หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตากแดดนานแค่ไหน เสี่ยงมะเร็งผิวหนังจริงหรือ

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

ผิวหนังไม่ได้ร้องเตือนทุกครั้งที่กำลังได้รับอันตราย นี่คือเหตุผลที่หลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้าไม่รู้สึกแสบ ไม่แดง หรือไม่ไหม้ ก็แปลว่าแดดไม่เป็นอันตราย ทั้งที่ความจริง รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสี UV สามารถทำลายเซลล์ผิวได้ตั้งแต่ก่อนที่เราจะมองเห็นความผิดปกติด้วยซ้ำ ความเสียหายจำนวนมากค่อย ๆ สะสมทีละน้อยเป็นเวลาหลายปี จนบางคนมาพบความผิดปกติก็ตอนที่เกิดโรคแล้ว

คำถามที่พบบ่อยคือ "ตากแดดนานแค่ไหนถึงจะเป็นมะเร็งผิวหนัง" ความจริงไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาที่อยู่กลางแดดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ความเข้มของแสงแดดในช่วงเวลานั้น ปริมาณรังสี UV ที่ได้รับ สีผิว พันธุกรรม อายุ อาชีพ และการสะสมของแสงแดดตลอดชีวิต

สิ่งที่ทำให้คนจำนวนมากประมาทคือ มะเร็งผิวหนังไม่ได้เกิดจากการออกแดดครั้งเดียว แต่เกิดจากการได้รับรังสี UV ซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง พนักงานจราจร ชาวประมง หรือผู้ที่เล่นกีฬากลางแจ้งเป็นประจำ กลุ่มเหล่านี้มักได้รับรังสี UV มากกว่าคนทำงานในอาคารหลายเท่า

รังสีที่ต้องระวังมีอยู่ 2 ชนิดหลัก

- รังสี UVA สามารถทะลุลงไปถึงชั้นผิวหนังลึก ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งผิวหนัง

- รังสี UVB มีพลังงานสูงกว่า เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวไหม้แดง และสามารถทำลายสารพันธุกรรมภายในเซลล์ผิวหนังโดยตรง

แม้ในวันที่ฟ้ามีเมฆ รังสี UV ก็ยังผ่านลงมาถึงพื้นโลกได้ในปริมาณมาก จึงไม่ใช่ว่าท้องฟ้าไม่ร้อนแล้วจะปลอดภัยเสมอไป

ประเทศไทยเป็นประเทศเขตร้อนที่ได้รับแสงแดดค่อนข้างแรงตลอดปี โดยเฉพาะช่วงประมาณ 10 โมงเช้าถึงบ่าย 3 โมง ซึ่งมักเป็นช่วงที่ดัชนีรังสี UV สูงที่สุด การอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ย่อมเพิ่มโอกาสสะสมความเสียหายให้ผิวหนังมากขึ้น

หลายคนคิดว่าผิวคล้ำจะไม่เป็นมะเร็งผิวหนัง ความจริงคนผิวเข้มมีเม็ดสีเมลานินมากกว่า จึงช่วยลดความเสียหายจากรังสี UV ได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นโรค ความเสี่ยงยังคงมี เพียงแต่อัตราการเกิดอาจต่ำกว่าคนผิวขาวในบางชนิดของมะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนังไม่ได้มีชนิดเดียว ชนิดที่พบได้บ่อย ได้แก่

- Basal Cell Carcinoma มักโตช้า พบได้บ่อยที่สุด และมักเกิดบริเวณที่โดนแดดเป็นประจำ เช่น ใบหน้า จมูก ใบหู และลำคอ

- Squamous Cell Carcinoma พบได้ในบริเวณที่โดนแดดเช่นกัน หากปล่อยไว้อาจลุกลามได้

- Melanoma พบไม่บ่อยเท่าสองชนิดแรก แต่ถือว่าอันตรายที่สุด เพราะสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้รวดเร็ว

จุดที่น่าสนใจคือ มะเร็งผิวหนังไม่ได้ขึ้นเฉพาะคนสูงอายุ แม้อายุที่มากขึ้นจะเพิ่มความเสี่ยง แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยอายุน้อยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับรังสี UV ในปริมาณสูงตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น เช่น ชอบอาบแดด เล่นกีฬากลางแจ้งโดยไม่ป้องกัน หรือใช้เตียงอาบแดด ซึ่งในหลายประเทศมีข้อมูลชัดเจนว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนัง

อาการที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

- ไฝที่มีรูปร่างเปลี่ยนไป

- ไฝที่ขอบไม่เรียบ

- สีของไฝไม่สม่ำเสมอ

- ไฝมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

- มีแผลที่ไม่หายภายในหลายสัปดาห์

- มีก้อนนูนที่โตขึ้นเรื่อย ๆ

- มีเลือดออกง่ายโดยไม่มีสาเหตุ

- ตกสะเก็ดแล้วกลับมาเป็นซ้ำที่เดิม

แพทย์มักใช้หลัก ABCDE ในการสังเกตไฝที่อาจผิดปกติ ได้แก่ รูปร่างไม่สมมาตร ขอบไม่เรียบ สีหลายเฉด ขนาดใหญ่กว่าเดิม และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หากพบลักษณะเหล่านี้ควรเข้ารับการตรวจ ไม่ควรรอดูอาการเองเป็นเวลานาน

สิ่งที่น่ากังวลคือ ความเสียหายจากรังสี UV เป็นแบบสะสม เหมือนเติมน้ำลงในถังทีละนิด วันหนึ่งอาจยังไม่เห็นผล แต่เมื่อผ่านไปหลายสิบปี เซลล์ที่ถูกทำลายซ้ำ ๆ มีโอกาสเกิดการกลายพันธุ์มากขึ้น จนบางส่วนพัฒนาเป็นมะเร็งได้

ข่าวดีคือ มะเร็งผิวหนังจำนวนไม่น้อยสามารถรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก โอกาสรักษาหายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะชนิดที่ยังไม่ลุกลาม ดังนั้นการสังเกตผิวหนังของตัวเองเป็นประจำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิด

การป้องกันทำได้ไม่ยาก และควรทำควบคู่กันหลายวิธี ได้แก่

- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดในช่วงที่รังสี UV สูง

- สวมหมวกปีกกว้างหรือใช้ร่มเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง

- ใส่เสื้อแขนยาวหรือเสื้อที่ทอแน่นเพื่อลดการสัมผัสรังสี

- สวมแว่นกันแดดที่สามารถป้องกันรังสี UV ได้

- ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF และป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB พร้อมทาซ้ำตามคำแนะนำ โดยเฉพาะหลังเหงื่อออกมากหรือว่ายน้ำ

- หลีกเลี่ยงการใช้เตียงอาบแดด

อีกเรื่องที่คนมักลืมคือ การได้รับแดดไม่ได้เกิดเฉพาะตอนเดินกลางแจ้ง การขับรถ ทำสวน เล่นกีฬา ขี่มอเตอร์ไซค์ ตกปลา หรือแม้แต่นั่งใกล้หน้าต่างที่รังสี UVA ผ่านเข้ามาได้ ก็ล้วนเป็นการสะสมรังสีเช่นกัน หากทำเป็นกิจวัตรทุกวัน ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สรุปแล้ว การตากแดดนานไม่ได้แปลว่าจะเป็นมะเร็งผิวหนังทันที แต่การได้รับรังสี UV ซ้ำ ๆ เป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะเมื่อไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้จริง ความเสี่ยงของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่การป้องกันตั้งแต่วันนี้ย่อมดีกว่าการรอให้ผิวหนังส่งสัญญาณผิดปกติในวันที่ความเสียหายสะสมไปมากแล้ว เพราะโรคนี้มักเริ่มต้นอย่างเงียบ ๆ และเมื่อสังเกตเห็นชัดเจน บางครั้งก็อาจสายเกินกว่าจะมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กของการออกแดดอีกต่อไป

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 54 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/699 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็นตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?“บอกเลยว่าตำนาน” 10 รร.ประจำจังหวัดที่เก่าแก่ที่สุดในภาคกลางทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.จังหวัดที่มีคนต่างชาติ เข้ามาทำงานอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดนินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้านเปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ8 นาทีหลังดวงอาทิตย์หายไป โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/69ผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?นินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้านทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลก8 นาทีหลังดวงอาทิตย์หายไป โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรทำไมขนมซองพองลมต้องเติมไนโตรเจน?
ตั้งกระทู้ใหม่