รู้จัก HIV มากขึ้น แต่ทำไมการติดเชื้อรายใหม่ยังไม่หมดไป
หลายสิบปีก่อน เพียงได้ยินคำว่า HIV ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็รู้สึกหวาดกลัว เพราะในยุคนั้นการติดเชื้อแทบถูกมองว่าเป็นคำตัดสินชีวิต ผู้ป่วยจำนวนมากเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อน ขณะที่สังคมเต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและอคติ
วันนี้ภาพของ HIV เปลี่ยนไปมาก ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องสามารถมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิต ทำงาน มีความสัมพันธ์ และวางแผนครอบครัวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ระยะเอดส์ องค์การอนามัยโลกระบุว่า เอดส์คือระยะรุนแรงของการติดเชื้อ HIV และผู้ที่เข้าถึงการรักษาส่วนใหญ่จะไม่พัฒนาไปถึงระยะดังกล่าว
แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ไม่ได้หมายความว่าการติดเชื้อรายใหม่จะหายไปเอง
จากค่าคาดประมาณสถานการณ์ระดับประเทศปี 2567 ของกรมควบคุมโรค ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ประมาณ 8,124 คนต่อปี หรือคำนวณเฉลี่ยได้มากกว่า 22 คนต่อวัน แม้ตัวเลขจะลดลงจากช่วงที่การระบาดรุนแรงที่สุด แต่ก็สะท้อนว่าการแพร่เชื้อยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “เรามียารักษาดีพอหรือยัง” แต่คือเหตุใด เมื่อคนรู้จัก HIV มากขึ้น มีวิธีตรวจและป้องกันหลายทางขึ้น การติดเชื้อรายใหม่จึงยังไม่หมดไป
รู้จัก HIV ไม่ได้แปลว่าเข้าใจความเสี่ยง
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือการคิดว่า HIV เป็นเรื่องของ “คนกลุ่มอื่น” บางคนเชื่อว่าเกี่ยวข้องเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ผู้ขายบริการทางเพศ หรือผู้ใช้สารเสพติด จึงประเมินว่าตนเองไม่มีความเสี่ยง
แต่ HIV ไม่ได้เลือกอาชีพ เพศ อายุ หรือสถานะความสัมพันธ์ และไม่สามารถตัดสินได้จากรูปลักษณ์ภายนอก ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับลักษณะการสัมผัสเชื้อ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทวารหนักโดยไม่ป้องกัน การใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน และการถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกหากไม่ได้รับการป้องกันและรักษาที่เหมาะสม
การมีคู่ประจำหรืออยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวจึงไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์ หากทั้งสองฝ่ายไม่เคยตรวจ ไม่ทราบสถานะของตนเอง หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้วิธีป้องกันที่เหมาะสม
บางคนให้ความสำคัญกับการป้องกันการตั้งครรภ์ แต่กลับมองข้ามโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ขณะที่บางคนเชื่อว่าหากคู่ของตนดูแข็งแรง ไม่มีอาการ หรือใช้ชีวิตตามปกติ ก็ไม่น่าจะมีเชื้อ
ปัญหาคือผู้ติดเชื้อ HIV อาจไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายปี การมองจากสุขภาพภายนอกจึงบอกสถานะไม่ได้ องค์การอนามัยโลกระบุชัดว่า การตรวจเป็นวิธีที่จะทำให้ทราบว่าบุคคลหนึ่งมีเชื้อ HIV หรือไม่ และผลบวกจากชุดตรวจด้วยตนเองต้องได้รับการตรวจยืนยันจากสถานพยาบาลอีกครั้ง
ความสัมพันธ์ยุคดิจิทัลไม่ใช่ต้นเหตุ แต่การไม่ป้องกันคือความเสี่ยง
การทำความรู้จักผู้คนผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือแอปพลิเคชันหาคู่กลายเป็นเรื่องปกติ ความสัมพันธ์บางรูปแบบเริ่มต้นและพัฒนาอย่างรวดเร็วกว่าในอดีต แต่ตัวแอปพลิเคชันไม่ใช่สาเหตุของการติดเชื้อ
ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ไม่ทราบสถานะของตนเองและคู่ หรือไม่กล้าพูดคุยเรื่องถุงยางอนามัย การตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
สำหรับบางคน การขอให้คู่ตรวจเลือดอาจถูกตีความว่าเป็นการไม่ไว้วางใจ การหยิบถุงยางอนามัยขึ้นมาอาจทำให้รู้สึกเขิน หรือกลัวบรรยากาศของความสัมพันธ์สะดุด ทั้งที่การพูดคุยเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่การกล่าวหา แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกัน
การป้องกันไม่ได้มีเพียงถุงยางอนามัย
ถุงยางอนามัยยังเป็นวิธีพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงจาก HIV โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด และการตั้งครรภ์ไม่พร้อม แต่ปัจจุบันยังมีเครื่องมือป้องกันเพิ่มเติม ได้แก่
PrEP คือยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ไม่มีเชื้อ HIV ที่อาจมีความเสี่ยงต่อเนื่อง โดยต้องตรวจ HIV ก่อนเริ่มยาและรับประทานหรือรับยาตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
PEP คือยาป้องกันหลังมีเหตุเสี่ยง เช่น ถุงยางอนามัยแตกหรือมีเพศสัมพันธ์ที่อาจสัมผัสเชื้อ ต้องเริ่มให้เร็วที่สุดและไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเหตุเสี่ยง ยิ่งเริ่มเร็วเท่าใด โอกาสป้องกันยิ่งดีขึ้น
ข้อมูลจาก HIV INFO HUB ของกรมควบคุมโรคระบุว่า คนไทยสามารถตรวจ HIV ฟรีปีละ 2 ครั้งในโรงพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมถึงเข้าถึง PrEP, PEP และชุดตรวจ HIV ด้วยตนเองตามเงื่อนไขของหน่วยบริการ หากผลตรวจด้วยตนเองเป็นบวก ต้องไปตรวจยืนยันที่โรงพยาบาล
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจและระยะเวลาหลังเกิดความเสี่ยง ผู้ที่เพิ่งมีเหตุเสี่ยงจึงควรติดต่อสถานพยาบาลหรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อประเมินว่าควรตรวจเมื่อใดและจำเป็นต้องรับ PEP หรือไม่
การตีตรายังทำให้คนไม่กล้าตรวจ
อุปสรรคสำคัญอีกด้านคือ “การตีตรา”
แม้สังคมจะเปิดกว้างกว่าในอดีต แต่ผู้ติดเชื้อบางส่วนยังกลัวการถูกปฏิเสธจากคู่รัก ครอบครัว หรือที่ทำงาน บางคนจึงหลีกเลี่ยงการตรวจ เพราะกลัวคำตอบมากกว่าตัวเชื้อ ขณะที่ผู้รู้สถานะแล้วอาจไม่กล้าเข้าสู่ระบบรักษาหรือไม่กล้าบอกข้อมูลกับบุคลากรทางการแพทย์อย่างตรงไปตรงมา
ความกลัวเช่นนี้ไม่ได้ช่วยหยุดการแพร่เชื้อ ตรงกันข้าม การรู้สถานะเร็วและเข้าสู่การรักษาเร็วช่วยให้ผู้ติดเชื้อดูแลสุขภาพของตนเอง และลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปยังผู้อื่นได้
ผู้ที่รับประทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอและสามารถกดปริมาณไวรัสจนอยู่ในระดับที่ตรวจไม่พบ จะไม่ถ่ายทอดเชื้อ HIV ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หลักการนี้เรียกว่า U=U — Undetectable = Untransmittable และได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขของไทย
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจและการรักษาไม่ใช่เรื่องของผู้ติดเชื้อเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นส่วนสำคัญของการป้องกันในระดับสังคม
สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยยังมีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ทุกวัน ไม่ได้เกิดจากการขาดยารักษาเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากการประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การไม่ตรวจเพราะไม่มีอาการ การเข้าไม่ถึงข้อมูลที่เหมาะกับตนเอง และความกลัวการถูกตีตรา
HIV ในวันนี้จึงไม่ควรเป็นเรื่องของความหวาดกลัวเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ควรเป็นเรื่องของความเข้าใจ การป้องกัน และความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะจุดเริ่มต้นของการลดการติดเชื้อรายใหม่ อาจเป็นเพียงการกล้าพูดคุยเรื่องการป้องกัน กล้าตรวจเพื่อรู้สถานะ และไม่ปล่อยให้อคติกีดขวางผู้คนจากการรักษา
REFERENCES:
https://ddc.moph.go.th/das/news.php?deptcode=&news=51816
https://hivhub.ddc.moph.go.th/public/hiv/benefit.php?disease=hiv&toolbar=6
https://www.ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=53932
https://www.who.int/news-room/questions-and-answers/item/hiv-aids
เขียนโดย thoughtloop
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
ทำไมภาคใต้ของไทยจึงรู้สึกเหมือนมีเพียงฤดูร้อนกับฤดูฝน
เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาท
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
มาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
7 สายมหาวิทยาลัย ที่เรียนแล้วมีโอกาสทำงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ต่อยอดได้จริง
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69
ภูเก็ต สมุย และช้าง เกาะไหนใหญ่ที่สุดในไทย
เจาะตาราง 'มหาทักษา' 16 ก.ย. 69 ชน 7-2 แตกยับๆ อย่าหาว่าไม่เตือน!
ราคาที่ดินตารางวาละ 3.6 ล้านบาทอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ
ภูกุ้มข้าว กาฬสินธุ์ แหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์สำคัญของประเทศไทย
เลขปิงปอง น้องเพชรกล้า งวด 16 ก.ย. 69
สิ่งที่ไม่อาจจะลงตัวแต่กลับลงตัวกันได้ในอินเดีย "อาหารเพื่อสุขภาพ"
ทำไมภาคใต้ของไทยจึงรู้สึกเหมือนมีเพียงฤดูร้อนกับฤดูฝน
ร้านอาหารใต้อร่อยรสจัดจ้านต้องยกให้ร้านนี้เลย
7 สายมหาวิทยาลัย ที่เรียนแล้วมีโอกาสทำงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ต่อยอดได้จริง
ภูเก็ต สมุย และช้าง เกาะไหนใหญ่ที่สุดในไทย
ราคาที่ดินตารางวาละ 3.6 ล้านบาทอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ



