หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ฝนตกแล้วรถลื่น เพราะน้ำฝนหรือคราบน้ำมันบนถนนกันแน่

เขียนโดย ยายขี้บ่น

หลายคนคิดว่าน้ำฝนคือสาเหตุหลักที่ทำให้รถลื่น แต่ความจริงมีช่วงเวลาหนึ่งที่อันตรายกว่านั้นมาก

เวลาเริ่มมีฝนตกใหม่ๆ หลายคนจะรู้สึกว่ารถควบคุมยาก เบรกไม่ค่อยอยู่ หรือรถมีอาการท้ายปัด ทั้งที่ฝนเพิ่งตกได้ไม่กี่นาที จึงเกิดคำถามว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้ถนนลื่นคือ "น้ำ" หรือ "คราบน้ำมัน" กันแน่ คำตอบคือ ทั้งสองอย่างมีส่วน แต่ไม่ได้อันตรายเท่ากันในทุกช่วงของฝน

 

ช่วงที่อันตรายที่สุดคือ 10-20 นาทีแรก

บนพื้นถนนไม่ได้มีแค่น้ำมันจากรถยนต์เท่านั้น แต่ยังมีคราบยางรถ ฝุ่น ดิน เขม่า เศษผงจากผ้าเบรก และสารเคมีต่างๆ สะสมอยู่ตลอดเวลา เมื่อฝนเม็ดแรกตกลงมา สิ่งสกปรกเหล่านี้จะยังไม่ถูกชะล้างออกไป แต่จะผสมรวมกับน้ำจนกลายเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวถนน ทำให้แรงยึดเกาะของยางลดลงอย่างชัดเจน

จึงไม่ใช่น้ำเพียงอย่างเดียว แต่เป็น "น้ำที่ผสมคราบสกปรกและคราบน้ำมัน" ต่างหากที่ทำให้ลื่นที่สุด

แล้วถ้าฝนตกหนักไปสักพักล่ะ

เมื่อฝนตกต่อเนื่อง น้ำจะค่อยๆ ชะล้างคราบต่างๆ ออกจากผิวถนน ทำให้ความลื่นจากคราบน้ำมันลดลง ถนนอาจยังเปียกอยู่ แต่ผิวทางสะอาดขึ้นกว่าช่วงแรก ความเสี่ยงจากคราบน้ำมันจึงลดลง แม้ผู้ขับขี่ยังต้องระวังเรื่องระยะเบรกที่ยาวขึ้นตามปกติของถนนเปียก

 

น้ำฝนเองก็ทำให้รถลื่นได้

แม้ไม่มีคราบน้ำมัน น้ำก็ยังทำให้แรงเสียดทานระหว่างยางกับพื้นถนนลดลงอยู่ดี ยิ่งขับเร็ว น้ำจะไม่ทันถูกรีดออกจากหน้ายาง จนอาจเกิดอาการที่เรียกว่า เหินน้ำ หรือ Aquaplaning ซึ่งยางแทบไม่สัมผัสพื้นถนน ทำให้บังคับพวงมาลัยและเบรกได้ยากมาก

• ยิ่งความเร็วสูง ความเสี่ยงยิ่งเพิ่ม

• ดอกยางสึกจะรีดน้ำได้แย่ลง

• แอ่งน้ำขังทำให้เกิดอาการเหินน้ำได้ง่ายกว่าพื้นเปียกทั่วไป

 

ทำไมบางถนนลื่นกว่าถนนสายอื่น

ถนนที่มีรถบรรทุกหรือรถจำนวนมากวิ่งผ่านเป็นประจำ มักสะสมคราบยางและคราบน้ำมันมากกว่า นอกจากนี้บริเวณสี่แยก จุดกลับรถ ทางลงสะพาน และหน้าสัญญาณไฟ มักเป็นจุดที่รถเบรกและเร่งเครื่องบ่อย จึงมีคราบจากยางและน้ำมันสะสมมากเป็นพิเศษ เมื่อฝนเริ่มตกจึงรู้สึกลื่นกว่าบริเวณอื่น

ฝนเม็ดแรกไม่ใช่เวลาที่ควรรีบ แต่เป็นเวลาที่ควรชะลอ

สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดคือ ลดความเร็ว เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า หลีกเลี่ยงการเบรกหรือหักพวงมาลัยกะทันหัน และตรวจสอบสภาพยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพราะแม้ถนนจะเปียกเหมือนกัน แต่ยางที่มีดอกยางสมบูรณ์สามารถรีดน้ำได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

สรุปแล้ว หากถามว่าฝนตกแล้วรถลื่นเพราะอะไร คำตอบคือ ช่วงแรกของฝน คราบน้ำมันและสิ่งสกปรกที่ผสมกับน้ำเป็นตัวการสำคัญ ส่วนเมื่อฝนตกต่อเนื่อง แม้คราบเหล่านั้นจะถูกชะล้างออกไป แต่พื้นถนนที่เปียกก็ยังทำให้แรงยึดเกาะลดลงอยู่ดี ดังนั้นไม่ว่าฝนจะเพิ่งเริ่มตกหรือกำลังตกหนัก การขับด้วยความเร็วที่เหมาะสมยังคงเป็นวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุด

เนื้อหาโดย: ยายขี้บ่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดบรรยากาศหน้าบ้าน เตรียมจัดงานศพ “ฮลุน โซโล่” อ.สมเด็จทำไมค่าประกันรถบางคนแพงขึ้น ทั้งที่ไม่เคยชนหรือเคลมเลยผ่อนบัตรเครดิต 0% คุ้มจริงไหม หรือกำลังจ่ายแพงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัวเลขผลรวมเลขท้าย 3 งวดล่าสุด ก่อน 1 ส.ค. 69 — หาค่ากลางผสมเสียงนกและการคำนวณเมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจน้ำแข็งหลอดกับน้ำแข็งก้อน แบบไหนละลายช้ากว่ากัน?ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ทุกปี คุ้มกว่าซื้อเครื่องเดียวใช้ยาวจริงหรือเปล่าด้านมืดประเทศจอร์เจีย ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้เปิดเงินเดือน คนเก็บขยะเทศบาล ได้เท่าไหร่?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมช้างป่าถึงเริ่มออกมาหากินใกล้หมู่บ้านมากขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับผืนป่าของพวกมัน4 คณะหมอลำระดับแนวหน้าของเมืองไทยที่มี ค่าจ้างแพงที่สุดซื้อคอนโดปล่อยเช่า ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่ เมื่อการแข่งขันสูงขึ้นทุกปีล้างรถบ่อยเกินไป ทำให้สีรถเสื่อมเร็วจริงไหม หรือความจริงอยู่ที่วิธีล้างมากกว่าทำไมค่าประกันรถบางคนแพงขึ้น ทั้งที่ไม่เคยชนหรือเคลมเลย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รถจอดนานหลายวัน จำเป็นต้องสตาร์ตเครื่องไว้บ้างหรือปล่อยทิ้งได้เลยทำไมร้านอาหารหลายร้านเริ่มคิดค่ากล่องและค่าช้อนส้อมเพิ่ม ลูกค้าจ่ายแพงขึ้นเพราะอะไรล้างรถบ่อยเกินไป ทำให้สีรถเสื่อมเร็วจริงไหม หรือความจริงอยู่ที่วิธีล้างมากกว่าน้ำแข็งหลอดกับน้ำแข็งก้อน แบบไหนละลายช้ากว่ากัน?
ตั้งกระทู้ใหม่