ้อนมาก ต้องรอคอยให้ถึงฤดูกาลที่ลูกตาลร่วง นำมาปอกเปลือก ยีเนื้อ แช่น้ำ และต้องห่อผ้าทับน้ำเพื่อไล่รสขมและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวออกข้ามคืน แถมการปั้นแป้งทีละชิ้นยังต้องใช้เวลา ความเพียร และฝีมือที่ประณีตสูง เมื่อคนทำรุ่นเก่าค่อย ๆ ลดยอดลง ขนมชนิดนี้จึงพลอยจางหายไปจากความทรงจำ

เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา รายการหม้อข้าวหม้อแกงของ Thai PBS ได้พาไปตามรอย "ขนมไข่ปลาเมืองสุพรรณ" ถึงบ้านต้นตาล อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเรียนรู้สูตรดั้งเดิมจากคุณยายต้นตำรับ สะท้อนให้เห็นว่า ขนมชนิดนี้ไม่ใช่เพียงแค่ของหวานจานหนึ่ง แต่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาอาหารไทยที่พวกเราควรร่วมกันสืบสานและอนุรักษ์ไว้ก่อนจะเหลือเพียงแค่ชื่อ

สรุป: ขนมไข่ปลาไม่มีไข่ปลา เพราะชื่อนี้ตั้งตาม "รูปร่าง" ที่คล้ายไข่ปลานั่นเอง!

ส่วนตัวผมมองว่าเสน่ห์ของขนมไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่รสชาติ แต่อยู่ที่เรื่องเล่า อารมณ์ขัน และจินตนาการอันล้ำลึกของคนโบราณในการตั้งชื่อ บางชื่อฟังแล้วชวนให้งงในตอนแรก แต่พอได้รู้เบื้องหลังและที่มา กลับทำให้เราทานขนมจานนั้นได้อย่างสนุกและมีความหมายยิ่งขึ้นครับ

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ เคยกิน "ขนมไข่ปลา" กันบ้างไหม? หรือแถวบ้านของใครมีสูตรที่แตกต่างออกไป (เช่น ใช้ฟักทองหรือเผือก) ลองคอมเมนต์มาอวดและแบ่งปันเรื่องราวกันหน่อยครับ!

ภาพประกอบ: สร้างด้วย AI เพื่อประกอบเนื้อหา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

Thai PBS รายการหม้อข้าวหม้อแกง – ตามรอยไข่ปลาเมืองสุพรรณ
ลิงก์อ้างอิง: https://www.thaipbs.or.th/program/MhoKhaoMhoGang/episodes/116300
เดลินิวส์ – "ขนมไข่ปลา" หอมอร่อย ขนมโบราณที่คนไม่หลงลืม
ลิงก์อ้างอิง: https://www.dailynews.co.th/articles/2421490/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 157 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนสาระรอบตัว • ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อป • วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว | เล่าเรื่องที่คนคุ้นเคยให้เห็นมุมใหม่ อ่านง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีส่อง “เลขน่าซื้อที่สุด” งวด 1 ก.ย. 2569 คัดเฉพาะเลขชนสำนักดัง ลุ้นรวยรับต้นเดือน! (รวมมิตรจบในกระทู้เดียว)5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ส่องเลขเด็ด AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ก.ย. 2569 คัดตัวเต็งที่น่าซื้อที่สุดมาให้แล้วค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท แล้วถ้าใช้ 350 หน่วย บิลทั้งก้อนจะถูกคิดยังไง?สลาก 5 ภาค งวด 1/9/69 เปิดแนวทางเลขเด็ด เลขดัง คอหวยลองส่องชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกหมาไทยทำไมต้องหลังอานอำเภอของไทยที่เสี่ยงอันตรายที่สุด ที่จะเจอกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
อะโวคาโดกินกับอะไรอร่อย? รวมเมนูคู่เด็ด ทั้งหวานทั้งคาว กินง่ายจนหยุดไม่ได้ปอเปี๊ยะไส้กุยช่ายทอดกรอบเมนูทานเล่น อร่อย ทำง่าย10 ขนมที่ผ่านกาลเวลาจากยุค 90 จนมาถึงปัจจุบันมะเขือเทศสดควรเก็บนอกตู้เย็นเพื่อรักษากลิ่นและเนื้อสัมผัส
ตั้งกระทู้ใหม่