หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมแท่งปูนริมถนน ต้องมีตัวเลขติดไว้ ?

เขียนโดย rollwithus

สวัสดีชาวโพสต์จังกันทุกคน เวลาขับรถออกต่างจังหวัดหรือเดินทางไกล หลายคนคงเคยสังเกตเห็นแท่งปูนสีขาวเล็กๆ ตั้งอยู่ริมถนนเป็นระยะ

 

บนแท่งจะมีตัวเลขสีดำหรือสีแดงเขียนกำกับไว้ บางต้นเขียนว่า กม. 52 บางต้นเป็น 123+400 หรือบางแห่งก็มีตัวอักษรเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่แทบไม่เคยสนใจ เพราะคิดว่าเป็นแค่หลักบอกระยะทางธรรมดา ไม่มีอะไรน่าสนใจ

 

แต่ความจริงแล้ว สิ่งก่อสร้างชิ้นเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามนี้ ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดของระบบถนนเลยก็ว่าได้

 

เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบอกว่า อีกกี่กิโลจะถึงที่หมาย เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดอ้างอิงสำคัญที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการค้นหาผู้ประสบอุบัติเหตุ

 

การซ่อมถนน การกู้ภัย รวมไปถึงการวางแผนก่อสร้างถนนทั้งสายอีกด้วย

 

แท่งปูนเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า หลักกิโลเมตร (Kilometer Marker) หรือในบางพื้นที่เรียกว่า หลักบอกระยะทาง

 

ซึ่งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะติดตั้งไว้ตลอดแนวถนนสายหลักของประเทศ โดยจะเริ่มนับจากจุดเริ่มต้นของถนนสายนั้นไปเรื่อยๆ

 

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังขับรถบนถนนสายหนึ่งแล้วเห็นตัวเลข กม. 150 ก็หมายความว่า จุดที่คุณยืนอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นของถนนสายนี้

 

ประมาณ 150 กิโลเมตร ไม่ได้หมายถึงเหลืออีก 150 กิโลเมตรจะถึงปลายทางอย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ ประโยชน์ของหลักกิโลเมตรไม่ได้อยู่ที่การบอกระยะทางเพียงอย่างเดียว

 

เวลาที่เกิดอุบัติเหตุบนถนน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทหรือถนนสายยาวที่ไม่มีบ้านเลขที่ ไม่มีซอย ไม่มีร้านสะดวกซื้อให้ใช้อ้างอิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยมักจะถามผู้แจ้งเหตุเพียงคำถามเดียวว่า

"อยู่กิโลเมตรที่เท่าไหร่?"

 

เพราะเมื่อรู้หมายเลขหลักกิโลเมตร เจ้าหน้าที่จะสามารถระบุตำแหน่งได้แทบจะทันที ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ กู้ภัย รถพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง

 

ต่างก็ใช้ระบบนี้ร่วมกัน ทำให้สามารถส่งทีมช่วยเหลือไปยังจุดเกิดเหตุได้อย่างแม่นยำ ลดเวลาการค้นหาลงได้มาก โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือช่วงที่สัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดี

 

หลายคนอาจเคยเห็นตัวเลขลักษณะแปลกๆ อย่าง 45+800 แล้วสงสัยว่าหมายถึงอะไร

 

เครื่องหมาย + นั้น หมายถึงระยะทางย่อยจากหลักกิโลเมตร เช่น 45+800 หมายถึงตำแหน่งที่อยู่เลยหลักกิโลเมตรที่ 45 มาอีก 800 เมตร ทำให้สามารถระบุจุดได้ละเอียดมากขึ้น ต่างจากการบอกแค่หลักกิโลเมตรอย่างเดียว

 

ระบบนี้มีความสำคัญมากในงานวิศวกรรม เพราะเวลามีการซ่อมถนน เจ้าหน้าที่จะไม่ได้บอกกันว่า

 

"ซ่อมตรงโค้งใหญ่ก่อนถึงปั๊มน้ำมัน"

แต่จะระบุว่า

"ดำเนินการซ่อมผิวทางช่วง กม. 78+200 ถึง กม. 79+100"

 

ทุกหน่วยงานจะเข้าใจตำแหน่งเดียวกันทันที ลดความผิดพลาดในการทำงาน และสามารถวางแผนการปิดถนนหรือเบี่ยงการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้ หลักกิโลเมตรยังมีประโยชน์กับนักเดินทางอีกด้วย หลายคนที่ชอบขับรถเที่ยว ปั่นจักรยาน หรือวิ่งมาราธอน มักใช้หลักกิโลเมตรเป็นตัวช่วยวัดระยะทาง

 

เช่น หากตั้งใจจะปั่นจักรยานจาก กม. 10 ไปถึง กม. 40 ก็จะรู้ทันทีว่าต้องปั่นอีกประมาณ 30 กิโลเมตร โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแอปนำทางตลอดเวลา

 

ที่น่าสนใจคือ หลักกิโลเมตรไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทย ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็ใช้ระบบเดียวกัน เพียงแต่อาจเปลี่ยนจากหน่วยกิโลเมตรเป็นไมล์ในบางประเทศ

 

เช่น สหรัฐอเมริกา หรือสหราชอาณาจักร ซึ่งเรียกว่า Mile Marker แต่หลักการทำงานเหมือนกันทุกประการ คือใช้เป็นจุดอ้างอิงมาตรฐานของถนนทั้งสาย

 

ในประเทศไทยเอง รูปแบบของหลักกิโลเมตรอาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ถนนของกรมทางหลวง

 

ถนนของกรมทางหลวงชนบท หรือถนนในพื้นที่พิเศษ อาจมีสี รูปทรง หรือรายละเอียดไม่เหมือนกัน แต่หน้าที่หลักยังคงเหมือนเดิม

 

หลายคนอาจคิดว่าในยุคที่ทุกคนมี GPS และสมาร์ตโฟนแล้ว หลักกิโลเมตรไม่น่าจะจำเป็นอีกต่อไป แต่ในความเป็นจริง

 

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานยังคงใช้หลักกิโลเมตรเป็นข้อมูลอ้างอิงหลัก เพราะมีความแม่นยำ เป็นมาตรฐานเดียวกัน

 

และไม่ต้องพึ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต หากโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณหรือแบตเตอรี่หมด การสังเกตตัวเลขบนหลักกิโลเมตรก็ยังสามารถช่วยระบุตำแหน่งได้ทันที

 

ดังนั้น ครั้งหน้าหากคุณขับรถผ่านแท่งปูนสีขาวเล็กๆ ริมถนน อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นเพียงก้อนปูนธรรมดา เพราะสิ่งเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามนี้

 

คือหนึ่งในระบบที่ช่วยให้การเดินทางบนท้องถนนปลอดภัยขึ้น ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และในหลายเหตุการณ์ มันอาจเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

 

แหล่งที่มา

เนื้อหาโดย: rollwithus
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
rollwithus's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3 ครั้ง
เขียนโดย rollwithus
นักเขียนอิสระสายสาระความรู้ ข่าวสาร และการติดตามเลขเด็ดที่ผู้คนสนใจ เน้นการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งและเรียบเรียงให้อ่านง่าย กระชับ และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อากาศร้อนแค่ไหน ร่างกายมนุษย์ถึงทนไม่ไหว5 เทคนิคการซื้อหวยให้ถูกบ่อย7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?ฝนตกขณะขับรถ ต้องเปิดไฟอะไรให้ถูกต้องทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุมหัศจรรย์แห่งทะเลทราย เหตุใดอูฐจึงกินพืชมีหนามได้5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอดทำไมโลกเราถึงมี "ทะเลทราย"?ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกรสชาติน้ำลายบอกอะไรเกี่ยวกับร่างกาย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อากาศร้อนแค่ไหน ร่างกายมนุษย์ถึงทนไม่ไหวทำไมประจำเดือนทำให้ผู้หญิงหงุดหงิดสำนวนเกลียดปลาไหลกินน้ำแกง หมายความว่าอะไรมหัศจรรย์แห่งทะเลทราย เหตุใดอูฐจึงกินพืชมีหนามได้การวัดไอคิวยังใช้ได้อยู่ไหมฝนตกขณะขับรถ ต้องเปิดไฟอะไรให้ถูกต้อง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โบร่า โบร่า ไข่มุกแห่งแปซิฟิกกับลากูนสีฟ้าที่สวยราวกับความฝันอากาศเย็นแค่ไหน มนุษย์ถึงยังอยู่ได้อากาศร้อนแค่ไหน ร่างกายมนุษย์ถึงทนไม่ไหวทำไมประจำเดือนทำให้ผู้หญิงหงุดหงิด
ตั้งกระทู้ใหม่